น้ำผลไม้สีม่วงที่สาวญี่ปุ่นนิยม: สารต้านอนุมูลอิสระสูง ดูแลผิวจากภายใน

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
น้ำผลไม้สีม่วงที่สาวญี่ปุ่นนิยม: สารต้านอนุมูลอิสระสูง ดูแลผิวจากภายใน

ถ้าพูดถึงเรื่องดูแลผิวพรรณ คนแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นสาวญี่ปุ่น เพราะไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ผิวก็ดูสดใสอยู่เสมอ และหนึ่งในความลับที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ เรื่องของเครื่องดื่มง่ายๆ ที่ทำจากผลไม้สีม่วงนั่นเอง

พี่สยามเพิ่งได้อ่านข้อมูลจาก Phunutoday ซึ่งรายงานว่าผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมดื่มน้ำผลไม้ที่ทำจากบลูเบอร์รี่ องุ่นม่วง และราสเบอร์รี่เป็นประจำ เพื่อบำรุงผิวและดูแลสุขภาพโดยรวม ฟังดูเรียบง่าย แต่พอไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าเบื้องหลังสีม่วงสวยๆ นั้นมีวิทยาศาสตร์รองรับอยู่ไม่น้อยเลย

Anthocyanin คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

สิ่งที่ทำให้ผลไม้สีม่วงมีคุณค่าพิเศษก็คือสารที่ชื่อว่า Anthocyanin (แอนโทไซยานิน) ซึ่งเป็นสารสีธรรมชาติในกลุ่ม Flavonoid ที่พบมากในผลไม้และผักสีม่วง สีแดง และสีน้ำเงิน สารตัวนี้เป็นตัวการที่ทำให้บลูเบอร์รี่มีสีน้ำเงินเข้ม องุ่นมีสีม่วงสวย และราสเบอร์รี่มีสีแดงอมม่วงนั่นเอง

งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่า Anthocyanin มีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ค่อนข้างสูง อนุมูลอิสระ หรือ Free Radical ก็คือโมเลกุลที่ไม่เสถียรในร่างกาย ซึ่งเกิดขึ้นจากมลพิษ แสงแดด ความเครียด หรือแม้แต่กระบวนการเผาผลาญปกติ หากสะสมมากเกินไปก็จะเร่งให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ส่งผลให้ผิวหยาบกร้าน เหี่ยวย่น และเกิดริ้วรอยก่อนวัย

เมื่อร่างกายได้รับ Anthocyanin อย่างสม่ำเสมอ สารตัวนี้จะช่วยไปสกัดกั้นการทำงานของอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิว และยังมีส่วนช่วยปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้นด้วย ผลลัพธ์ที่เห็นได้คือผิวดูสดใส กระจ่างใส และสีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น

Màu tím đặc trưng của việt quất, nho tím hay mâm xôi đến từ anthocyanin – một nhóm sắc tố thực vật tự nhiên có khả năng chống oxy hóa mạnh.
Màu tím đặc trưng của việt quất, nho tím hay mâm xôi đến từ anthocyanin – một nhóm sắc tố thực vật tự nhiên có khả năng chống oxy hóa mạnh.

แล้วเรื่องกันแดดล่ะ? ต้องรู้ความจริงข้อนี้ไว้

มีข้อมูลบางแหล่งบอกว่า Anthocyanin ช่วยป้องกันรังสี UV ได้ ซึ่งจริงอยู่ที่มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าสารตัวนี้อาจช่วยลดผลกระทบจากรังสี UV ต่อเซลล์ผิวได้ในระดับหนึ่ง แต่พี่สยามอยากเน้นย้ำตรงนี้ให้ชัดเลยว่า

การกิน Anthocyanin ไม่ว่าจะมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนครีมกันแดดได้เด็ดขาด มันเป็นแค่ตัวช่วยจากภายใน ไม่ใช่เกราะป้องกันแสงแดดจากภายนอก ดังนั้นถ้าจะออกแดด ยังต้องทาครีมกันแดด ใส่เสื้อแขนยาว หรือกางร่มอยู่ดีนะครับ

พูดง่ายๆ ก็คือ กินผลไม้สีม่วงเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ผิวจากภายใน แต่การป้องกันแดดจากภายนอกยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ครับ

ทำไมสาวญี่ปุ่นถึงนิยมดื่มแบบนี้?

วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพของคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการ "บำรุงจากภายใน" มาก พวกเขามักเลือกเครื่องดื่มที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ หลีกเลี่ยงน้ำตาลทรายและสารปรุงแต่ง แทนที่จะดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลม สาวญี่ปุ่นหลายคนเลือกดื่มสมูทตี้หรือน้ำผลไม้คั้นสดที่ให้วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ

บลูเบอร์รี่ องุ่นม่วง และราสเบอร์รี่กลายเป็น "บิ๊กทรี" ของผลไม้สีม่วงที่นิยมนำมาทำเครื่องดื่มเพราะนอกจาก Anthocyanin สูงแล้ว ยังมีใยอาหาร (Dietary Fiber) ที่ช่วยให้อิ่มนานและควบคุมความหิวได้ด้วย องุ่นม่วงยังให้วิตามิน C, วิตามิน K และสารพฤกษเคมี (Phytochemical) ที่เป็นประโยชน์อีกหลายชนิด

Trong bộ ba trái cây màu tím, việt quất và mâm xôi chứa lượng chất xơ khá dồi dào, giúp tạo cảm giác no lâu hơn và hỗ trợ kiểm soát cơn thèm ăn.
Trong bộ ba trái cây màu tím, việt quất và mâm xôi chứa lượng chất xơ khá dồi dào, giúp tạo cảm giác no lâu hơn và hỗ trợ kiểm soát cơn thèm ăn.

ประโยชน์ไม่ได้หยุดแค่เรื่องผิว

นอกจากเรื่องผิวพรรณ น้ำผลไม้สีม่วงยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมอีกหลายด้านที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องน้ำหนักและรูปร่าง ดังนี้

  • ช่วยควบคุมความอยากอาหาร — ใยอาหารในบลูเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ช่วยให้อิ่มนานขึ้น ลดโอกาสที่จะหยิบขนมกินระหว่างวัน
  • สนับสนุนการไหลเวียนโลหิต — Anthocyanin มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น ซึ่งดีต่อสุขภาพหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตโดยรวม
  • ให้พลังงานแบบธรรมชาติ — ผลไม้สีม่วงมีน้ำตาลธรรมชาติที่ให้พลังงานในระดับพอเหมาะ ไม่พุ่งสูงเหมือนน้ำตาลทราย
  • ช่วยบำรุงสายตา — Anthocyanin โดยเฉพาะจากบลูเบอร์รี่ มีการศึกษาพบว่าอาจช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาในยุคที่เราจ้องจอทั้งวันได้ด้วย
Cách làm trà gạo lứt đậu đen: Bí quyết 'trẻ hóa', eo thon cho phái đẹp
Cách làm trà gạo lứt đậu đen: Bí quyết 'trẻ hóa', eo thon cho phái đẹp

ทำน้ำผลไม้สีม่วงดื่มเองที่บ้าน ง่ายกว่าที่คิด

ข่าวดีคือเราไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นเพื่อดื่มเครื่องดื่มแบบนี้ เพราะวัตถุดิบหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในบ้านเรา บลูเบอร์รี่แช่แข็งราคาไม่แพงมาก องุ่นม่วงก็หาได้ตามตลาดสด ส่วนราสเบอร์รี่อาจหาซื้อแบบแช่แข็งได้ง่ายกว่าแบบสด

สูตรพื้นฐานที่ลองทำได้เลย:

  • บลูเบอร์รี่ 1 ถ้วย
  • องุ่นม่วงไม่มีเมล็ด หรือแกะเมล็ดออก ครึ่งถ้วย
  • ราสเบอร์รี่ครึ่งถ้วย
  • น้ำเปล่าหรือนมถั่วไม่หวาน (Unsweetened Plant-based Milk) 200-250 มล.

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่เครื่องปั่น ปั่นจนเนียน ก็ได้เครื่องดื่มโภชนาการสูงพร้อมดื่ม ถ้าอยากได้ใยอาหารเพิ่ม ใส่เมล็ดเจียลงไปหนึ่งช้อนโต๊ะได้เลย หรือถ้าชอบหวานเล็กน้อยอาจหยดน้ำผึ้งแท้ลงไปนิดหน่อย แต่พยายามหลีกเลี่ยงน้ำตาลทรายขาวเพราะจะลดคุณค่าทางโภชนาการและเพิ่มแคลอรีโดยไม่จำเป็น

นอกจากการปั่นดื่มตรงๆ ยังสามารถนำผลไม้สีม่วงมาผสมกับโยเกิร์ตไม่หวาน เพื่อทำเป็นสมูทตี้โบวล์ เหมาะเป็นมื้อเช้าหรือมื้อว่างที่อิ่มและมีประโยชน์มากขึ้น

3 'khung giờ vàng' uống nước chanh: Thải độc, sáng da, giữ eo thon gọn
3 'khung giờ vàng' uống nước chanh: Thải độc, sáng da, giữ eo thon gọn

ผลกระทบต่อคนไทย: โอกาสดีที่ควรคว้าไว้

พูดตรงๆ นะครับ คนไทยเราเป็นห่วงเรื่องผิวไม่แพ้ชาติไหน แต่ส่วนใหญ่ยังเน้นที่การทาครีมหรือทำทรีตเมนต์ภายนอก มากกว่าการดูแลจากภายใน ซึ่งจริงๆ แล้วทั้งสองอย่างควรไปด้วยกัน

สำหรับคนทำงานออฟฟิศที่ต้องจ้องหน้าจอทั้งวัน เจอแอร์เย็นจนผิวแห้ง บวกกับมลพิษฝุ่น PM2.5 ที่เราเจอกันในเมืองใหญ่ การเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระผ่านอาหารและเครื่องดื่มเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลมากและต้นทุนก็ไม่ได้สูงเลย

ถ้าเป็นพี่สยาม เจอข่าวนี้แล้วก็คิดเลยว่าลองเริ่มจากมื้อเช้าก่อนเลยดีกว่า เอาบลูเบอร์รี่แช่แข็งมาปั่นกับนมถั่วอัลมอนด์ ง่ายดี ไม่ต้องไปซื้อซัพพลีเมนต์ราคาแพงก็ได้ผลไม้สีม่วงสดๆ ที่ธรรมชาติให้มาฟรีๆ อยู่แล้ว

ข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ผลไม้สีม่วงจะดี แต่มีบางเรื่องที่ควรระวังไว้ด้วย

  • ผู้ป่วยเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณผลไม้ในอาหาร เพราะแม้น้ำตาลธรรมชาติจากผลไม้จะดีกว่าน้ำตาลทราย แต่ก็ยังมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดได้
  • ผู้ที่แพ้ผลไม้บางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มเบอร์รี่ ควรระวังและทดสอบในปริมาณน้อยก่อน
  • ไม่ควรดื่มมากเกินไป แม้จะเป็นน้ำผลไม้ธรรมชาติ แต่ดื่มมากเกินก็ได้รับแคลอรีและน้ำตาลสูงเกินความจำเป็น วันละ 1 แก้วในปริมาณพอเหมาะก็เพียงพอแล้ว
  • ไม่ใช่ยารักษาโรค ประโยชน์ที่กล่าวมาเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ไม่ใช่การรักษาโรคผิวหนังหรือโรคอื่นๆ หากมีปัญหาสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
Cây nha đam không chỉ để làm đẹp: 7 công dụng trong nhà nhiều người chưa tận dụng
Cây nha đam không chỉ để làm đẹp: 7 công dụng trong nhà nhiều người chưa tận dụng

มุมมองของพี่สยาม

พี่สยามชอบข่าวประเภทนี้มากเลยครับ เพราะเป็นเรื่องที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องลงทุนมากหรือเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ทั้งหมด แค่เพิ่มผลไม้สีม่วงในมื้ออาหารหรือทำเป็นเครื่องดื่มสักแก้วตอนเช้า ก็ถือว่าดีแล้ว

ที่สำคัญคือ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผิวและสุขภาพยังคงเป็นสูตรเก่าที่ใครๆ รู้กันอยู่แล้ว นั่นก็คือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และกินอาหารที่หลากหลายครบหมู่ น้ำผลไม้สีม่วงเป็นแค่ "ตัวเสริม" ที่ดี ไม่ใช่ "วิธีแก้ปัญหาทุกอย่าง" นะครับ

แต่ถ้าเลือกได้ระหว่างดื่มน้ำหวานกับดื่มสมูทตี้ผลไม้สีม่วง พี่สยามเลือกอย่างหลังทุกครั้งครับ เพราะอย่างน้อยก็ได้สารอาหารที่มีประโยชน์กลับคืนมาด้วย

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Lam Dep

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook