คร.เร่งสอบผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในนิสิต มมส. เตือนตรวจยืนยันก่อน รักษาเร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
คร.เร่งสอบผลคัดกรองพยาธิใบไม้ตับในนิสิต มมส. เตือนตรวจยืนยันก่อน รักษาเร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี

ข่าวนี้อ่านแล้วรู้สึกกังวลใจไม่น้อยเลยครับ โดยเฉพาะคนที่มีลูกหลานเรียนอยู่ในภาคอีสาน หรือแม้แต่คนที่ชอบกินอาหารพื้นบ้านแบบดิบ ๆ อย่างก้อยปลาหรือลาบปลา กรมควบคุมโรค (คร.) ออกมาแจ้งเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ว่ากำลังเร่งสอบสวนโรคในพื้นที่มหาสารคาม หลังมีการตรวจคัดกรองเบื้องต้นในกลุ่มนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) แล้วพบผลบ่งชี้ว่าอาจมีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ แต่ขอให้ทำความเข้าใจก่อนนะครับว่านี่คือ "การคัดกรองเบื้องต้น" เท่านั้น ยังไม่ใช่การวินิจฉัยยืนยัน

ผลคัดกรองเบื้องต้น ≠ ยืนยันติดเชื้อ

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า การตรวจที่พบผลในครั้งนี้ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า OV-ATK ซึ่งเป็นชุดตรวจคัดกรองจากปัสสาวะ ไม่ใช่การตรวจยืนยันมาตรฐาน วิธีที่องค์การอนามัยโลก (WHO) และวงการแพทย์สากลยอมรับ คือการตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ (Stool Examination) ด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะบอกได้ชัดเจนว่ามีพยาธิตัวเต็มวัยอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีจริงหรือไม่

การตรวจคัดกรองรอบนี้เป็นกิจกรรมเชิงรุกในระหว่างกิจกรรมของนิสิต และที่สำคัญ คร. ระบุว่า ยังไม่พบนิสิตคนใดที่มีอาการป่วย ดังนั้นสิ่งที่จะทำต่อไปคือการลงพื้นที่เพื่อตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน Modified Kato-Katz ตามแนวทางของ WHO เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

ตัวเลขผู้ป่วยทั่วประเทศน่าเป็นห่วง

นพ.มณเฑียร เปิดเผยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ของกองระบาดวิทยาว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 7 กรกฎาคม 2569 มีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคพยาธิใบไม้ตับแล้วถึง 2,656 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • กลุ่มอายุ 50–59 ปี
  • กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • กลุ่มอายุ 15–19 ปี

ที่น่าสังเกตคือกลุ่มอายุ 15–19 ปีติดอันดับ 3 ด้วย ซึ่งตรงกับกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน นักศึกษา สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรุ่นเก่าที่คุ้นเคยกับการกินอาหารดิบ แต่เริ่มลามมาถึงคนรุ่นใหม่ที่อาจสัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านในช่วงกลับบ้านหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม ข้อดีคือยังไม่พบรายงานผู้เสียชีวิตในช่วงเวลาดังกล่าว

พยาธิใบไม้ตับคืออะไร และทำไมถึงน่ากลัว

นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายว่า พยาธิใบไม้ตับ หรือในชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Opisthorchis viverrini (OV) เป็นพยาธิตัวแบนขนาดเล็กที่แฝงอยู่ในปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เช่น ปลาในแม่น้ำ ลำธาร และนาข้าว เมื่อคนกินปลาที่ปรุงไม่สุกเข้าไป อย่างเช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ หรือปลาร้าที่หมักไม่นานพอ พยาธิก็จะเข้าไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือระยะเวลา เพราะถ้าติดเชื้อแล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา การติดเชื้อเรื้อรังนาน 10–20 ปี จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิด มะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากในภาคอีสานของไทย และมีอัตราการรอดชีวิตค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ดังนั้นการตรวจเจอเร็วและรักษาเร็วจึงสำคัญมาก

"การติดพยาธิใบไม้ตับเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากได้รับการรักษาโดยเร็ว" — นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค

ความรู้สึกของพี่สยามกับข่าวนี้

ตรงไปตรงมาเลยนะครับ ถ้าพี่สยามอยู่ในกลุ่มนิสิตที่ถูกตรวจ ก็คงใจหายวาบเหมือนกัน แต่หลังจากอ่านรายละเอียดแล้ว ก็ค่อยสบายใจขึ้นบ้างตรงที่ยังไม่มีใครแสดงอาการ และผลที่ได้ยังเป็นแค่การคัดกรองเบื้องต้น สิ่งที่ทำให้รู้สึกดีคือ คร. ตอบสนองรวดเร็ว ไม่ปล่อยผ่าน และจะลงพื้นที่ตรวจยืนยันตามมาตรฐาน นี่แหละครับคือระบบสาธารณสุขที่ทำงานถูกต้อง ตรวจพบ → แจ้ง → สอบสวน → รักษา แทนที่จะเงียบเฉยหรือรอจนมีคนป่วยหนัก

สิ่งที่น่าเป็นห่วงกว่าคือวัฒนธรรมการกินอาหารดิบที่ยังคงแพร่หลาย และมีคนรุ่นใหม่ติดพยาธิมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกระแสอาหาร "ออเธนติก" หรืออาหารพื้นบ้านที่กลายเป็นที่นิยม โดยลืมไปว่ารสชาติที่อร่อยนั้นแฝงความเสี่ยงไว้ด้วย

ควรทำอย่างไรถ้าเป็นห่วงตัวเอง

  • หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ โดยเฉพาะปลาเกล็ดขาวในแถบภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นก้อยปลา ลาบปลา หรือปลาร้าที่หมักระยะสั้น
  • ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือเคยกินอาหารดังกล่าวเป็นประจำ แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อขอตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานและเชื่อถือได้มากกว่า OV-ATK
  • ถ้าตรวจพบเชื้อ ไม่ต้องตกใจ เพราะรักษาได้ด้วยยา Praziquantel ซึ่งหาได้ในโรงพยาบาลรัฐ อย่าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา
  • ติดตามข่าวจากแหล่งน่าเชื่อถือ อย่างเว็บไซต์กรมควบคุมโรค หรือ Hfocus แทนการเชื่อข่าวลือใน Social Media ที่อาจบิดเบือนตัวเลขหรือความรุนแรง

สรุปและมองไปข้างหน้า

เหตุการณ์ที่ มมส. ครั้งนี้ไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ดีมากครับ มันแสดงให้เห็นว่าการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มนักศึกษานั้นได้ผล และถ้ารัฐทำแบบนี้ต่อเนื่องทั่วภูมิภาคเสี่ยง คนที่ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวก็จะได้รับการรักษาก่อนที่จะสายเกินไป

ตามรายงานของ Hfocus อ้างข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตัวเลขผู้ป่วยยืนยันกว่า 2,600 รายในครึ่งปีแรกของ 2569 บอกเราชัดเจนว่าพยาธิใบไม้ตับยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง คำถามที่ทิ้งไว้ให้คิดคือ เราในฐานะคนไทยจะยอมรับความเสี่ยงนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะ "กินมาตั้งนานไม่เห็นเป็นอะไร" หรือจะเลือกตรวจสักครั้งเพื่อให้รู้ว่าร่างกายตัวเองเป็นอย่างไร ตอบได้แค่ตัวเองนะครับ แต่พี่สยามว่าคุ้มกว่าแน่นอน

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook