นายกฯ อนุทิน แค่ยิ้มแล้วปิดกระจกรถ เมื่อถูกถามเรื่องตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง 5 ขรก. โยงโกงสอบท้องถิ่น

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
นายกฯ อนุทิน แค่ยิ้มแล้วปิดกระจกรถ เมื่อถูกถามเรื่องตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง 5 ขรก. โยงโกงสอบท้องถิ่น

เช้าวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 บรรยากาศหน้ารัฐสภาดูเหมือนจะธรรมดา แต่ฉากหนึ่งที่ผู้สื่อข่าวบันทึกไว้ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ทันที นั่นคือภาพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เลือกจะ "ยิ้ม แล้วปิดกระจกรถ" แทนการตอบคำถามสำคัญสองเรื่องด้วยกัน ทั้งเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และเรื่องคะแนนนิยมที่ดิ่งลง ตามรายงานของข่าวสด

เกิดอะไรขึ้นหน้ารัฐสภาเช้าวันนั้น

หลังจากที่นายอนุทินเสร็จสิ้นการชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ท่านได้เดินลงมาขึ้นรถส่วนตัว ผู้สื่อข่าวจึงรีบเข้าไปถามประเด็นที่หลายคนรอคำตอบมาสักพักแล้ว

คำถามแรกคือเรื่อง การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ 5 ราย ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยผู้สื่อข่าวถามว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าวเรียบร้อยแล้วหรือยัง

คำตอบที่ได้กลับมาคือ... รอยยิ้ม ไม่มีคำพูดใด ๆ

ผู้สื่อข่าวพยายามถามต่ออีกครั้ง คราวนี้เป็นเรื่องผลสำรวจของ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่ระบุว่าคะแนนนิยมของนายกฯ อนุทินมีแนวโน้มลดลง นายอนุทินจึงลดกระจกรถลงมาตอบสั้น ๆ เพียงประโยคเดียวว่า "เดี๋ยวต้องไปพบทูตที่ทำเนียบรัฐบาล"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกครั้งว่าลงนามคำสั่งแล้วหรือยัง นายกฯ ยิ้มอีกครั้ง แล้วปิดกระจกรถก่อนขับออกจากรัฐสภาไปทันที

5 ขรก. กับคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เรื่องนี้หนักแค่ไหน

สำหรับคนที่ยังงงอยู่ว่าเรื่อง "สอบท้องถิ่น" นี้มันเกี่ยวอะไรกับนายกฯ พี่สยามขอเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ว่า กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมาสักระยะแล้ว เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งหากมีการทุจริตจริง ผลกระทบจะตกไปถึงประชาชนในพื้นที่โดยตรง เพราะคนที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าไปทำงานบริหารท้องถิ่นอาจไม่ใช่คนที่มีความสามารถจริง

การที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะตั้ง คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ข้าราชการ 5 รายในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถือเป็นขั้นตอนทางวินัยที่หนักพอสมควร เพราะ "วินัยร้ายแรง" หมายถึงโทษที่อาจถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการได้เลย แตกต่างจากการสอบวินัยธรรมดาที่โทษเบากว่า

ด้วยเหตุนี้ คำถามว่านายกฯ ในฐานะ รมว.มหาดไทย รับรายงานและลงนามในคำสั่งดังกล่าวแล้วหรือยัง จึงไม่ใช่แค่คำถามเชิงพิธีการ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนมีสิทธิ์รับรู้

คะแนนนิยมดิ่ง — นิด้าบอกอะไร

อีกประเด็นที่ผู้สื่อข่าวพยายามถาม คือผลโพลของ นิด้า (สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์) ที่สะท้อนว่าคะแนนนิยมของนายกฯ อนุทินมีทิศทางลดลง แม้รายละเอียดเชิงตัวเลขในรายงานข่าวไม่ได้ระบุไว้ละเอียด แต่การที่นายกฯ เลือกไม่ตอบคำถามนี้เช่นกัน ก็อาจทำให้ผู้สังเกตการณ์หลายคนตั้งคำถามในใจ

ความรู้สึกส่วนตัวของพี่สยาม

พูดตรง ๆ นะ ถ้าเราเป็นนายกฯ แล้วมีผู้สื่อข่าวถามเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา แม้จะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ก็ยังสามารถพูดได้ว่า "เรื่องนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ" หรือ "ให้ตรวจสอบก่อนแล้วจะแจ้งให้ทราบ" อะไรแบบนี้ก็ยังดี

การเลือกที่จะ "ยิ้ม แล้วปิดกระจกรถ" อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันส่งสัญญาณบางอย่างไปถึงประชาชนที่รอติดตามความคืบหน้าของคดีทุจริต ว่าผู้มีอำนาจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าตั้งใจหลีกเลี่ยง เพราะเราไม่ได้อยู่ในหัวใคร แต่ภาพที่ออกมา... มันพูดแทนตัวเองแล้ว

ผลกระทบต่อคนไทย

คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่นไม่ได้กระทบแค่ "ตัวผู้สมัคร" หรือ "คนในระบบราชการ" เท่านั้น แต่มันกระทบกับคนทั่วไปในชุมชนที่อาจต้องรับบริการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเจ้าหน้าที่ไม่ได้คุณภาพจริง หรือได้มาจากกระบวนการที่ไม่โปร่งใส

  • ประชาชนทั่วไป — ควรติดตามว่าคณะกรรมการสอบวินัยนี้จะถูกตั้งขึ้นจริงหรือไม่ และผลการสอบจะออกมาเป็นอย่างไร
  • ผู้สมัครสอบท้องถิ่น — หากระบบถูกทำให้โปร่งใสขึ้น ก็เป็นข่าวดีที่ทำให้คนที่เก่งจริงมีโอกาสมากขึ้น
  • ข้าราชการที่สุจริต — คงต้องจับตาดูว่ากระบวนการสอบวินัยจะดำเนินไปอย่างยุติธรรมและตรงไปตรงมาแค่ไหน

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่านายกฯ ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงดังกล่าวแล้วหรือยัง ซึ่งเรื่องนี้ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยตรง

สิ่งที่น่าติดตามในระยะถัดไปคือ หนึ่ง — คำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยจะมีขึ้นจริงเมื่อไหร่ สอง — ผลการสอบวินัยของข้าราชการทั้ง 5 รายจะออกมาอย่างไร และสาม — คะแนนนิยมของนายกฯ ในโพลนิด้าจะเดินหน้าต่ออย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวที่ยังวนอยู่กับเรื่องความโปร่งใสของภาครัฐ

พี่สยามไม่ได้จะบอกว่าใครผิดหรือถูก เพราะเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอน แต่สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ ติดตาม ตั้งคำถาม และไม่ลืมเรื่องนี้ไปเสียก่อน เพราะบางครั้งคดีที่ดังในวันนี้ เงียบหายไปอย่างไม่มีคำตอบในวันหน้า ขึ้นอยู่กับว่าสังคมจะยังจำมันไว้หรือเปล่า

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง