เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ "ลิซ่า" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเพจ Facebook ส่วนตัว ตั้งคำถามตรงๆ ถึงสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี พร้อมวิจารณ์การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ดูเหมือนยังวนเวียนอยู่กับการ "ลงพื้นที่" มากกว่าจะมีแผนระยะยาวที่ชัดเจน
พี่สยามอ่านโพสต์นี้แล้วรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงที่ไม่ได้แสร้งทำ เพราะใครที่เคยเห็นภาพหาดใหญ่จมน้ำ บ้านเรือนพัง ชีวิตผู้คนต้องหยุดชะงักนานหลายสัปดาห์ คงเข้าใจดีว่าความรู้สึกนั้นมันฝังอยู่ในใจไม่ไปไหน
โพสต์ที่ทิ่มแทงตรงใจคนหาดใหญ่
ลิซ่าโพสต์ว่า "ไปๆ มาอีกไม่กี่เดือนจะปลายปีอีกแล้ว สิ่งที่นึกอยู่ตลอดคือ หาดใหญ่รอดม่ายปีนี้ ไม่เห็นความพยายามจะแก้ปัญหาระยะยาวอะไรเลย" พร้อมระบุว่าช่วงนี้ในพื้นที่มีกระแสดราม่ากัน และนายกรัฐมนตรีก็มีกำหนดลงพื้นที่หาดใหญ่ในวันที่ 10 กรกฎาคม
เธอยังเรียกร้องให้ยุติสิ่งที่เธอเรียกว่า "พิธีกรรม" คือการลงพื้นที่แบบที่ทำให้รู้สึกว่ามีการแก้ไข แต่ไม่มีแผนระยะยาวรองรับ โดยบอกชัดว่า "เลิกพิธีกรรมแบบนี้แล้วกางแผนมายาวๆ เอายังไง"
สิ่งที่น่าสังเกตคือเธอยืนยันว่าไม่ได้ต้องการ "พลอยกระแส" แต่พูดจากความทรงจำที่ยังชัดเจนจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งก่อนที่กินเวลากว่า 14 วัน ซึ่งเธอบอกว่าภาพนั้นยังหลอนอยู่ในหัว
ชีวิตคนที่คืนไม่ได้ และธุรกิจที่ยังรอการฟื้นฟู
ลิซ่าพูดถึงสิ่งที่สำคัญมากสองเรื่อง คือ "ชีวิตคนที่ทวงกลับมาไม่ได้" และ "ธุรกิจที่ยังไม่ได้รับการฟื้นฟูในระดับนโยบาย" ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาของหาดใหญ่ไม่ได้จบแค่ตอนน้ำลด แต่ผลกระทบยังค้างอยู่กับคนในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่สูญเสียคนรัก ร้านค้าที่สินค้าพัง หรือธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับพี่สยาม เพราะบ่อยครั้งที่เราเห็นข่าวน้ำท่วม พอน้ำลดแล้วกล้องก็หันไปทางอื่น แต่คนที่อยู่ในพื้นที่ยังต้องแบกรับต้นทุนทางชีวิตและธุรกิจต่อไปอีกนาน โดยที่มาตรการช่วยเหลือในระดับนโยบายกลับไม่ได้มาพร้อมกับน้ำที่ลด
คำถามที่ต้องการคำตอบจากรัฐบาล
สิ่งที่ ส.ส.ลิซ่าต้องการจริงๆ ไม่ใช่การวิจารณ์เพื่อวิจารณ์ แต่คือคำตอบที่จับต้องได้ว่า รัฐบาลมีแผนระยะยาวสำหรับหาดใหญ่อย่างไร? การลงพื้นที่ของนายกฯ ครั้งนี้จะนำมาซึ่งนโยบายอะไรที่แตกต่างออกไปจากที่ผ่านมาบ้าง?
คำถามเหล่านี้สะท้อนความรู้สึกของคนไทยหลายคนที่ติดตามข่าวน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เดิมทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่อย่างหาดใหญ่ที่มีประวัติน้ำท่วมหนักมายาวนาน การ "ลงพื้นที่" อาจสำคัญในแง่ของสัญลักษณ์ แต่ถ้าไม่มีแผนที่ชัดเจนตามมา มันก็ยากจะต่างจากครั้งที่แล้ว
ผลกระทบและสิ่งที่คนไทยควรจับตา
สำหรับคนในพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้ โพสต์ของลิซ่าครั้งนี้อาจช่วยผลักดันให้เกิดการพูดถึงแผนระยะยาวในระดับนโยบายมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรเกิดขึ้นมานานแล้ว สำหรับคนทั่วประเทศ นี่คือสัญญาณเตือนว่าปลายปีกำลังใกล้เข้ามา และช่วงฝนหนักก็เช่นกัน
- ติดตามว่าหลังการลงพื้นที่ของนายกฯ วันที่ 10 กรกฎาคม จะมีการประกาศแผนระยะยาวอะไรออกมาหรือไม่
- จับตาว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการฟื้นฟูธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งที่แล้วหรือยัง
- หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรเตรียมพร้อมรับมือตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ต้องรอให้รัฐแก้ปัญหาให้ทันก่อน
พี่สยามไม่ได้บอกว่าการลงพื้นที่ของผู้นำไม่มีความหมาย แต่ถ้ามันกลายเป็นแค่กิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีวิกฤต แล้วหายไปพร้อมกับกระแสข่าว โดยที่ชีวิตคนในพื้นที่ยังวนซ้ำในวงจรเดิม ก็ต้องยอมรับว่าคำถามของลิซ่ามันตรงและจำเป็นมาก
ปลายปีจะถึงในอีกไม่กี่เดือน หาดใหญ่จะรอดไหมปีนี้? คำตอบอยู่ที่ว่าเราจะได้เห็นแผนระยะยาวที่จับต้องได้หรือเปล่า ไม่ใช่แค่ภาพการลงพื้นที่ที่ดูดีในสื่อ




