เปิดตัว 'Thaimart' อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ชู GP 0% ท้าชนแพลตฟอร์มต่างชาติ

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
เปิดตัว 'Thaimart' อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย ชู GP 0% ท้าชนแพลตฟอร์มต่างชาติ

ต้องบอกว่าพอได้ยินข่าวนี้ พี่สยามรู้สึกใจหายวาบเล็กน้อย — ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะนึกถึงเพื่อนๆ และคนรู้จักที่ทำธุรกิจออนไลน์มาหลายปี แล้วก็เจอปัญหาเดิมซ้ำๆ อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นค่า GP (Gross Profit หรือส่วนแบ่งรายได้ที่แพลตฟอร์มหัก) ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หรืออัลกอริทึม (ระบบการจัดลำดับสินค้า) ที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่บอกกล่าว ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่าไทยเรามีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของตัวเองผุดขึ้นมา มันก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

Thaimart คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยมาร์ทมาร์เก็ตเพลส จำกัด ได้ประกาศเปิดตัว Thaimart อย่างเป็นทางการ โดยนิยามตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce หรือการค้าขายออนไลน์) สัญชาติไทยแท้ๆ ตามรายงานของ ฐานเศรษฐกิจ

ที่น่าสนใจคือแรงบันดาลใจในการสร้างแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เกิดจากการนั่งคิดในห้องประชุม แต่มาจากประสบการณ์ตรงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาในการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ซึ่งระหว่างทางก็เผชิญกับปัญหาที่ผู้ขายออนไลน์หลายคนคงเคยโดนมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนนโยบายแบบกะทันหัน การปรับอัลกอริทึมที่ทำให้ยอดขายหายไปชั่วข้ามคืน หรือแม้แต่การถูกระงับบัญชีโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน

"เราไม่ได้สร้างเพียงมาร์เก็ตเพลส แต่กำลังสร้างบ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย" — นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ CEO บริษัทไทยมาร์ทมาร์เก็ตเพลส จำกัด

ประโยคนี้ฟังดูหนักแน่นและมีน้ำหนักทีเดียว เพราะคำว่า "บ้าน" ในที่นี้สื่อถึงพื้นที่ที่เจ้าของสามารถกำหนดกติกาเองได้ ไม่ต้องเดินตามเงื่อนไขของคนอื่น

จุดขายหลัก: GP 0% คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

หัวใจสำคัญที่ Thaimart หยิบมาเป็นจุดขายคือ GP 0% ซึ่ง GP ย่อมาจาก Gross Profit Percentage หรือพูดง่ายๆ คือ "ค่าคอมมิชชัน" หรือ "ส่วนแบ่งรายได้" ที่แพลตฟอร์มจะหักจากยอดขายของผู้ประกอบการทุกครั้งที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น

ถ้าใครเคยขายของบนแพลตฟอร์มใหญ่ๆ จะรู้ดีว่า GP นี้กัดกำไรไปไม่น้อย บางหมวดสินค้าอาจเสียค่า GP ตั้งแต่ 3% ไปจนถึง 10% กว่าๆ ต่อออเดอร์ ยิ่งสินค้ากำไรบางอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกหนักเลย ดังนั้นโมเดล GP 0% จึงเป็นข้อเสนอที่ดึงดูดใจมากสำหรับผู้ขายรายเล็กและ SME (ผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง) ที่มีทุนไม่หนา

กระทบคนไทยยังไง ใครได้ประโยชน์บ้าง

ถ้ามองในแง่บวก Thaimart อาจเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับคนกลุ่มเหล่านี้

  • ผู้ขายรายย่อยและ SME: ที่กำลังมองหาพื้นที่ขายออนไลน์โดยไม่ถูกหักค่า GP สูงๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีกำไรมากพอจะแบกภาระต้นทุนพวกนี้ได้
  • ผู้ผลิตสินค้าไทย: ที่ต้องการแพลตฟอร์มที่เข้าใจบริบทคนไทย ทั้งในแง่ภาษา วัฒนธรรมการซื้อขาย และการสนับสนุนของท้องถิ่น
  • ผู้บริโภคทั่วไป: ที่อาจได้เห็นสินค้าไทยที่หลากหลายมากขึ้น เพราะผู้ขายที่เคยไม่กล้าเข้ามาในตลาดออนไลน์เพราะกังวลเรื่องต้นทุน อาจกล้าลองมากขึ้น

พี่สยามนึกถึงน้าสาวที่ขายขนมไทยแฮนด์เมดอยู่ที่บ้าน เคยบ่นว่าลองขายออนไลน์แล้วแต่รู้สึกว่ากำไรหมดไปกับค่าธรรมเนียมต่างๆ ถ้า Thaimart ทำได้ตามที่ประกาศจริงๆ คนอย่างน้าสาวก็น่าจะได้ลองเล่น

สิ่งที่ต้องติดตามและระวัง

แต่อย่าพึ่งตื่นเต้นจนเกินไป เพราะในโลกของธุรกิจ คำว่า "ฟรี" หรือ "0%" มักมีรายละเอียดที่ต้องอ่านดีๆ เสมอ สิ่งที่ผู้สนใจควรตั้งคำถามให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ เช่น

  • GP 0% นั้นใช้กับทุกหมวดสินค้าและทุกช่วงเวลาหรือไม่ หรือมีเงื่อนไขพิเศษ
  • มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ แฝงอยู่หรือเปล่า เช่น ค่าสมัครสมาชิก ค่าโฆษณา ค่าจัดการการชำระเงิน
  • แพลตฟอร์มมีฐานผู้ใช้งาน (ผู้ซื้อ) มากพอที่จะทำให้ขายของได้จริงหรือยัง
  • ระบบความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า สอดคล้องกับ PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หรือไม่

เพราะสิ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอยู่รอดในระยะยาวนั้น ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียม แต่คือจำนวนผู้ซื้อที่เข้ามาใช้งาน ถ้าขายของในตลาดที่ไม่มีลูกค้า ต่อให้ GP เป็น 0% ก็ยังไม่มีรายได้อยู่ดี

แนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือกำลังมองหาช่องทางขายออนไลน์ใหม่ พี่สยามแนะนำให้ลองศึกษาข้อมูลก่อนด้วยวิธีนี้

  • เข้าไปอ่านรายละเอียดเงื่อนไขการใช้งานของ Thaimart ให้ครบถ้วนก่อนสมัคร
  • ลองเปิดร้านควบคู่กับแพลตฟอร์มเดิมที่ใช้อยู่ อย่าเพิ่งย้ายทั้งหมดในทีเดียว
  • ติดตามรีวิวและประสบการณ์จากผู้ขายคนอื่นๆ ที่เข้าไปใช้งานแล้วก่อน
  • สังเกตว่าแพลตฟอร์มมีการอัปเดตนโยบายหรือมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในช่วงแรกๆ บ้าง

วิธีที่ดีที่สุดคือ "ลองโดยไม่เสี่ยง" นั่นคือเปิดร้านไว้ก่อน แต่ยังไม่ต้องโยกฐานลูกค้าทั้งหมดมา แล้วค่อยดูผลลัพธ์จริงในสัก 3-6 เดือน

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ไทยเรามีแพลตฟอร์มดิจิทัลของตัวเองมากขึ้นนั้นเป็นเรื่องดีในระยะยาว เพราะมันหมายถึงการแข่งขันที่มากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดก็เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวไทยทุกคน แต่จะดีแค่ไหน ต้องพิสูจน์กันด้วยการกระทำจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่คำประกาศ

ถ้าเป็นคุณ คุณพร้อมจะให้โอกาส Thaimart ไหมครับ?

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook