สตาร์ทอัพชิป AI จากญี่ปุ่น จับมือ Oppstar มาเลเซีย เตรียมผลิตจริงปีหน้า

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
สตาร์ทอัพชิป AI จากญี่ปุ่น จับมือ Oppstar มาเลเซีย เตรียมผลิตจริงปีหน้า

เมื่อญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้ในสงครามชิป AI

ถ้าพูดถึงชิป AI ทุกคนก็คงนึกถึง Nvidia, AMD หรือ Intel กันก่อนเป็นอันดับแรก แต่โลกของเทคโนโลยีมักมีพื้นที่สำหรับผู้เล่นรายเล็กที่ฉลาดพอจะหาช่องว่างของตัวเองเสมอ และนั่นคือสิ่งที่ Tokyo Artisan Intelligence สตาร์ทอัพชิป AI สัญชาติญี่ปุ่น กำลังพยายามทำอยู่ตอนนี้

ตามรายงานของ Nikkei Asia บริษัทนี้กำลังเตรียมก้าวสู่การผลิตชิปเชิงพาณิชย์ในปีหน้า โดยมีพาร์ทเนอร์สำคัญอย่าง Oppstar บริษัทออกแบบชิปจากมาเลเซีย เป็นตัวหนุนหลัง เรื่องนี้น่าสนใจมากกว่าที่คิดครับ โดยเฉพาะในมุมมองของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไทยเราก็อยู่ในนั้นด้วย

Tokyo Artisan Intelligence คือใคร?

หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อนี้ ก็ไม่แปลกครับ เพราะนี่คือสตาร์ทอัพที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน แต่มีแนวคิดที่ชัดเจนมากคือ ไม่แข่งกับยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia ในสนามเดิม

แทนที่จะพัฒนาชิปสำหรับ Data Center (ศูนย์ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่) อย่างที่ Nvidia ครองตลาดอยู่ บริษัทนี้เลือกโฟกัสไปที่ตลาดเฉพาะทาง ได้แก่ อุตสาหกรรมรถไฟ โรงงานอุตสาหกรรม และหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการชิป AI เฉพาะทางสูง แต่ยังไม่มีใครมาตอบสนองได้อย่างครบถ้วนนัก

CEO ของบริษัท คุณ Hiroki Nakahara ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia ว่า ยังมีพื้นที่สำหรับผู้เล่นชิป AI ขนาดเล็กในตลาดนอกเหนือจากการแข่งขันใน Data Center ซึ่งถ้าคิดดูแล้วก็สมเหตุสมผลมาก เพราะโรงงานหรือระบบรถไฟไม่ได้ต้องการชิปที่แรงที่สุดในโลก แต่ต้องการชิปที่เหมาะสมกับงาน ประหยัดพลังงาน และเชื่อถือได้

Japan eyes AI-powered comeback in factory robot race with China, Europe
Japan eyes AI-powered comeback in factory robot race with China, Europe

Oppstar มาเลเซีย คือตัวเชื่อมสำคัญ

จุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการที่บริษัทญี่ปุ่นเลือกใช้บริการของ Oppstar บริษัทออกแบบชิปจากมาเลเซีย (Chip Design House) เพื่อรองรับการผลิต ทั้งสองฝ่ายได้เซ็นสัญญาร่วมกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีองค์กร Selangor Information Technology & Digital Economy Corp. เป็นพยานในพิธีลงนาม

Oppstar เองก็ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ บริษัทนี้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบวงจรรวม (IC Design) และการเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการผลิตชิป ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงมาก เพราะการออกแบบชิปบนกระดาษกับการทำให้ชิปผลิตได้จริงในโรงงานนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลยครับ

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า มาเลเซียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางด้านการออกแบบและผลิตชิปในภูมิภาคอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนด้านนี้อย่างต่อเนื่องของรัฐบาลมาเลเซียมาหลายปี

Asahi Kasei to build Taiwan processing plant for AI chip material
Asahi Kasei to build Taiwan processing plant for AI chip material

ทำไมตลาดชิป AI เฉพาะทางถึงน่าสนใจ?

พี่สยามขอเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายนะครับ ตอนนี้โลกเรากำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า AI Chip Bottleneck หรือภาวะขาดแคลนชิป AI ชิปของ Nvidia อย่าง H100 หรือ H200 นั้นมีราคาสูงมาก และก็หายากด้วย บริษัทใหญ่ๆ ยังต้องรอคิวซื้อเป็นเดือนๆ

แต่ถ้ามองไปที่อุตสาหกรรมอื่นอย่างโรงงาน หุ่นยนต์ หรือระบบรถไฟ ความต้องการของพวกเขาแตกต่างออกไปมากครับ

  • โรงงานอัตโนมัติ ต้องการชิปที่ประมวลผลภาพและตัดสินใจได้แบบ Real-time (ทันทีทันใด) ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น ความร้อน และการสั่นสะเทือน
  • ระบบรถไฟ ต้องการความน่าเชื่อถือสูงมาก และต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับอุตสาหกรรม
  • หุ่นยนต์ ต้องการชิปที่ประหยัดพลังงาน ขนาดเล็ก แต่ยังประมวลผล AI ได้เพียงพอ

ตลาดเหล่านี้รวมกันมีมูลค่ามหาศาล และที่สำคัญคือยังไม่มีใครมาเจาะได้อย่างครบถ้วน นี่คือโอกาสที่ Tokyo Artisan Intelligence มองเห็น

Kawasaki Heavy to raise over $1bn via new shares, bonds for AI investment
Kawasaki Heavy to raise over $1bn via new shares, bonds for AI investment

ความรู้สึกส่วนตัวของพี่สยาม

ถ้าเป็นพี่สยามนะครับ อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกตื่นเต้นจริงๆ ไม่ใช่เพราะมันเป็นข่าวใหญ่โตอะไร แต่เพราะมันสะท้อนอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก นั่นคือ การที่เอเชียกำลังพยายามลดการพึ่งพาเทคโนโลยีชิปจากตะวันตกอย่างจริงจัง ญี่ปุ่นกับมาเลเซียมาจับมือกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือยุทธศาสตร์ที่วางไว้ชัดเจน และมันทำให้นึกถึงว่า ไทยเราจะอยู่ตรงไหนในภาพนี้?

ผลกระทบต่อคนไทยและไทย

หลายคนอาจคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันเกี่ยวกับเราพอสมควรครับ

ในแง่บวก: ถ้า Tokyo Artisan Intelligence ผลิตชิปได้จริงและเริ่มขยายตลาดในเอเชีย อุตสาหกรรมไทยที่กำลังพยายาม Automation (ทำให้อัตโนมัติ) ทั้งโรงงาน การผลิตรถยนต์ และอาหารแปรรูป จะมีตัวเลือกชิป AI ที่หลากหลายและราคาสมเหตุสมผลมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งยักษ์ใหญ่รายเดียว

ในแง่ของโอกาสระยะยาว: มาเลเซียกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของชิปได้จริง ไทยเองมีศักยภาพในส่วนอื่นๆ ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น การทดสอบและบรรจุชิป (Chip Testing & Packaging) ซึ่งถ้าเราเร่งพัฒนาจริงจัง ก็อาจรับประโยชน์จากคลื่นลูกนี้ได้

สิ่งที่ต้องติดตาม: ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและมาเลเซียครั้งนี้ถ้าประสบความสำเร็จ อาจดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีชิปเข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น และนั่นอาจสร้างทั้งโอกาสงานและโอกาสทางธุรกิจสำหรับคนในภูมิภาคนี้รวมถึงไทยด้วย

Qualcomm challenges Nvidia's AI grip with chip that ditches HBM
Qualcomm challenges Nvidia's AI grip with chip that ditches HBM

ความท้าทายที่รออยู่

พี่สยามไม่อยากให้ดูแต่ด้านสวยงามโดยไม่เตือนเรื่องความเสี่ยงนะครับ การพัฒนาชิปเป็นธุรกิจที่ใช้เงินมหาศาลและใช้เวลานานมาก แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ ยังล้มเหลวมาแล้วหลายราย

  • ต้นทุนการพัฒนาสูง การออกแบบชิปขนาดนาโนเมตรต่ำๆ ต้องใช้งบหลักร้อยล้านถึงพันล้านดอลลาร์
  • การแข่งขันจากยักษ์ใหญ่ Nvidia ไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขาก็กำลังพัฒนาชิปสำหรับตลาด Edge AI (AI ที่ประมวลผลในอุปกรณ์ ไม่ใช่บนคลาวด์) อยู่เช่นกัน
  • ความไม่แน่นอนของ Geopolitics (ภูมิรัฐศาสตร์) ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงนโยบายการส่งออกเทคโนโลยีชิป อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัทนี้ได้
  • เรื่องการผลิต แม้จะมี Oppstar ช่วย แต่การผลิตชิปจริงๆ ก็ยังต้องพึ่ง Foundry (โรงงานหล่อชิป) ขนาดใหญ่อย่าง TSMC หรือ Samsung ซึ่งก็มีคิวยาวและราคาแพง
SoftBank's Son says calling AI a bubble is 'blasphemy'
SoftBank's Son says calling AI a bubble is 'blasphemy'

มองไปข้างหน้า: บทเรียนสำหรับไทย

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับพี่สยามในข่าวนี้ ไม่ใช่แค่ตัวบริษัทหรือตัวชิป แต่คือ โมเดลความร่วมมือ ที่เห็นอยู่

ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและ Know-how ทางวิศวกรรม มาเลเซียมีโครงสร้างพื้นฐานและ Ecosystem ด้านการผลิตชิปที่สร้างมาหลายสิบปี ทั้งสองมาเติมเต็มกันได้พอดี

สำหรับไทยเรา มีคำถามที่น่าคิดว่า เราจะเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem นี้ได้อย่างไร? ตอนนี้ไทยมีความได้เปรียบในเรื่องที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ แรงงานที่มีทักษะพอใช้ได้ และโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมจากโซน EEC (Eastern Economic Corridor หรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) ถ้าเราเร่งพัฒนาทักษะด้าน Semiconductor (สารกึ่งตัวนำ) ของคนรุ่นใหม่ให้ทันกับความต้องการ โอกาสก็ยังมีอยู่ครับ

สำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ หรือคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมการผลิต พี่สยามแนะนำให้ติดตามข่าวสาร AI Chip ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างใกล้ชิด เพราะในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ภาพของอุตสาหกรรมนี้ในภูมิภาคเราจะเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญแน่นอน

เรื่องของ Tokyo Artisan Intelligence กับ Oppstar อาจดูเหมือนข่าวเล็กๆ ในวันนี้ แต่ถ้ามันสำเร็จ มันก็คือหนึ่งในหมากที่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมชิป AI ในเอเชียได้เลยครับ รอดูกันต่อไปนะครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook