จากหนังสู่คำถามที่คาใจมานานหลายศตวรรษ
บางทีหนังหนึ่งเรื่องก็จุดประกายให้เราอยากรู้เรื่องราวที่ลึกกว่าแค่บนจอได้ ตำนานกรุงทรอยและมหากาพย์ The Odyssey ของกวีโฮเมอร์ (Homer) เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติ และคำถามที่ว่า "กรุงทรอยมีอยู่จริงไหม?" ก็เป็นหนึ่งในปริศนาที่นักวิชาการ นักสำรวจ และคนธรรมดาอย่างพี่สยามสงสัยมาตลอด
วันนี้พี่สยามขอพาทุกคนไปไขปริศนานี้ด้วยกัน ไม่ใช่แค่เรื่องตำนาน แต่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และโบราณคดีที่น่าตื่นเต้นมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
กรุงทรอยในตำนานคืออะไร?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า "ทรอย" ในวรรณกรรมกรีกโบราณนั้นเป็นอะไร มหากาพย์ที่เกี่ยวข้องมีสองชิ้นหลักคือ
- The Iliad (อีเลียด) — เล่าเรื่องสงครามกรุงทรอย ที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าชาย Paris แห่งทรอยพา Helen มเหสีของกษัตริย์ Menelaus แห่งสปาร์ตา กลับมายังเมือง จนกองทัพกรีกยกพลบุกโจมตีนานนับสิบปี
- The Odyssey (โอดิสซี) — เล่าต่อจากนั้น เป็นเรื่องการเดินทางอันยาวนานของวีรบุรุษ Odysseus หลังจากทรอยแตก กว่าจะกลับบ้านได้ก็ผ่านทะเล ภัยพิบัติ และเทพเจ้าอีกมากมาย
ที่คนจำได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น "ม้าไม้กรุงทรอย" (Trojan Horse) กลยุทธ์อันแยบยลที่ทหารกรีกซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ขนาดยักษ์ก่อนที่ทหารทรอยจะนำเข้าเมืองด้วยตัวเอง จนเป็นที่มาของสำนวนที่คนใช้กันถึงทุกวันนี้ในโลกไซเบอร์ซีเคียวริตี (Cybersecurity)

แล้วมีหลักฐานอะไรว่าทรอยมีอยู่จริง?
หลายคนอาจมองว่าเรื่องพวกนี้เป็นแค่นิทาน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1870 เมื่อนักสำรวจค้นพบสิ่งที่อาจเป็นคำตอบที่ทุกคนรอมานานนับศตวรรษ
บริเวณเนินเขา Hisarlik ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตุรกี ใกล้กับช่องแคบ Dardanelles มีการขุดค้นพบซากเมืองโบราณที่สร้างทับซ้อนกันหลายยุคสมัย ไม่ใช่แค่เมืองเดียว แต่เป็นราว 9 ชั้นเลยทีเดียว แต่ละชั้นแทนอารยธรรมที่สร้างและถูกทำลายในช่วงเวลาต่างกัน
สิ่งที่ค้นพบ ได้แก่
- กำแพงเมืองหนาและแข็งแกร่งที่มีอายุย้อนไปถึงยุคสำริด (Bronze Age)
- ร่องรอยการถูกเผาทำลายในชั้นที่เรียกว่า Troy VIIa ซึ่งตรงกับช่วงเวลาราว 1,200 ปีก่อนคริสตกาล อันเป็นยุคที่นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะตรงกับสงครามทรอยในตำนาน
- ทำเลที่ตั้งใกล้เส้นทางการค้าทางทะเลสำคัญ สอดคล้องกับคำบรรยายในวรรณกรรม
ปัจจุบัน UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ Hisarlik เป็น มรดกโลก (World Heritage Site) ในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งถือเป็นการยืนยันระดับนานาชาติว่าสถานที่แห่งนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

