วิศรุต พีมูฟ ผ่าตัดแขนหักสำเร็จ หลังเหตุสลายชุมนุมเชียงใหม่ — นอน รพ. อีก 1 สัปดาห์ แต่ยังสู้ต่อ

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
วิศรุต พีมูฟ ผ่าตัดแขนหักสำเร็จ หลังเหตุสลายชุมนุมเชียงใหม่ — นอน รพ. อีก 1 สัปดาห์ แต่ยังสู้ต่อ

ข่าวนี้อ่านแล้วรู้สึกหนักใจไม่น้อยครับ ชายคนหนึ่งออกมาเรียกร้องเรื่องมลพิษในแม่น้ำที่กระทบชีวิตชาวบ้าน แล้วก็ต้องมานอนอยู่บนเตียงผ่าตัดในคืนถัดมา ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน มันก็ยังเป็นภาพที่หนักใจอยู่ดี

ผ่าตัดผ่านพ้นแล้ว แต่ยังต้องพักอีกนาน

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 19.00 น. วิศรุต ศรีจันทร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ช้าง" เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ (มพน.) และกองเลขานุการขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ (P-Move) ได้เข้ารับการผ่าตัดกระดูกต้นแขนซ้ายเป็นที่เรียบร้อย โดยผลการผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ก่อนย้ายเข้าห้องพักฟื้นผู้ป่วย

ตามที่ญาติของผู้บาดเจ็บเปิดเผย ทีมแพทย์จำเป็นต้องใช้ น็อตยึดกระดูกไว้ภายใน เพื่อประสานกระดูกที่แตกหักให้กลับมาเชื่อมติดกันอย่างเหมาะสม หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายและกายภาพบำบัด โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครึ่ง หรืออาจเร็วกว่านั้นหากร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดี

ภาพ: www.matichon.co.th

"เบื้องต้น แพทย์อนุญาตให้รับประทานอาหารได้ตามปกติ และยังต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ ระยะเวลาการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ"

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะการแตกหักของกระดูกและแนวทางการรักษาต่อเนื่อง แพทย์จะนัด Follow up ติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ตามรายงานของมติชนออนไลน์

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ — ยื่นหนังสือถึงจีน เรื่องมลพิษข้ามพรมแดน

ย้อนกลับไปวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง ได้จัดกิจกรรมเดินขบวนเพื่อยื่นหนังสือต่อ สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเร่งแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน

ภาพ: www.matichon.co.th

นอกจากการยื่นหนังสือ ผู้ชุมนุมยังนำ ตัวอย่างน้ำที่ระบุว่าปนเปื้อนสารพิษ มามอบให้ผ่านช่องทางสถานกงสุล เพื่อส่งต่อถึง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหมืองแร่ในประเทศเมียนมาที่มีนักลงทุนชาวจีนเกี่ยวข้อง ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุของการปล่อยสารปนเปื้อนลงสู่ลำน้ำชายแดน ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่

ทว่าในระหว่างการชุมนุม เกิดเหตุปะทะขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม จนทำให้ "ช้าง" ได้รับบาดเจ็บกระดูกต้นแขนซ้ายหัก

ความรู้สึกของพี่สยาม — เรื่องนี้ต้องพูดตรงๆ

ถ้าเป็นเราเจอแบบนี้ ออกไปร้องเรื่องน้ำเป็นพิษที่กระทบคนในชุมชน แล้วกลับมานอนในโรงพยาบาลพร้อมกระดูกหัก ความรู้สึกคงไม่ง่ายเลย แต่ที่น่าเคารพมากคือรายงานระบุว่าวิศรุตยังไม่ถอดใจ และยังเดินหน้าร้องขอความเป็นธรรมต่อไป

ภาพ: www.matichon.co.th

ส่วนตัวอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใส เพราะนี่คือหัวใจของการรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับการชุมนุมหรือไม่ก็ตาม การที่คนได้รับบาดเจ็บหนักระดับกระดูกหักในการชุมนุมโดยสงบ เป็นเรื่องที่สังคมต้องตั้งคำถาม

กระทบคนไทยยังไง — ไม่ใช่แค่เรื่องของคนเหนือ

เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นข่าวท้องถิ่น แต่จริงๆ มีหลายมิติที่กระทบคนไทยในวงกว้างครับ

  • เรื่องมลพิษข้ามพรมแดน: ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำที่ไหลมาจากฝั่งเมียนมาเป็นเรื่องที่ชาวบ้านในภาคเหนือแบกรับมานาน การออกมาเรียกร้องครั้งนี้คือเสียงของคนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ
  • เรื่องสิทธิการชุมนุม: ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน การที่ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บหนักและต้องเข้าผ่าตัดฉุกเฉิน ย่อมจุดคำถามเกี่ยวกับแนวทางการรับมือของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • เรื่องความโปร่งใส: สังคมไทยจะเดินหน้าได้ ต้องมีกลไกตรวจสอบที่เชื่อถือได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ประชาชนควรรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด

สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้

สำหรับใครที่ติดตามเรื่องนี้ มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่

  • ผลการ Follow up อาการของวิศรุตในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 และความคืบหน้าการรักษา
  • การชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะ
  • ความคืบหน้าของข้อเรียกร้องเรื่องมลพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำกก และแม่น้ำโขง ที่เป็นต้นตอของการชุมนุมครั้งนี้
  • การดำเนินการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากทุกฝ่าย

พี่สยามจะติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ต่อไปครับ หากมีข้อมูลใหม่จากทางการหรือจากเครือข่ายพีมูฟ จะอัปเดตให้ทราบโดยเร็ว

ขอให้วิศรุตฟื้นตัวเร็วๆ นะครับ และหวังว่าทุกฝ่ายจะได้นั่งคุยกันอย่างสันติ เพราะปัญหาน้ำเป็นพิษที่กระทบชาวบ้านนั้น ยังรอการแก้ไขอยู่ ไม่มีวันหมดอายุด้วยตัวเองครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง