ดื่มชา 2-3 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกายแก่ช้าลงได้จริงไหม? งานวิจัยบอกอะไรบ้าง

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
ดื่มชา 2-3 แก้วต่อวัน ช่วยให้ร่างกายแก่ช้าลงได้จริงไหม? งานวิจัยบอกอะไรบ้าง

แค่ชงชาดื่มทุกวัน — ฟังดูธรรมดา แต่ผลลัพธ์ไม่ธรรมดาเลย

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่คนไทยคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ชาต้องติดโผแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดำ หรือชาอู่หลง แก้วสักแก้วตอนเช้าหรือบ่ายๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่รู้ไหมว่างานวิจัยขนาดใหญ่หลายชิ้นกำลังบอกว่า นิสัยเล็กๆ อย่างนี้แหละที่อาจส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง

ตามรายงานของ Phunutoday ที่รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยระยะยาวหลายชิ้น พบว่ากลุ่มคนที่ดื่มชาสม่ำเสมอวันละ 2-3 แก้ว มีอัตราความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุต่ำกว่าคนที่ไม่ดื่มชาถึง 8-15% ตัวเลขนี้ไม่ได้น้อยนะครับ ถ้าเทียบกับยาหรืออาหารเสริมหลายชนิดที่ราคาแพงกว่ามาก

ชามีอะไรดีที่ทำให้ร่างกายแก่ช้าลง?

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าเคล็ดลับอยู่ที่สารกลุ่ม Polyphenol (สารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่พบมากในพืช) ซึ่งมีอยู่ในใบชาในปริมาณสูง สารกลุ่มนี้ทำหน้าที่เหมือน "โล่ป้องกัน" ให้เซลล์ร่างกายต้านทานความเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน หรือที่เรียกว่า Oxidative Stress ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่เร่งให้เซลล์เสื่อมเร็ว

ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า คนที่ดื่มชาเป็นประจำมีตัวชี้วัดความเสื่อมของเซลล์ต่ำกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 10-18% พูดง่ายๆ ก็คือร่างกายข้างในแก่ช้ากว่านั่นเอง แต่พี่สยามอยากเน้นว่านี่ไม่ใช่ "ยาวิเศษ" ที่กินแล้วหนุ่มสาวทันที แต่เป็นผลสะสมจากการดูแลสมดุลร่างกายอย่างต่อเนื่องต่างหาก

Nếu bạn lo lắng về sức khỏe tim mạch, trà có thể là sự bổ sung đáng giá.
Nếu bạn lo lắng về sức khỏe tim mạch, trà có thể là sự bổ sung đáng giá.

หัวใจแข็งแรงขึ้น — ไม่ใช่แค่โฆษณา

สำหรับคนที่กังวลเรื่องโรคหัวใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ว่าผู้ที่ดื่มชาสม่ำเสมอมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจต่ำกว่าคนทั่วไปถึง 7-12% สาเหตุมาจากสาร Catechin (สารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม Polyphenol ที่พบมากในชาเขียว) ที่ช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญไขมันในเลือด และช่วยรักษาความสมดุลของตัวชี้วัดสุขภาพหลอดเลือด

ถ้าเป็นพี่สยามเจอข้อมูลแบบนี้ ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลดีนะ เพราะคนเอเชียดื่มชากันมาหลายพันปีแล้ว และหลายงานวิจัยก็พบว่าคนญี่ปุ่น จีน และในบางพื้นที่ของไทยที่ดื่มชาเป็นวัฒนธรรม มีสุขภาพหัวใจที่ดีกว่าค่าเฉลี่ย แต่ต้องยอมรับด้วยว่าอาหาร วิถีชีวิต และพันธุกรรมก็มีส่วนด้วย ไม่ใช่ชาอย่างเดียวแน่ๆ

ชาช่วยให้หัวใสขึ้น แต่ไม่ใช่แบบที่คาเฟอีนทำ

อีกเรื่องที่น่าสนใจและหลายคนอาจไม่รู้คือผลต่อสมองและสภาพจิตใจ ต่างจากกาแฟที่กระตุ้นแบบรุนแรงและอาจทำให้มือสั่นหรือใจสั่นในบางคน ชาให้ความตื่นตัวแบบนุ่มนวลและยาวนานกว่า ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าการดื่มชาช่วยเพิ่มสมาธิระยะสั้นได้ 5-10% และช่วยลดความผันผวนของอารมณ์รวมถึงความเหนื่อยล้าในช่วงบ่าย

Đi tiểu nhiều sau khi uống nước: Dấu hiệu thận khỏe hay cảnh báo bệnh lý?
Đi tiểu nhiều sau khi uống nước: Dấu hiệu thận khỏe hay cảnh báo bệnh lý?