แล้วสงครามทรอยในตำนานเกิดขึ้นจริงไหม?
ตรงนี้ต้องแยกแยะให้ดีนะครับ เพราะนักวิชาการส่วนใหญ่มีมุมมองที่ค่อนข้างตรงกันว่า
"เมืองทรอยมีอยู่จริง แต่รายละเอียดของสงครามในมหากาพย์นั้นถูกแต่งเติมและผ่านการเล่าขานปากต่อปากมานานหลายร้อยปีก่อนที่จะถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร"
กวีโฮเมอร์เองก็มีชีวิตอยู่หลังจากเหตุการณ์ที่เล่าถึงหลายร้อยปี ดังนั้นจึงเป็นธรรมชาติที่เรื่องราวจะมีองค์ประกอบของตำนาน เทพเจ้า และเรื่องเหนือธรรมชาติเข้าไปด้วย สิ่งที่นักโบราณคดีพยายามทำคือ "แกะ" ความจริงทางประวัติศาสตร์ออกจากชั้นของตำนาน ซึ่งก็คล้ายกับการที่เราดูหนังสงครามแล้วรู้ว่าบางฉากอาจถูกดราม่าขึ้นเพื่อความน่าสนใจ แต่เหตุการณ์หลักก็ยังเกิดขึ้นจริง
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจสำหรับคนไทย?
พี่สยามคิดว่าเรื่องนี้สอนบทเรียนที่น่าสนใจหลายอย่างครับ

อย่างแรกคือเรื่องของ วรรณกรรมกับประวัติศาสตร์ บ้านเราก็มีมหากาพย์อย่างรามเกียรติ์หรือมหาภารตะที่ผสมผสานระหว่างตำนานกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ไว้ด้วยกัน การที่นักโบราณคดีพิสูจน์ได้ว่าทรอยมีจริง ก็ทำให้เราตั้งคำถามกลับมาที่ตำนานของตัวเองได้เช่นกันว่ามีแก่นความจริงประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง
อย่างที่สองคือ ความสำคัญของการไม่ด่วนสรุป ในยุคหนึ่งคนมองว่าทรอยเป็นแค่นิทาน แต่การขุดค้นทางโบราณคดีพลิกความเชื่อนั้นได้อย่างสิ้นเชิง ในโลกข้อมูลข่าวสารยุคนี้ที่ทุกอย่างวิ่งเร็ว การรอหลักฐานก่อนสรุปยังคงเป็นทักษะที่มีค่าเสมอ
และสุดท้าย ถ้าใครกำลังคิดจะพาครอบครัวหรือเพื่อนไปเที่ยวตุรกี แหล่งโบราณคดีทรอยที่เมือง Çanakkale (ชานัคคาเล) เป็นจุดหมายที่น่าแวะมากครับ มีพิพิธภัณฑ์ทันสมัยและแน่นอน — ม้าไม้จำลองขนาดใหญ่ให้ถ่ายรูปด้วย
มุมมองของพี่สยาม
ส่วนตัวพี่สยามแล้ว เรื่องนี้ทำให้รู้สึกทึ่งมากเลยครับ มันสะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์เราเก่งเรื่องการเล่าเรื่องมาตั้งแต่ไหนแต่ไร จนบางทีเรื่องเล่ากับความจริงก็กลมกลืนกันจนแยกยาก แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แม้จะผ่านมาสามพันกว่าปี เรายังคงพยายามตามหาความจริงนั้นอยู่ และบางครั้งก็พบมัน
ถ้าคุณเป็นคนชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์หรือดูสารคดี ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการขุดค้นที่ Hisarlik เพิ่มเติมได้เลยครับ หรือถ้าอยากเริ่มจากง่ายๆ ก็ลองอ่านมหากาพย์ The Iliad หรือ The Odyssey ฉบับแปลไทยก็มีนะครับ — มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด และเมื่อรู้ว่าเมืองในเรื่องอาจมีอยู่จริง มันยิ่งน่าอ่านขึ้นอีกเยอะเลย




