ถ้าใครบอกพี่ว่า "จะไปเที่ยวจอร์เจีย" เมื่อสัก 5 ปีก่อน พี่คงนึกถึงรัฐทางใต้ของอเมริกาก่อนเลย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เพราะ ประเทศจอร์เจีย (Georgia) กลายเป็นชื่อที่ได้ยินบ่อยมากในหมู่นักเดินทางชาวไทย ทั้งกลุ่มที่ชอบท่องเที่ยวแบบประหยัด กลุ่ม Digital Nomad ที่อยากหาฐานทำงานใหม่ รวมถึงคนที่แค่อยากสัมผัสประสบการณ์ยุโรป-เอเชียในที่เดียว คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ "จอร์เจียอยู่ทวีปไหน?" และ "ไปแล้วอันตรายไหม?" — วันนี้พี่จะพาไปหาคำตอบครับ
จอร์เจียอยู่ที่ไหน? เปิดแผนที่โลกหาคำตอบ
หลายคนยังสับสนเรื่องนี้อยู่ และก็ไม่แปลกเลย เพราะ ประเทศจอร์เจียตั้งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย พูดง่าย ๆ คือมันอยู่ตรงกลางระหว่างสองทวีปพอดี
ตามรายงานของไทยรัฐออนไลน์ หากยึดตาม หลักภูมิศาสตร์อย่างเป็นทางการ จอร์เจียจัดอยู่ในทวีปเอเชีย แต่ในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ประเทศนี้ได้รับอิทธิพลจากยุโรปอย่างชัดเจน จนหลายคนเรียกว่า "ประเทศสองทวีป" ซึ่งฟังดูเท่มากในแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในเชิงภูมิศาสตร์ จอร์เจียมีพรมแดนติดกับ 4 ประเทศ ได้แก่
- ทิศเหนือ — รัสเซีย
- ทิศตะวันออก — อาเซอร์ไบจาน
- ทิศใต้ — อาร์เมเนีย
- ทิศตะวันตกเฉียงใต้ — ตุรกี
และด้านตะวันตกของประเทศยังติดกับ ทะเลดำ (Black Sea) ทำให้จอร์เจียมีความหลากหลายทางภูมิประเทศอย่างน่าทึ่ง — ทั้งเทือกเขาสูง หุบเขา แม่น้ำ และชายฝั่งทะเลในประเทศเดียว โดยเมืองริมทะเลที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ บาทูมี (Batumi)
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนไป
จอร์เจียมีพื้นที่ประมาณ 69,700 ตารางกิโลเมตร ประชากรราว 3.7 ล้านคน ใช้ภาษาราชการคือ ภาษาจอร์เจีย และสกุลเงินคือ ลารีจอร์เจีย (GEL) เมืองหลวงคือ กรุงทบิลิซี (Tbilisi) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ

สิ่งที่ทำให้ทบิลิซีน่าสนใจมากคือสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างยุโรปและเอเชียอย่างลงตัว ถ่ายรูปที่ไหนก็สวย แถมยังมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี และเป็นหนึ่งในดินแดนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่รับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติ
ในแง่ประชากร ชาวจอร์เจียพื้นเมืองคิดเป็นประมาณ 86% ของประชากรทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นชาวอาเซอร์ไบจาน อาร์เมเนีย รัสเซีย และชาติพันธุ์อื่น ๆ
คนไทยไปจอร์เจียได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า
นี่คือข้อดีที่ใหญ่มากครับ ตามข้อมูลจากไทยรัฐออนไลน์ นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางเข้าจอร์เจียได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และพักอยู่ได้นานสูงสุดถึง 365 วัน ซึ่งถือว่าใจกว้างมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่ให้แค่ 30 หรือ 90 วัน

สำหรับคนที่ทำงานแบบ Remote หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศอยู่ต่างประเทศระยะยาวโดยไม่ต้องยุ่งยากเรื่องเอกสาร จอร์เจียถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก บวกกับค่าครองชีพที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศในยุโรป
จอร์เจีย ปลอดภัยไหม? ควรระวังอะไรบ้าง
อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์ซึ่งระบุว่ามีการนำข้อมูลจาก Global Peace Index (GPI) ที่จัดทำโดย Institute for Economics and Peace มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ด้านความปลอดภัย แต่เนื่องจากข้อมูลในส่วนนี้ของแหล่งข่าวไม่ครบถ้วน พี่ขอไม่คาดเดาตัวเลขหรือการจัดอันดับที่แน่ชัด — รอข้อมูลฉบับเต็มจะดีกว่าครับ
สิ่งที่พี่อยากเตือนไว้ในฐานะคนที่ติดตามข่าวมาสักพักคือ แม้ตัวประเทศจอร์เจียโดยรวมจะมีชื่อเสียงด้านการต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ก็ควรระวังเรื่องเหล่านี้ด้วย
- พื้นที่ใกล้ชายแดนรัสเซีย โดยเฉพาะแถบเซาท์ออสซีเชียและอับคาเซีย ซึ่งเป็นเขตพิพาทที่ยังมีความตึงเครียดทางการเมืองอยู่ — ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
- ควรติดตามคำเตือนการเดินทางจาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ของไทยก่อนเดินทางทุกครั้ง
- เตรียมประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ เพราะจอร์เจียยังไม่ใช่ประเทศที่คนไทยคุ้นเคยนัก หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ไม่ตื่นตกใจ
- ภาษาจอร์เจียเป็นภาษาที่อ่านยากมาก ตัวอักษรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ควรดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์และแอปแปลภาษาติดไปด้วย
ความรู้สึกของพี่กับเรื่องนี้
ถ้าเป็นพี่เอง ฟังดูน่าสนใจมากครับ ภูเขาคอเคซัสที่ว่ากันว่าสวยงามยิ่งใหญ่ บวกกับเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมผสมสองทวีป และค่าครองชีพที่ไม่บีบกระเป๋าเกินไป ถ้ามีโอกาสพี่คงอยากลองไปดูสักครั้ง แต่พี่จะเตรียมตัวให้ดีก่อนแน่นอน ทั้งเรื่องวีซ่า ประกัน และข่าวสารสถานการณ์ในพื้นที่ เพราะการท่องเที่ยวที่สนุกที่สุดคือการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย
สรุปก่อนวางแผนเดินทาง
จอร์เจียเป็นประเทศที่มีเสน่ห์จริง ๆ และเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่อยากเดินทางไปพื้นที่แปลกใหม่โดยไม่ยุ่งยากเรื่องวีซ่า แต่ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในแต่ละพื้นที่
คำถามทิ้งท้ายจากพี่คือ — ถ้าอยู่ต่างประเทศได้นานถึง 365 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า คุณจะเลือกใช้เวลาทำอะไรดีล่ะ? แค่เที่ยว หรือลองใช้ชีวิตที่นั่นสักระยะ?



