เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน 'สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล' EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 ยกระดับผ้าไหมมัดหมี่สู่เวทีโลก

พี่สยาม
พี่สยาม
ไลฟ์สไตล์
ขนาดตัวอักษร
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน 'สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล' EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 ยกระดับผ้าไหมมัดหมี่สู่เวทีโลก

ต้องบอกเลยว่าข่าวนี้อ่านแล้วรู้สึกภูมิใจขึ้นมาทันที ในวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 ณ EM MARKET HALL EMSPHERE พร้อมทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ที่ถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยสู่สายตาชาวโลก งานนี้ไม่ได้เป็นแค่อีเวนต์แฟชั่นธรรมดา แต่มีนัยสำคัญที่ลึกกว่านั้นมากครับ

นิทรรศการน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

ก่อนเสด็จเข้างานแฟชั่นโชว์ ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการ THE LEGACY OF THAI ROYAL ELEGANCE ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงริเริ่มและพัฒนารูปแบบชุดไทยพระราชนิยมมาอย่างยาวนาน

ภาพ: www.prachachat.net

ในนิทรรศการมีการนำ “ชุดไทยเรือนต้น” และ “ชุดไทยจิตรลดา” จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ มาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา ซึ่งสอดรับกับวาระสำคัญที่ไทยกำลังผลักดัน — นั่นคือการเสนอ “ชุดไทย” ให้ยูเนสโก (UNESCO) ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี 2569 ครับ

แฟชั่นโชว์ ATELIER DE GRÂCE HAUTE COUTURE ครั้งแรก

หัวใจของงานคืองานแฟชั่นโชว์ ATELIER DE GRÂCE HAUTE COUTURE (อาเตอลิเยร์ เดอ กราซ โอต์ กูตูร์) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยรวม 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ระดับตำนานของไทยมาไว้ในงานเดียวกัน ได้แก่

ภาพ: www.prachachat.net
  • TIRAPAN
  • THEATRE
  • ASAVA
  • ISSUE
  • CHAI GOLD LABEL
  • VATIT ITTHI
  • KLOSET

ทั้ง 7 แบรนด์ต่างนำเสนอผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ โดยถ่ายทอดอัตลักษณ์และความงดงามของ “ผ้าไหมมัดหมี่” ผ่านดีไซน์รวมทั้งสิ้น 28 ลุค พร้อมเติมเต็มทุกลุคด้วยเครื่องประดับชั้นสูง Masterpiece High Jewelry และ Iconic Fine Jewelry จากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกจากวง Royal Bangkok Symphony Orchestra บรรยากาศฟังดูหรูหราและอบอุ่นมากครับ

ความร่วมมือครั้งใหญ่ ต่อเนื่องปีที่ 5

งานนี้จัดขึ้นโดยเอ็ม ดิสทริค ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ ร่วมกับหลายภาคส่วน ทั้ง มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้ว ซึ่งการที่งานนี้ยืนระยะมาได้ถึง 5 ปี บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความจริงจังในการสืบสานหัตถศิลป์ไทยได้เป็นอย่างดีครับ

ภาพ: www.prachachat.net

ความรู้สึกของพี่สยามต่อข่าวนี้

ถ้าพี่สยามได้ไปอยู่ในงานวันนั้น คงน้ำตาซึมไม่รู้ตัวเลยนะ เพราะมันไม่ใช่แค่การแสดงแฟชั่น แต่มันคือการบอกโลกว่า “ผ้าไหมมัดหมี่” ไม่ใช่ของโบราณที่เอาแค่ไว้โชว์ในพิพิธภัณฑ์ แต่มันสวยงาม ทันสมัย และสามารถยืนบนเวทีระดับโลกได้อย่างสง่างาม

สิ่งที่น่าประทับใจมากคือการที่ดีไซเนอร์ชั้นนำของไทยทั้ง 7 แบรนด์ต่างตีความ “ผ้าไหมมัดหมี่” ออกมาในสไตล์ของตัวเอง แสดงให้เห็นว่าผ้าไทยนั้นมีศักยภาพที่หลากหลายและไม่มีขีดจำกัดในเชิงความคิดสร้างสรรค์

ผลดีต่อคนไทยและช่างทอผ้า

งานระดับนี้ไม่ได้มีผลเฉพาะกับวงการแฟชั่นไฮเอนด์เท่านั้นครับ แต่มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นต่อคนไทยหลายกลุ่ม

  • ช่างทอผ้าและชุมชนหัตถกรรม — เมื่อผ้าไหมมัดหมี่ได้รับการนำเสนอในเวทีระดับนี้ ความต้องการของผ้าไทยย่อมเพิ่มขึ้นตามมา ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับชาวบ้านในชุมชนที่ยังคงอนุรักษ์การทอผ้าแบบดั้งเดิมอยู่
  • อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย — การที่แบรนด์ไทยได้ขึ้นโชว์ในงานระดับนี้ช่วยสร้างโปรไฟล์และความน่าเชื่อถือในเวทีสากลได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การท่องเที่ยวและซอฟต์พาวเวอร์ไทย — Soft Power หรืออิทธิพลทางวัฒนธรรม คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ไทยกำลังผลักดัน งานลักษณะนี้ช่วยให้ภาพลักษณ์วัฒนธรรมไทยในสายตาต่างชาติดียิ่งขึ้น
  • ประชาชนทั่วไป — ถ้าชุดไทยได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO สำเร็จในปี 2569 นั่นหมายความว่าเราทุกคนมีส่วนร่วมในการสืบสานสิ่งที่เป็นมรดกของชาติ แม้แค่การสวมใส่ผ้าไทยในโอกาสต่าง ๆ ก็นับได้แล้ว

อยากให้ลองทำตามได้เลย

สำหรับใครที่ได้แรงบันดาลใจจากข่าวนี้ พี่สยามอยากแนะนำเล็กน้อยครับ ถ้ามีโอกาสเดินห้างย่านสุขุมวิทช่วงนี้ ลองแวะไปชมนิทรรศการหรืออีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับงาน EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026 ดูบ้าง ความรู้เรื่องผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยมที่ได้กลับมาบ้านนั้น มีคุณค่ากว่าที่คิดครับ และถ้าใครอยากมีส่วนร่วมในการสนับสนุนหัตถกรรมไทยได้ง่าย ๆ แค่หันมาเลือกซื้อผ้าไทยหรือผลิตภัณฑ์จากช่างฝีมือไทยก็เป็นการสนับสนุนที่มีความหมายมากแล้ว

งาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” ปีนี้เป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งว่า สิ่งที่เราเรียกว่า “ของไทย” นั้น ไม่ได้ล้าหลังหรือเชยแต่อย่างใด มันมีความงามที่ยืนหยัดและพัฒนาได้ไม่หยุดหย่อน คำถามที่ทิ้งไว้ให้คิดกันก็คือ — แล้วเราในฐานะคนไทย จะช่วยกันส่งต่อความงามนี้ไปข้างหน้าได้อย่างไรบ้างครับ?

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook