มติเป็นที่สุด! 'นพ.สรณ' ต้องหยุดทำหน้าที่ ปธ.กสทช. ทันที ไม่ต้องรอโปรดเกล้าฯ

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
มติเป็นที่สุด! 'นพ.สรณ' ต้องหยุดทำหน้าที่ ปธ.กสทช. ทันที ไม่ต้องรอโปรดเกล้าฯ

เรื่องนี้มาเร็วกว่าที่หลายคนคิดครับ หลังจากที่คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 ชี้ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตคณะกรรมาธิการไอซีที วุฒิสภา ออกมาให้ความเห็นชัดเจนว่า มติดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดตามกฎหมาย และ นพ.สรณ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทันที โดยไม่ต้องรอขั้นตอนใดๆ เพิ่มเติม

เกิดอะไรขึ้น และกฎหมายพูดว่าอะไร?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานก่อนครับ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 8(2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผลคือถือว่าพระองค์ได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตาม มาตรา 18 แห่งกฎหมายเดียวกัน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 4 พ.ศ. 2565

นายประพันธ์ อธิบายขั้นตอนหลังจากนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า คณะกรรมการสรรหาจะต้องแจ้งมติและส่งหนังสือรายงานไปยัง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากสำนักเลขาธิการฯ เป็นผู้ส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยชี้ขาดตั้งแต่ต้น โดยไม่จำเป็นต้องนำเรื่องกลับเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาอีกครั้ง

จากนั้น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะรายงานมติดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำรายชื่อของ นพ.สรณ ขึ้นโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.กสทช. เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามมาตรา 8(2)

ไม่ต้องรอ — กฎหมายเขียนชัดเจน

"มติกรรมการสรรหา กสทช. ถือเป็นที่สิ้นสุดตามกฎหมาย และหมอสรณเป็นผู้ที่พ้นวาระก่อนกำหนด เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ดังนั้น กฎหมายเขียนชัดว่าต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ไม่ต้องรอทูลเกล้าฯ ถอดถอน"

— นายประพันธ์ คูณมี อดีต ส.ว. และอดีตกรรมาธิการไอซีที วุฒิสภา

ประเด็นนี้สำคัญมากครับ เพราะหลายคนอาจสับสนว่าต้องรอขั้นตอนโปรดเกล้าฯ ก่อนหรือเปล่า แต่ตามความเห็นของนายประพันธ์ กฎหมายระบุชัดเจนว่าเมื่อขาดคุณสมบัติและมติเป็นที่สุดแล้ว การหยุดปฏิบัติหน้าที่เกิดขึ้น ทันที โดยไม่ต้องรอกระบวนการอื่นใด

ขั้นตอนถัดไป — ใครจะนั่งเก้าอี้ ปธ.กสทช. คนใหม่?

นายประพันธ์ระบุว่า หลังจากนี้คณะกรรมการสรรหา กสทช. จะแจ้งไปยังบอร์ด กสทช. เพื่อให้มีการประชุมและเลือกประธาน กสทช. คนใหม่ โดยเน้นย้ำว่าอำนาจในการเลือกประธานคนใหม่นั้นเป็น อำนาจหน้าที่ของกรรมการ กสทช. ไม่ใช่อำนาจของสำนักเลขาธิการ กสทช.

ภาพ: www.matichon.co.th

นอกจากนี้ นายประพันธ์ยังคาดการณ์ด้วยว่า เพื่อความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดความไม่สมพระเกียรติ นายกรัฐมนตรีน่าจะนำรายชื่อของ นพ.สรณ เพื่อโปรดเกล้าฯ ปลดจากตำแหน่ง พร้อมกัน กับการนำรายชื่อประธาน กสทช. คนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ในคราวเดียวกัน

พี่สยามมองเรื่องนี้อย่างไร?

ถ้าพูดตรงๆ ครับ เรื่องนี้มันเป็นบทเรียนสำคัญเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรกำกับดูแลที่มีผลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน เพราะ กสทช. นั้นไม่ใช่หน่วยงานธรรมดา — เป็นองค์กรที่กำกับดูแลทั้งคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งหมายความว่ากระทบตั้งแต่ค่าโทรศัพท์มือถือ ราคาอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการออกใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์ที่คนไทยดูกันทุกวัน

ถ้าเป็นเรา เจอสถานการณ์แบบนี้ในองค์กร คงรู้สึกว่าความชัดเจนของกฎหมายและกระบวนการที่โปร่งใสนั้นสำคัญมากครับ เพราะเมื่อผู้นำองค์กรยังไม่ชัดเจน การตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ก็อาจค้างคาหรือถูกตั้งคำถามได้เสมอ

กระทบคนไทยอย่างไร?

หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ กสทช. มีบทบาทสำคัญหลายอย่างที่กระทบชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น:

  • การกำกับดูแลคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่ทุกคนใช้
  • การพิจารณาอนุมัติหรือเพิกถอนใบอนุญาตสื่อต่างๆ
  • การกำหนดนโยบายที่มีผลต่อราคาและคุณภาพบริการโทรคมนาคม
  • การดูแลการควบรวมกิจการในวงการโทรคมนาคม ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันและราคาบริการ

เมื่อตำแหน่งประธาน กสทช. อยู่ในสภาวะไม่แน่นอน การตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ อาจต้องชะลอออกไป ซึ่งในระยะสั้นอาจยังไม่เห็นผลชัดเจน แต่ในระยะยาวก็เป็นเรื่องที่ควรติดตาม

สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้

มีหลายประเด็นที่น่าติดตามในช่วงนี้ครับ:

  • กรรมการ กสทช. ที่เหลือจะนัดประชุมเลือกประธานคนใหม่เมื่อไหร่ และใครจะได้รับเลือก
  • สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการตามขั้นตอนเร็วแค่ไหน
  • นพ.สรณ จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองเพื่อโต้แย้งมตินี้หรือไม่ (ซึ่งนายประพันธ์กำลังจะตอบประเด็นนี้ก่อนที่ข้อมูลจะหมด)

สำหรับประเด็นว่า นพ.สรณ จะสามารถยื่นร้องศาลปกครองได้หรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อมูลครบถ้วนจากแหล่งข่าวในตอนนี้ครับ ต้องรอติดตามต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความโปร่งใสและความต่อเนื่องในการทำงานขององค์กรกำกับดูแลอย่าง กสทช. ครับ ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ประชาชนอย่างเราๆ ก็ควรติดตามว่าองค์กรที่มีหน้าที่ดูแลคลื่นความถี่และโทรคมนาคมของประเทศจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เพราะมันส่งผลถึงเราทุกคนอยู่ดีครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง