คมนาคมเบรกแลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC รอผลศึกษาชุด 'เอกนิติ' ก่อนเดินหน้าต่อ

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
คมนาคมเบรกแลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC รอผลศึกษาชุด 'เอกนิติ' ก่อนเดินหน้าต่อ

ถ้าใครติดตามโครงการแลนด์บริดจ์มาสักพัก คงเริ่มรู้สึกว่าโปรเจกต์นี้ไปๆ หยุดๆ มาตลอด และล่าสุดก็มีอัปเดตสำคัญอีกครั้ง เมื่อนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมตัดสินใจ ชะลอ การนำโครงการแลนด์บริดจ์ และร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกไปก่อน

ชะลอ ≠ ยกเลิก สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่คืออะไร?

สิ่งที่นายสิริพงศ์ย้ำชัดเจนคือ ยังไม่ได้ล้มโครงการ แต่เป็นการหยุดรอข้อมูลให้ครบก่อน โดยกระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายขึ้นมา ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคบริหาร และภาคประชาชน โดยมีนายสิริพงศ์เองเป็นประธาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้และพิจารณาความเหมาะสมของโครงการต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่จริงๆ

ขณะเดียวกัน ยังต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการชุดที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานอยู่ด้วย ซึ่งทั้งสองชุดนี้จะต้องได้ข้อสรุปร่วมกันก่อนที่จะปรับปรุงเรื่องแลนด์บริดจ์และนำเสนอต่อ ครม.

"วันนี้ยังไม่ได้ล้มโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เป็นการชะลอการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี เพราะกลุ่ม SEC Watch ขอให้ตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อหาแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ร่วมกัน" — นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ตั้งเป้าว่าทุกอย่างจะมีกรอบหรือแนวทางที่ชัดเจนและทุกฝ่ายในรัฐบาลเห็นพ้องกัน ภายใน 1 ปี

แลนด์บริดจ์คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มติดตาม โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) คือแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ในภาคใต้ของไทย โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงท่าเรือฝั่งอ่าวไทย (จังหวัดชุมพร) เข้ากับฝั่งอันดามัน (จังหวัดระนอง) ด้วยเส้นทางรถไฟและทางหลวง เพื่อให้สินค้าจากเอเชียตะวันออกสามารถข้ามคาบสมุทรได้โดยไม่ต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งหากสำเร็จ อาจช่วยลดเวลาและต้นทุนการขนส่งทางทะเลได้มาก

ส่วน พ.ร.บ.SEC หรือพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ คือกฎหมายรองรับที่จะกำหนดกรอบการบริหารพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษสำหรับภาคใต้โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้มัดรวมกัน และต้องรอผลการศึกษาพร้อมกัน

ภาพ: www.prachachat.net

เสียงจากภาคประชาชนสำคัญแค่ไหน?

สิ่งที่น่าสนใจในครั้งนี้คือ นายสิริพงศ์พูดชัดว่า การตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายนี้เกิดขึ้น เพราะกลุ่ม SEC Watch ร้องขอ ให้มีคณะทำงานร่วมที่มีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่าเสียงจากชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้ถูกเพิกเฉย อย่างน้อยในระดับกระบวนการ

ข้อมูลเดิมที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาไว้แล้วจะยังถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่จะต้องนำมาเปรียบเทียบกับข้อเสนอใหม่จากภาคประชาชนด้วย ก่อนสรุปแนวทางที่เหมาะสม

มองจากมุมคนไทยทั่วไป กระทบอะไรบ้าง?

พี่สยามมองว่า การชะลอครั้งนี้มีทั้งด้านดีและด้านที่ต้องจับตา

ด้านที่น่าโล่งใจ: โครงการระดับนี้ถ้าเดินหน้าเร็วเกินไปโดยไม่ฟังเสียงคนในพื้นที่ จะเกิดปัญหาภายหลังแน่ๆ ประวัติศาสตร์โครงการรัฐขนาดใหญ่ในไทยสอนเราเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง การให้เวลาศึกษาและรับฟังอย่างรอบด้านจึงเป็นสัญญาณที่ดีกว่าการเร่งรีบ

ด้านที่ต้องจับตา: นักลงทุนและภาคธุรกิจที่วางแผนผูกกับโครงการนี้คงต้องอยู่ในภาวะรอคอยต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งความไม่แน่นอนระยะยาวอาจทำให้บางส่วนถอนแผนหรือมองหาทางเลือกอื่น รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ที่ถือที่ดินหรือทำธุรกิจอยู่แถวนั้น ก็ยังอยู่ในสภาวะลุ้นต่อไปว่าโครงการจะออกมาหน้าตาแบบไหน

  • ผู้ประกอบการภาคใต้ โดยเฉพาะแถวชุมพร-ระนอง ยังต้องรอความชัดเจน
  • นักลงทุนต่างชาติที่สนใจโครงการ อาจชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน
  • คนในพื้นที่ได้มีโอกาสส่งเสียงผ่านคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ซึ่งถือเป็นช่องทางที่ควรใช้
  • ภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ยังต้องรออีกระยะหนึ่ง

สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้

ตามที่นายสิริพงศ์ระบุ กรอบเวลาตั้งเป้าไว้ที่ภายใน 1 ปีนับจากนี้ ดังนั้นสิ่งที่ควรจับตาคือ

  • ผลสรุปจากคณะกรรมการชุดนายเอกนิติจะออกมาในทิศทางไหน
  • คณะกรรมการ 3 ฝ่ายจะได้ข้อสรุปร่วมกันได้จริงหรือไม่ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
  • รูปแบบโครงการแลนด์บริดจ์จะถูกปรับเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนจากข้อเสนอเดิม
  • พ.ร.บ.SEC จะมีหน้าตาอย่างไร และใครได้ประโยชน์

ถ้าใครอยู่ในพื้นที่หรือมีธุรกิจเกี่ยวข้อง ควรติดตามช่องทางรับฟังความคิดเห็นที่คณะกรรมการ 3 ฝ่ายจะเปิดขึ้น เพราะนี่อาจเป็นโอกาสจริงๆ ที่เสียงของคนในพื้นที่จะมีน้ำหนักต่อทิศทางของโครงการ

พี่สยามมองว่า ทิศทางที่รัฐบาลเลือกในครั้งนี้ — แทนที่จะเดินหน้าแบบไม่สนใครก็รอให้ทุกฝ่ายได้คุยกันก่อน — ฟังดูสมเหตุสมผลในทางหลักการ แต่จะดีจริงหรือเปล่า ต้องดูที่ กระบวนการ ว่าเปิดกว้างและโปร่งใสแค่ไหน ไม่ใช่แค่คำพูด เพราะโครงการระดับนี้มีผลต่อชีวิตคนใต้ทั้งรุ่น ไม่ใช่แค่ตัวเลข GDP

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook