สธ. เดินหน้าปั้นเครือข่าย Primary Care ทั่วประเทศ ดึง สปสช.-สปส.-กรมบัญชีกลาง ร่วมอุดงบ

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
สธ. เดินหน้าปั้นเครือข่าย Primary Care ทั่วประเทศ ดึง สปสช.-สปส.-กรมบัญชีกลาง ร่วมอุดงบ

ถ้าพูดถึงปัญหาสุขภาพของคนไทย สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาลใหญ่ รอคิวนานหลายชั่วโมง แล้วก็ได้พบหมอแค่ไม่กี่นาที นี่คือความจริงที่คนไทยอีกหลายล้านคนเผชิญอยู่ทุกวัน ซึ่งข่าวล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนสิ่งนั้น

สธ. ประกาศนโยบาย "สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ"

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระบบสุขภาพปฐมภูมิ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ว่า นโยบาย "สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยเครือข่ายปฐมภูมิ" ถือเป็น 1 ใน 7 นโยบายหลักของกระทรวงในขณะนี้ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครอบคลุมตลอดทุกช่วงชีวิต

ตามรายงานของ Hfocus นโยบายนี้ขับเคลื่อนผ่าน 4 จุดเน้นสำคัญ ได้แก่

  • Strong Health — ยกระดับการดูแลสุขภาพให้ทุกคนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง
  • Next Gen Primary Care — พัฒนาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิยุคใหม่ที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของประชาชนแบบไร้รอยต่อ
  • Prevention & Seamless Care — มุ่งป้องกันและลดภาระจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง
  • Caring Society — ดูแลสุขภาพจิตเชิงรุก และพัฒนาระบบบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ

ที่ประชุมมีมติอนุมัติ 3 เรื่องสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้คือมติที่ออกมา 3 เรื่องด้วยกัน ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนส่งผลต่อชีวิตประจำวันของประชาชนพอสมควร

เรื่องที่ 1: ปรับรายการบริการสุขภาพปฐมภูมิที่ประชาชนมีสิทธิได้รับ จากเดิม 202 รายการ ลดเหลือ 118 รายการ โดยเป็นการรวมรายการที่ซ้ำซ้อนหรือใกล้เคียงกันเข้าเป็นชุดบริการเดียว ทางกระทรวงฯ ย้ำว่า ไม่ได้ลดสิทธิของประชาชน แต่ปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานการดูแลสุขภาพในปัจจุบันมากขึ้น และยังเพิ่มบริการใหม่ที่สอดรับกับองค์ความรู้ทางการแพทย์ล่าสุดด้วย

เรื่องที่ 2: ปรับปรุงประกาศแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2562 โดยเพิ่มตำแหน่ง "นักสาธารณสุข" ให้มีสถานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มบทบาทและความชัดเจนในการทำงานของบุคลากรกลุ่มนี้ในพื้นที่

เรื่องที่ 3: มอบหมายให้กองสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน ขั้นตอน หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขสำหรับหน่วยบริการนวัตกรรม ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อเสนอต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดต่อไป โดยยังคงหลักการสำคัญไว้ ทั้งการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงข้อมูล และระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ

แผนใหญ่: 1 จังหวัด 1 เครือข่ายต้นแบบ พร้อมรวมงบสามกองทุน

จุดที่น่าจับตามองที่สุดคือแผนการบูรณาการงบประมาณ โดย สธ. ตั้งเป้าให้ สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) รวมงบประมาณเข้าด้วยกัน พร้อมเดินหน้าขอการสนับสนุนจาก สปส. (สำนักงานประกันสังคม) และ กรมบัญชีกลาง ซึ่งดูแลสิทธิข้าราชการ เพื่อให้ระบบปฐมภูมิครอบคลุมคนไทยทุกกลุ่มสิทธิ ไม่ใช่แค่ผู้ถือบัตรทองเท่านั้น

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนผลักดันรูปแบบ 1 จังหวัด 1 เครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิต้นแบบ เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีโมเดลที่ใช้งานได้จริง ก่อนขยายผลออกไปในวงกว้าง

แล้วคนไทยได้อะไรจากนโยบายนี้?

พี่สยามอยากบอกตรงๆ ว่า รู้สึกดีกับทิศทางนี้ เพราะปัญหาใหญ่ของระบบสุขภาพไทยมาตลอดคือ คนป่วยหนักจนถึงโรงพยาบาลใหญ่ ทั้งที่จริงแล้วถ้าระบบปฐมภูมิแข็งแกร่งพอ หลายโรคสามารถจัดการได้ตั้งแต่ระดับคลินิกชุมชนหรือ รพ.สต. โดยไม่ต้องเดินทางไกล

ถ้านโยบายนี้เดินหน้าได้จริง ประชาชนที่ได้ประโยชน์ชัดเจนคือ

  • ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ที่เดินทางลำบาก จะเข้าถึงบริการสุขภาพได้ใกล้บ้านมากขึ้น
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน ที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง จะได้รับการดูแลที่ไร้รอยต่อมากขึ้น
  • คนทำงานที่ใช้สิทธิประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันมักรู้สึกว่าได้รับบริการปฐมภูมิน้อยกว่าสิทธิบัตรทอง หากงบถูกบูรณาการจริง ช่องว่างนี้อาจแคบลง
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหรือผู้ติดยาเสพติด ที่จะมีบริการเข้าถึงได้ระดับอำเภอ ไม่ต้องรอถึงโรงพยาบาลจังหวัด

สิ่งที่ต้องติดตามและระวัง

อย่างไรก็ตาม พี่สยามก็ไม่อยากให้มองโรสี่จนเกินไป เพราะนโยบายดีๆ หลายชิ้นในอดีตก็ติดขัดตอนลงมือทำจริง สิ่งที่ควรติดตามคือ

  • การรวมงบสามกองทุน — ที่ผ่านมาการจะให้ สปส. และกรมบัญชีกลางมาร่วมบูรณาการงบกับ สปสช. ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละกองทุนมีเงื่อนไขและโครงสร้างต่างกัน ต้องจับตาว่าจะมีความคืบหน้าจริงแค่ไหน
  • คุณภาพของหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ห่างไกล — การมีเครือข่ายต้นแบบในจังหวัดหนึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะได้รับการยกระดับพร้อมกัน
  • การลดรายการบริการจาก 202 เหลือ 118 รายการ — แม้กระทรวงฯ ยืนยันว่าไม่ลดสิทธิ แต่ประชาชนควรติดตามรายละเอียดเมื่อประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าบริการที่ตนเองใช้อยู่ยังคงอยู่ในระบบ

"ระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ดี คือรากฐานของระบบสุขภาพทั้งระบบ ถ้ารากแน่น ต้นไม้ก็แข็งแรง"

พี่สยามเชื่อว่าทิศทางที่ สธ. กำลังเดินอยู่นี้ถูกต้อง แต่ความสำเร็จอยู่ที่การลงมือทำจริงในระดับพื้นที่ ไม่ใช่แค่มติในห้องประชุม ลองจับตาดูกันว่าภายในสิ้นปีนี้ เราจะเห็นเครือข่ายต้นแบบในจังหวัดไหนบ้าง และคนในพื้นที่นั้นจะรู้สึกได้จริงไหมว่าระบบสุขภาพใกล้บ้านดีขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วไป ถ้าอยากติดตามสิทธิสุขภาพของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องบริการปฐมภูมิที่คุณมีสิทธิได้รับ ลองสอบถามกับหน่วยบริการประจำที่คุณลงทะเบียนไว้ หรือติดตามประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขเมื่อรายการบริการชุดใหม่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook