ช่วงนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับข้อมูลสุขภาพที่แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ว่าอาจมีความผิดปกติหรือไม่ถูกต้อง จนทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าระบบมีการแก้ไขข้อมูลของเราหรือเปล่า? ล่าสุด สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกมาชี้แจงกันตรงๆ แล้ว ตามรายงานของ Hfocus
Health Link คืออะไร และทำหน้าที่อะไร?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Health Link ไม่ใช่ระบบที่เก็บหรือแก้ไขข้อมูลสุขภาพของใครทั้งนั้น แต่มันทำหน้าที่เป็น โครงสร้างพื้นฐานกลาง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Health Information Exchange (HIE) — พูดง่ายๆ ก็คือ "ท่อส่งข้อมูล" ที่เชื่อมระหว่างหน่วยงานเจ้าของข้อมูลกับระบบปลายทาง
BDI ย้ำชัดเจนว่า ระบบ Health Link มีหน้าที่เพียง รับ-ส่งข้อมูล จากแหล่งต้นทางไปยังระบบปลายทางตามสิทธิที่กำหนดไว้เท่านั้น ไม่มีการแก้ไข ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสุขภาพ ที่ได้รับจากหน่วยงานเจ้าของข้อมูลแม้แต่น้อย
ส่วนแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ก็ทำหน้าที่เป็น หน้าจอปลายทาง ที่นำข้อมูลจากหน่วยงานต้นทางมาแสดงผลให้เจ้าของข้อมูลดูเท่านั้น ไม่ได้มีการปรับแต่งข้อมูลระหว่างทาง
ใครดูข้อมูลได้บ้าง? ต้องทำอะไรก่อน?
ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะข้อมูลสุขภาพถือเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย PDPA ดังนั้นระบบ Health Link จะแสดงผลข้อมูลให้เฉพาะกรณีที่เจ้าของข้อมูล ได้สมัครและให้ความยินยอม เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น
ถ้าคุณยังไม่เคยสมัครหรือให้ความยินยอม ก็จะไม่สามารถเห็นข้อมูลสุขภาพของตัวเองผ่านช่องทางนี้ได้ครับ
เป้าหมายจริงๆ ของระบบนี้คืออะไร?
จากคำชี้แจงของ BDI, DGA และ สปสช. เจตนารมณ์หลักของโครงการนี้คือการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพจาก สถานพยาบาล และข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจาก สปสช. เพื่อให้ประชาชนสามารถ:
- ตรวจสอบประวัติการรักษาของตัวเองผ่านระบบดิจิทัลได้สะดวกขึ้น
- รับทราบข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นในนามของตัวเอง
- ร่วมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งจะช่วยสร้างความโปร่งใสให้กับระบบสาธารณสุขในระยะยาว
ฟังดูดีนะครับ เพราะจริงๆ แล้วประชาชนหลายคนไม่เคยรู้เลยว่ามีการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลอะไรในนามของตัวเองบ้าง พอมีระบบแบบนี้ขึ้นมา ก็ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้เองโดยตรง
ความรู้สึกของพี่สยามต่อเรื่องนี้
ส่วนตัวพี่สยามเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงกังวล เพราะเรื่องข้อมูลสุขภาพนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าข้อมูลผิดพลาดหรือถูกแก้ไขโดยไม่รู้ตัว อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิการรักษาพยาบาลหรือแม้แต่ชีวิตของคนได้จริงๆ ดังนั้นการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงบทบาทของแต่ละระบบให้ชัดเจน ถือว่าทำได้ถูกต้องครับ ดีกว่าปล่อยให้คนเข้าใจผิดกันต่อไป
แต่ขณะเดียวกัน สิ่งที่พี่สยามอยากให้ลองคิดดูคือ ถ้าข้อมูลที่แสดงผลบนแอปทางรัฐ "มาจากต้นทางตามที่บอก" แต่ข้อมูลต้นทางนั้นผิดพลาดตั้งแต่แรก ปัญหาก็ยังอยู่ที่หน่วยงานต้นทางอยู่ดี ซึ่งตรงนี้ก็ยังต้องการกลไกตรวจสอบที่ชัดเจนต่อไปครับ
ถ้าเจอข้อมูลผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
BDI แนะนำแนวทางไว้ดังนี้ครับ หากคุณตรวจพบข้อมูลการรับบริการที่ดูผิดปกติ ให้เริ่มจากการ ตรวจสอบก่อนว่าข้อมูลนั้นมาจากหน่วยงานใด เพราะจะได้รู้ว่าต้องไปติดต่อสอบถามที่ไหน
- ถ้าเป็นข้อมูลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล → ติดต่อ สปสช. โดยตรง
- ถ้าเป็นข้อมูลจากสถานพยาบาล → ติดต่อ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลต้นทาง ที่ให้บริการ
- อย่าเพิ่งตัดสินว่าระบบแก้ไขข้อมูล เพราะตามคำชี้แจง ระบบมีหน้าที่แค่ส่งต่อข้อมูลเท่านั้น
สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำได้ตอนนี้คือ เข้าไปตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตัวเองบนแอปทางรัฐ อย่างสม่ำเสมอ เพราะนี่คือสิทธิของเราในฐานะเจ้าของข้อมูล และถ้าพบความผิดปกติก็รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เลย
ท้ายที่สุดแล้ว ระบบแบบนี้มีประโยชน์มากถ้าใช้ถูกทาง และมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เราในฐานะประชาชนก็ต้องไม่ปล่อยผ่านเมื่อเจอข้อมูลที่ดูผิดปกติ เพราะการช่วยกันตรวจสอบคือส่วนหนึ่งของการทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศดีขึ้นได้จริงๆ ครับ




