จี้รัฐจัด Zoning คุม Data Center ก่อนไฟฟ้า-น้ำไม่พอ กระทบคนไทยทั้งประเทศ

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
จี้รัฐจัด Zoning คุม Data Center ก่อนไฟฟ้า-น้ำไม่พอ กระทบคนไทยทั้งประเทศ

ถ้าพี่สยามบอกว่าตัวเลข 1.1 ล้านล้านบาทในครึ่งปีเดียวทำให้ตาค้าง เชื่อไหมครับ? นั่นคือมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนใน Data Center เพียงอย่างเดียว แต่สิ่งที่ตามมาพร้อมกันคือคำถามที่หนักกว่า ไฟฟ้าเพียงพอไหม? น้ำเพียงพอไหม? และที่สำคัญกว่า — ประชาชนทั่วไปอย่างพวกเราจะได้รับผลกระทบแค่ไหน?

ตัวเลขที่ต้องจับตา: ลงทุนพุ่ง แต่โครงสร้างพื้นฐานยังตาม

ตามข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ รายงานว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1,115,260 ล้านบาท จาก 90 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Data Center, Data Hosting และ Cloud Service Data Center โดยนักลงทุนต่างชาติ (FDI — Foreign Direct Investment หรือการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ) เป็นกลุ่มหลัก

ฟังดูดีมากใช่ไหมครับ? เม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ แต่ปัญหาคือโครงสร้างพื้นฐานของเราพร้อมรองรับหรือยัง?

ไฟฟ้า: ช่องว่างที่กว้างจนน่าเป็นห่วง

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยข้อมูลสะสม ณ เดือนมิถุนายน 2569 ว่า มี Data Center ยื่นขอใช้ไฟฟ้ารวม 95 โครงการ คิดเป็นความต้องการไฟฟ้าสูงสุดถึง 26,045.2 เมกะวัตต์

แต่โครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่ตอบสนองได้เพียง 4,882.7 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 18.7% ของความต้องการทั้งหมด แบ่งเป็น

  • ยืนยันจ่ายไฟได้แน่นอน: 3,240.7 เมกะวัตต์
  • ยืนยันแบบมีเงื่อนไข: 1,642 เมกะวัตต์
  • ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA — Power Purchase Agreement) แล้ว: 2,768.2 เมกะวัตต์ จาก 18 โครงการ

แปลว่ายังมีความต้องการไฟฟ้าอีกกว่า 21,162.5 เมกะวัตต์ จาก 75 โครงการ ที่ กฟภ. ไม่สามารถจัดหาให้ได้ในขณะนี้ เหตุผลหลักคือปัญหา "คอขวด" ของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ทั้งสายส่งฝั่งจำหน่ายที่ต้องปรับปรุง และการก่อสร้างโครงข่ายสายส่งใหม่ที่ยังต้องใช้เวลา

ใครบ้างที่รอคิวไฟฟ้าอยู่?

เมื่อดูโครงการที่ยังต้องรอการแก้ปัญหาโครงข่ายไฟฟ้า พบว่ามาจากหลายกลุ่ม ได้แก่

  • นักลงทุนจีน 29 โครงการ ต้องการไฟฟ้ารวม 9,474 เมกะวัตต์
  • นักลงทุนไทย 29 โครงการ ต้องการไฟฟ้ารวม 6,778 เมกะวัตต์
  • นักลงทุนต่างชาติอื่นๆ 26 โครงการ รวม 7,108.2 เมกะวัตต์
  • ไม่ระบุข้อมูล อีก 11 โครงการ รวม 2,685 เมกะวัตต์

พูดง่ายๆ คือนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติต่างก็ติดคิวรออยู่ในเรือลำเดียวกัน

ความรู้สึกของพี่สยาม: มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ

ตรงนี้พี่สยามอยากพูดตรงๆ ครับ ถ้าเป็นเราเจอสถานการณ์แบบนี้ในฐานะชาวบ้านทั่วไป ความกังวลแรกไม่ใช่เรื่องว่านักลงทุนต่างชาติจะได้ไฟฟ้าหรือเปล่า แต่คือ ถ้า Data Center แย่งไฟฟ้าจากโครงข่ายที่มีอยู่ไป บ้านเราจะยังมีไฟใช้ปกติไหม? ค่าไฟจะแพงขึ้นไหม?

และมีอีกเรื่องที่พูดถึงกันบ้างในวงการ คือปัญหา "การแย่งน้ำ" เพราะ Data Center ขนาดใหญ่ใช้น้ำปริมาณมหาศาลในการระบายความร้อนระบบเซิร์ฟเวอร์ ยิ่งถ้าไม่มีการวางผังที่ดี ชุมชนรอบข้างอาจได้รับผลกระทบโดยตรงโดยไม่รู้ตัว

ทำไมถึงต้องจัด Zoning หรือ "โซนนิ่ง"?

การจัด Zoning (การกำหนดเขตพื้นที่) สำหรับ Data Center หมายความว่ารัฐต้องกำหนดล่วงหน้าว่าพื้นที่ไหนบ้างที่เหมาะสมสำหรับการสร้าง Data Center โดยดูจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า น้ำ และระบบสื่อสาร ไม่ใช่ปล่อยให้นักลงทุนเลือกพื้นที่กันเองแบบไม่มีแผน

ตอนนี้สิ่งที่เกิดขึ้นคือต่างคนต่างยื่นขอ ต่างคนต่างรอ และโครงข่ายไฟฟ้าที่มีอยู่กำลังถูกแย่งใช้พร้อมกัน ถ้าไม่มีการจัดระเบียบที่ชัดเจน ปัญหาคอขวดจะยิ่งหนักขึ้น

ผลกระทบต่อคนไทยมีอะไรบ้าง?

พี่สยามมองว่าเรื่องนี้กระทบคนไทยหลายระดับ

  • ระยะสั้น: ถ้าโครงข่ายไฟฟ้าถูกดึงไปใช้กับ Data Center โดยไม่มีการวางแผน พื้นที่รอบๆ อาจมีปัญหาไฟฟ้าไม่เสถียร หรือการขยายบริการไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยและโรงงานขนาดเล็กอาจล่าช้า
  • ระยะกลาง: ถ้าไม่มีการจัดโซนนิ่ง Data Center อาจกระจุกตัวในพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีอยู่แล้ว กดดันทรัพยากรน้ำและไฟฟ้าในพื้นที่นั้นมากเกินไป
  • ระยะยาว: ถ้าจัดการดี Data Center คือโอกาสสร้างงาน สร้างรายได้ภาษี และดึงเทคโนโลยีเข้าประเทศ แต่ถ้าจัดการผิดพลาด ต้นทุนตกอยู่กับประชาชนและสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่ควรจับตาและระวัง

สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโครงการ Data Center ขนาดใหญ่อยู่ใกล้เคียง พี่สยามแนะนำให้ติดตามข้อมูลจาก กฟภ. และหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่อง

  • แผนการปรับปรุงสายส่งไฟฟ้าในพื้นที่
  • ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการขนาดใหญ่
  • นโยบายการจัดโซนนิ่งที่รัฐกำลังพิจารณา

ถ้ามีการรับฟังความเห็นสาธารณะ ชาวบ้านในพื้นที่มีสิทธิ์ที่จะแสดงความเห็นและถามคำถามได้ครับ อย่าปล่อยให้การตัดสินใจเกิดขึ้นโดยไม่มีเสียงของเรา

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ว่านักลงทุนได้หรือเสียประโยชน์ แต่มันพูดถึงว่า เราจะบริหารทรัพยากรร่วมกันของประเทศอย่างไรให้ทุกคนอยู่ได้อย่างยุติธรรม คำตอบอยู่ที่การวางแผนที่ดี โปร่งใส และรับฟังคนทุกกลุ่ม ไม่ใช่แค่กลุ่มที่มีเงินลงทุนมากที่สุด

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook