ถ้าพูดถึงดาราสาวที่เคยทำงาน 7 วันรวดโดยไม่หยุดพัก ชื่อของ ชิงชิง–คริษฐา สังสะโอภาส คงติดอยู่ในลิสต์ต้นๆ แน่นอน แต่ตอนนี้ภาพนั้นเปลี่ยนไปมากแล้ว เพราะสาวชิงในวันนี้กำลังอยู่ในโหมดที่ฟังดูน่าอิจฉาสุดๆ นั่นคือ เที่ยวทุกอาทิตย์ กินข้าวกับหลาน นอนหลับดี และรู้สึกว่าชีวิตมันสมดุลกว่าที่ผ่านมามากเลยทีเดียว
จากสาวบ้างาน สู่น้าชิงสายเที่ยว
ตามรายงานของไทยรัฐ ชิงชิงเพิ่งประกาศไม่ต่อสัญญากับช่อง 7HD เพื่อผันตัวเป็น นักแสดงอิสระ อย่างเต็มตัว ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนออกมาในไลฟ์สไตล์ชัดเจนมาก เธอรับงานน้อยลง เปิดพื้นที่ให้ชีวิตมากขึ้น และหนึ่งในสิ่งที่เติมเต็มวันหยุดของเธอตอนนี้ก็คือ น้องรยา หลานสาวตัวน้อยของ เนย–ปภาดา พี่สาวคนสนิท
ปัจจุบันชิงชิงยังคงถ่ายละครอยู่บ้าง โดยจะเข้ากองวันจันทร์และพุธ ส่วนวันที่เหลือในสัปดาห์ก็เป็นของการเที่ยวและเวลาคุณภาพกับหลานสาวโดยเฉพาะ

หลานพลังเยอะ น้าชิงก็ต้องสู้
ฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้เลย เพราะชิงชิงเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสนุกว่า น้องรยาเป็นเด็กพลังล้นเหลือ อะไรที่เพื่อนทำก็อยากทำบ้าง แม่จึงต้องชวนน้าชิงไปเป็นคู่หูสลับกันตลอด ล่าสุดทริปหัวหินที่ผ่านมา ทั้งแม่และน้าต้องลงสระว่ายน้ำสลับกันแทบทั้งวัน จนเธอพูดติดตลกว่า "แขนแต่ละคนกล้ามขึ้น"
"ปกติน้ากับแม่อ่อมอยู่บ้าน แต่หลานจะไปตีพิกเคิลบอล ไปดิสนีย์แลนด์ ดิสนีย์ออนไอซ์ ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ เพราะหลาน"
ยิ่งได้ฟัง ยิ่งรู้สึกว่านี่คือพลังงานบวกที่แท้จริงเลย เพราะสิ่งที่เธอบอกไม่ใช่แค่เรื่องความสนุก แต่มันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันด้วย ทั้งนอนหลับดีขึ้น ตื่นเช้าขึ้น และรู้สึกอยากดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นเพื่อจะได้ตามทันหลานต่อไปได้

ปอดรั่วผ่านมาแล้ว ชีวิตแฮปปี้ขึ้นเยอะ
อีกเรื่องที่ชิงชิงอัปเดตและฟังแล้วโล่งใจแทนมาก คือเรื่องสุขภาพ หลังผ่านการรักษาอาการ ปอดรั่ว มาระยะหนึ่ง ตอนนี้อาการดีขึ้นจนสามารถขึ้นเครื่องบินได้ตามปกติแล้ว และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้มันดีจริงๆ
สำหรับพี่สยามเองนะ ได้ยินเรื่องนี้แล้วรู้สึกดีใจแทนเธอมากเลย เพราะรู้ดีว่าคนทำงานหนักมาหลายปีโดยไม่ได้พักอย่างจริงจัง มันสะสมความเหนื่อยล้าไว้มากแค่ไหน แล้วพอได้หยุด ได้เที่ยว ได้อยู่กับคนที่รัก มันไม่ใช่แค่การพักผ่อนธรรมดา แต่มันคือการรีชาร์จให้ตัวเองกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
เรื่องลูก? ตอบแบบนี้น่ารักมาก
มีคนถามเรื่องแผนการมีลูกในอนาคตด้วย ซึ่งชิงชิงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าอยากมีลูกแต่ก็มีความกังวลเรื่องสังคมที่เด็กจะเติบโตมา เธอบอกว่ากลัวในแง่นั้นมากกว่าเรื่องอื่น และตอนนี้การได้เลี้ยงหลานก็เหมือนการ "ซ้อม" ไปในตัว ตามที่พี่เนยพูดติดตลก ส่วนเสาร์อาทิตย์เธอเลือกที่จะไม่รับงาน เพราะอยากใช้เวลาช่วงนั้นกับหลานและครอบครัวแทน

บทเรียนเล็กๆ จากน้าชิงที่คนทำงานอาจเอาไปใช้ได้
เรื่องของชิงชิงไม่ได้เป็นแค่ข่าวดาราเที่ยวสนุก แต่มันสะท้อนถึงวิธีคิดที่น่าสนใจมากสำหรับคนทำงานทั่วไปด้วย ลองคิดดูนะครับ
- การหยุดพักไม่ใช่ความอ่อนแอ — เธอทำงานหนักมานานจนรู้แล้วว่าร่างกายมีขีดจำกัด
- กิจกรรมที่มีพลังงานดึงดูด เช่น การเล่นกับเด็ก สามารถกระตุ้นให้เราอยากเคลื่อนไหวมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
- นอนหลับดีเป็นผลพลอยได้ เมื่อเหนื่อยกายในแบบที่มีความสุข ร่างกายก็จะพักฟื้นได้ดีขึ้น
- บาลานซ์ชีวิตไม่ต้องรอเกษียณ — จัดสรรเวลาได้แม้ยังอยู่ในวัยทำงาน
และสิ่งที่ชิงชิงทำให้เห็นก็คือ ความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการกินข้าวไข่เจียวกับหลาน พาส่งโรงเรียนตอนเช้า หรือแค่นอนหลับได้ก่อนเที่ยงคืน บางทีมันคือของขวัญที่ดีที่สุดที่เราให้ตัวเองได้
ชีวิตวิ่งเร็วมาพอแล้ว บางทีก็ต้องหยุดให้หลานจูงมือพาเดินดูโลกบ้างนะครับ 😊