เรื่องนี้ตรงกับประสบการณ์ส่วนตัวของพี่สยามเลย ตอนทำงานออฟฟิศ ช่วงบ่ายสองสามโมงมักจะง่วงเป็นพิเศษ ลองเปลี่ยนจากกาแฟแก้วที่สองมาเป็นชาเขียวหรือชาอู่หลง พบว่าหัวใสขึ้นโดยไม่รู้สึกกระสับกระส่าย นอนหลับตอนกลางคืนได้ดีกว่าด้วย ใครที่ทำงานโต๊ะและต้องการสมาธิยาวๆ อาจลองดูครับ

3 ข้อระวังที่คนดื่มชาต้องรู้

แต่ก่อนจะไปซื้อชามากองไว้ที่บ้าน พี่สยามอยากเตือนสักนิดว่าการดื่มชาก็มีข้อควรระวังเหมือนกัน ถ้าทำไม่ถูกต้องอาจได้ผลตรงข้ามได้

  • อย่าคิดว่าชาช่วยลดน้ำหนักได้คนเดียว: ชาช่วยสนับสนุนการควบคุมน้ำหนักก็จริง แต่ต้องคู่กับการกินอาหารที่ดีและออกกำลังกาย ถ้ายังกินน้ำตาลและไขมันเยอะ ชาไม่สามารถมาลบล้างสิ่งที่กินเข้าไปได้
  • อย่าดื่มชาตอนท้องว่าง: โดยเฉพาะชาเข้มข้น เพราะกรดในชาอาจระคายเคืองกระเพาะ คนที่มีปัญหากระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อนควรระวังเป็นพิเศษ
  • อย่าดื่มมากเกินไป: ดื่มเกินวันละ 5-6 แก้วขึ้นไปอาจทำให้นอนไม่หลับ วิตกกังวล และที่สำคัญคือขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กในร่างกาย ซึ่งอันตรายสำหรับผู้หญิงหรือคนที่มีภาวะโลหิตจางอยู่แล้ว
Cơ thể có 5 dấu hiệu này chứng tỏ thận khỏe mạnh, xem ngay bạn có đủ không
Cơ thể có 5 dấu hiệu này chứng tỏ thận khỏe mạnh, xem ngay bạn có đủ không

คนไทยกับการดื่มชา — โอกาสสุขภาพที่อยู่ใกล้แค่มือเอื้อม

พูดถึงบ้านเรา ประเทศไทยโชคดีตรงที่มีแหล่งผลิตชาคุณภาพดีอยู่ในประเทศ ทั้งชาดอยในภาคเหนืออย่างเชียงรายและเชียงใหม่ หรือจะเลือกชาสมุนไพรพื้นบ้านอื่นๆ ก็ยังได้ ราคาก็ไม่ได้แพงเลยเมื่อเทียบกับอาหารเสริมหรือยาบำรุงสุขภาพต่างๆ

แต่ที่น่าห่วงคือคนไทยหลายคนดื่ม "ชา" ในรูปแบบที่ไม่ค่อยได้ประโยชน์สักเท่าไหร่ เช่น ชาเย็นใส่น้ำตาลและนมข้นเต็มแก้ว หรือชาพร้อมดื่มในขวดที่มีน้ำตาลสูง ถ้าอยากได้ประโยชน์จากชาจริงๆ ก็ควรเลือกดื่มชาที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือใส่น้อยๆ จะได้ Polyphenol ที่ว่าอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

Vì sao nhiều người cho vài hạt muối vào dầu gội khi gội đầu?
Vì sao nhiều người cho vài hạt muối vào dầu gội khi gội đầu?

มุมมองพี่สยาม: ชาไม่ใช่ยา แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่ดี

ถ้าถามว่าพี่สยามเชื่อเรื่องนี้ไหม ตอบตรงๆ ว่าเชื่อในระดับหนึ่งครับ แต่ไม่ถึงกับคิดว่าดื่มชาแล้วจะหนุ่มตลอดกาล ความจริงคือชาเป็นส่วนเสริมที่ดีในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ยาวิเศษ

งานวิจัยที่อ้างถึงนั้นมีน้ำหนักน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง แต่ต้องเข้าใจว่าตัวเลขอย่าง "ลดความเสี่ยง 8-15%" นั้นเป็นค่าเฉลี่ยจากกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น คนที่ดื่มชาเป็นประจำอาจมีวิถีชีวิตที่ดีกว่าในด้านอื่นๆ ด้วยก็ได้ เรื่องนี้ต้องรอผลการศึกษาที่ควบคุมตัวแปรได้ดีขึ้นในอนาคต

สิ่งที่พี่อยากแนะนำจริงๆ คือลองมองการดื่มชาเป็น "พิธีกรรมเล็กๆ" ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะตอนเช้าก่อนทำงาน หรือช่วงพักกลางวัน แทนที่จะรีบกินอาหาร รีบเดิน รีบทำทุกอย่าง การนั่งชงชาและดื่มช้าๆ สักแก้วก็เป็นการให้รางวัลตัวเองและลดความเครียดได้โดยตรงด้วยครับ

Sáng ngủ dậy đừng ăn xôi hay mì tôm, đây mới là 'bữa sáng vàng' giúp bạn sống khỏe mỗi ngày
Sáng ngủ dậy đừng ăn xôi hay mì tôm, đây mới là 'bữa sáng vàng' giúp bạn sống khỏe mỗi ngày
ชาดีต่อสุขภาพจริง แต่ต้องดื่มอย่างถูกวิธี ไม่หวาน ไม่มากเกินไป และไม่ลืมว่าสุขภาพดีต้องมาจากหลายๆ อย่างประกอบกัน ทั้งอาหาร การนอน การออกกำลังกาย และสภาพจิตใจ ชาเป็นแค่ส่วนหนึ่งของภาพใหญ่นั้นครับ

ใครที่ยังไม่เคยลองดื่มชาเป็นประจำ ลองเริ่มจากแก้วเล็กๆ วันละแก้วก่อนก็ได้ แล้วค่อยๆ ปรับตามที่ร่างกายชอบ สุขภาพดีไม่ต้องรอยาวิเศษ บางทีอยู่ในกาน้ำชาที่บ้านคุณนั่นเองครับ

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Suc Khoe

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook