สบส. ส่งหนังสือด่วนถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ เข้มงวดออกหนังสือรับรองการเกิด สกัดสวมสิทธิขอสัญชาติไทย

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
สบส. ส่งหนังสือด่วนถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศ เข้มงวดออกหนังสือรับรองการเกิด สกัดสวมสิทธิขอสัญชาติไทย

ถ้าถามว่าหนังสือรับรองการเกิดสำคัญแค่ไหน คำตอบง่ายมาก — มันคือจุดเริ่มต้นของ "ตัวตน" ทางกฎหมายของคนคนหนึ่ง และนั่นทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายของการปลอมแปลงและแสวงหาผลประโยชน์มาตลอด ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ออกมาตรการจริงจัง ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงสถานพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในการออกเอกสารสำคัญชิ้นนี้

เกิดอะไรขึ้น และทำไมถึงต้องส่งหนังสือด่วน?

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) อธิบายว่า หนังสือรับรองการเกิดถือเป็นเอกสารราชการที่สถานพยาบาลออกให้แก่ผู้มีหน้าที่แจ้งเกิด เพื่อนำไปดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ทุกข้อมูลที่บันทึกในเอกสารนี้จึงต้องถูกต้อง ครบถ้วน และตรงตามความเป็นจริงทุกประการ

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการแจ้งเกิดโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เปิดช่องให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเอกสาร จนอาจกลายเป็นการรับรองข้อมูลอันเป็นเท็จโดยไม่รู้ตัว และที่น่าเป็นห่วงกว่านั้น คือเอกสารเหล่านี้ถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการขอสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

อธิบดีสบส. ระบุชัดเจนว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็น "ภัยเงียบ" ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากมีบุคคลได้รับสัญชาติไทยโดยไม่มีสิทธิที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบทางทะเบียนราษฎรและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของรัฐในวงกว้าง

โทษหนักถึงเพิกถอนใบอนุญาต ไม่ใช่แค่ปรับเงิน

สิ่งที่ทำให้คำสั่งครั้งนี้ต่างจากการกำชับทั่วไป คือความชัดเจนของบทลงโทษ สบส. ระบุว่าหากพบสถานพยาบาลเอกชนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็น...

  • การจัดทำหรือรับรองข้อมูลอันเป็นเท็จ
  • การปลอมแปลงเอกสาร
  • การยินยอมให้มีการจัดทำหลักฐานเท็จเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือหนังสือรับรองการเกิด

บุคคลที่ต้องรับผิดชอบครอบคลุมทุกระดับ ทั้งผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยจะถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ และในกรณีร้ายแรง อาจมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการ พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาลได้อีกด้วย

"กรมสนับสนุนบริการสุขภาพขอความร่วมมือสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลและการออกหนังสือรับรองการเกิดให้เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันการนำเอกสารราชการไปใช้ในทางมิชอบ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบทะเบียนราษฎรของประเทศ" — นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดี สบส.

มองในฐานะคนทั่วไป เรื่องนี้กระทบอะไรบ้าง?

ต้องบอกตามตรงว่าพี่สยามอ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกได้สองอย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือโล่งใจที่รัฐเริ่มตระหนักและลงมือจริงจัง เพราะเรื่องสัญชาติไม่ใช่แค่เรื่องของทะเบียนบ้าน มันเชื่อมโยงกับสิทธิในการรับบริการสาธารณสุข การศึกษา สวัสดิการ และทรัพยากรของประเทศที่คนไทยทุกคนร่วมกันสร้างมา อย่างที่สองคือเป็นห่วงว่าในทางปฏิบัติจะทำได้แค่ไหน เพราะช่องโหว่พวกนี้มักเกิดจากกระบวนการที่ซับซ้อนและมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย

สำหรับคนไทยทั่วไป ผลกระทบจากปัญหานี้อาจไม่ได้รู้สึกชัดในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าคิดให้ลึกขึ้น การที่บุคคลได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบหมายความว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงสวัสดิการและสิทธิต่าง ๆ ที่รัฐจัดสรรไว้สำหรับพลเมืองไทย ซึ่งกระทบต่องบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด

ในทางกลับกัน สำหรับครอบครัวคนไทยที่คลอดบุตรในโรงพยาบาลตามปกติ มาตรการนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการแจ้งเกิดของลูกน้อยแต่อย่างใด เพราะถ้าข้อมูลถูกต้องและตรงตามความเป็นจริง กระบวนการก็จะดำเนินไปตามปกติทุกอย่าง

สิ่งที่ควรรู้ถ้าคุณกำลังจะแจ้งเกิดบุตร

แม้มาตรการนี้จะมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันการทุจริต แต่สำหรับพ่อแม่ที่กำลังจะมีลูกหรืออยู่ในช่วงแจ้งเกิด มีเรื่องควรรู้ไว้เป็นประโยชน์ดังนี้

  • หนังสือรับรองการเกิดที่สถานพยาบาลออกให้ เป็นเอกสารสำคัญที่ต้องนำไปแจ้งเกิดที่สำนักงานเขตหรืออำเภอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ตรวจสอบข้อมูลในเอกสารให้ครบถ้วน โดยเฉพาะชื่อ-สกุล วันเวลาเกิด และข้อมูลของบิดามารดาให้ถูกต้องก่อนรับเอกสาร
  • หากพบข้อผิดพลาด ให้แจ้งสถานพยาบาลเพื่อแก้ไขทันที อย่าปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ดำเนินการ
  • เก็บรักษาเอกสารฉบับจริงไว้ในที่ปลอดภัย เพราะหนังสือรับรองการเกิดเป็นเอกสารที่ใช้อ้างอิงได้ตลอดชีวิต

ก้าวต่อไปของมาตรการนี้ควรเป็นอย่างไร?

การส่งหนังสือกำชับถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งที่จะทำให้มาตรการนี้ได้ผลจริงในระยะยาว คือการยกระดับระบบตรวจสอบและบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสบส. กรมการปกครอง และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ดูแลเรื่องสัญชาติ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้ามฐานข้อมูลได้จริง ไม่ใช่แค่อาศัยความสุจริตของเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว

เรื่องเอกสารราชการกับความมั่นคงอาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันเกี่ยวข้องกับทุกคนที่เป็นพลเมืองไทย เพราะทรัพยากรของประเทศมีจำกัด และการปกป้องระบบที่ยุติธรรมคือสิ่งที่คนทุกคนสมควรได้รับ ลองถามตัวเองดูนะครับว่า ถ้าวันนี้เรายังปล่อยให้ระบบมีช่องโหว่ ใครที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด — คำตอบมักจะเป็นคนธรรมดาที่เดินตามกฎหมายอยู่เสมอ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง