ตลาด IPO อินเดียกลับมาคึกคัก หลังวิกฤตพลังงานคลี่คลาย และดีลสันติภาพอิหร่านส่งสัญญาณบวก

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
ตลาด IPO อินเดียกลับมาคึกคัก หลังวิกฤตพลังงานคลี่คลาย และดีลสันติภาพอิหร่านส่งสัญญาณบวก

ไฟเขียวรอคิว 170 บริษัท — ตลาด IPO อินเดียเริ่มส่งสัญญาณดี

ถ้าพูดถึงตลาดหุ้นที่คึกคักที่สุดในเอเชียช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ชื่อของอินเดียต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 นี้ บรรยากาศกลับเงียบเหงาไปพักใหญ่ เหตุผลหลักมาจากวิกฤตพลังงานที่ลุกลามมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ความเชื่อมั่นนักลงทุนสั่นคลอน และหลายบริษัทที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าตลาดหุ้นแล้ว ต้องชะลอแผนออกไปก่อน

แต่ตอนนี้สัญญาณเริ่มดีขึ้น ทั้งจากภาวะพลังงานที่ผ่อนคลายลง และข่าวดีเรื่องความเป็นไปได้ของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียเริ่มอุ่นขึ้นอีกครั้ง

20260625 BSE
20260625 BSE

ปี 2025 ทำสถิติ — บริษัทอินเดียระดมทุน IPO ได้กว่า 7 แสนล้านบาท

ก่อนจะมาถึงความซบเซาในช่วงกลางปี ต้องย้อนให้เห็นภาพว่าตลาด IPO ของอินเดียนั้นร้อนแรงแค่ไหน ตามรายงานของ EY (บริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบบัญชีชั้นนำระดับโลก) ในปี 2025 นี้ บริษัทอินเดียสามารถระดมทุนผ่านการทำ IPO ได้มากกว่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 770,000 ล้านบาท) จากการเข้าตลาดหุ้นทั้งหมดราว 370 ครั้ง

ตัวเลขนี้ถือว่าทำลายสถิติ และสะท้อนให้เห็นว่าอินเดียกำลังกลายเป็น "จุดหมายปลายทาง" ของเงินลงทุนระดับโลก ทั้งจากนักลงทุนสถาบันในยุโรป อเมริกา และแน่นอน — จากเอเชีย รวมถึงไทยด้วย

India's small and mid-cap stocks draw growth-hunting investors
India's small and mid-cap stocks draw growth-hunting investors

อะไรทำให้ตลาดสะดุด — วิกฤตพลังงานและสงครามความไม่แน่นอน

แต่ทุกอย่างไม่ได้ราบรื่นตลอด เมื่อความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านปะทุขึ้น ผลกระทบที่เห็นชัดที่สุดคือราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว อินเดียเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงมาก ทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งตาม ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมา และนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเริ่มชะลอการตัดสินใจ

ผลที่เห็นชัดเจนคือ บริษัทที่ได้รับการอนุมัติจาก SEBI (Securities and Exchange Board of India หรือ ก.ล.ต. ของอินเดีย) ให้เข้าตลาดหุ้นแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำ IPO จริง มีจำนวนสะสมอยู่ถึง 170 บริษัท นั่นคือ 170 บริษัทที่พร้อม รอ แต่ยังไม่กล้าก้าวออกมา เพราะไม่แน่ใจว่าตลาดจะตอบรับดีพอไหม

สองดีลประวัติศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนเกม

สิ่งที่ทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง คือการที่มีบริษัทใหญ่สองรายกำลังจะเข้าตลาดหุ้น และถูกมองว่าเป็น "การ IPO ครั้งประวัติศาสตร์" ที่หากทำได้สำเร็จ จะช่วยดึงความเชื่อมั่นของตลาดกลับมาได้อย่างมีนัยสำคัญ

แม้รายงานต้นฉบับจะไม่ได้ระบุชื่อบริษัทอย่างชัดเจน แต่สัญญาณที่ส่งออกมาจากตลาดบ่งชี้ว่า นักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด และความสำเร็จของ IPO ใหญ่สองรายนี้จะเป็น "ตัวทดสอบ" ว่าตลาดอินเดียพร้อมจะวิ่งต่อหรือยัง

Meta taps Indian startup founder to solve WhatsApp's revenue puzzle
Meta taps Indian startup founder to solve WhatsApp's revenue puzzle

ดีลสันติภาพอิหร่าน — ตัวแปรสำคัญที่คนมองข้าม

ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมากและอาจถูกมองข้ามในข่าวทั่วไปคือ ความเชื่อมโยงระหว่าง "ดีลสันติภาพ" กับ "ตลาดหุ้น" ซึ่งฟังดูไม่เกี่ยวกัน แต่จริงๆ เกี่ยวกันมาก

ถ้าสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้ สิ่งที่จะตามมาคือ:

  • ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลง เพราะความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลง การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคกลับมาเป็นปกติ
  • ต้นทุนพลังงานของอินเดียลดลง ซึ่งหมายถึงแรงกดดันเงินเฟ้อน้อยลง
  • ความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมา เมื่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง นักลงทุนก็พร้อมรับความเสี่ยงในสินทรัพย์เติบโตสูงอย่างหุ้นอินเดียมากขึ้น
  • Rupee (รูปีอินเดีย) แข็งค่าขึ้น ทำให้ผลตอบแทนในรูปดอลลาร์ดีขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

เป็นโดมิโนที่ล้มต่อกันในทางบวก และนักลงทุนระดับโลกก็รู้ดีว่าจะต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร

India catching up on China's arsenal with focus on longer-range weapons
India catching up on China's arsenal with focus on longer-range weapons

มุมมองพี่สยาม — เรื่องนี้เกี่ยวกับคนไทยด้วย

พี่สยามต้องบอกตรงๆ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด ตลาดหุ้นอินเดียกับไทยเชื่อมกันมากกว่าที่เห็น ลองนึกถึงกองทุนรวม (Mutual Fund) หรือ ETF ที่ลงทุนในหุ้นเอเชียซึ่งหลายบ้านถือไว้ในพอร์ต กองทุนพวกนี้มักมีน้ำหนักการลงทุนในอินเดียอยู่ด้วยเสมอ เพราะอินเดียคือหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ถ้าตลาด IPO อินเดียกลับมาร้อนแรง เงินลงทุนระดับโลกจะไหลเข้าอินเดียมากขึ้น ซึ่งในระยะสั้นอาจดึงเงินออกจากตลาดเกิดใหม่อื่นๆ รวมถึงไทย แต่ในระยะยาว ถ้าเศรษฐกิจเอเชียโดยรวมดีขึ้น ทุกตลาดรวมถึงไทยก็ได้ประโยชน์ด้วย

สำหรับคนที่มีกองทุน RMF หรือ SSF ที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ช่วงนี้อาจเป็นเวลาที่ดีในการตรวจดูพอร์ตว่ามีน้ำหนักในอินเดียอยู่แค่ไหน และเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของเราหรือเปล่า

ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและค่าครองชีพไทย

อีกมิติหนึ่งที่เกี่ยวกับคนไทยโดยตรงคือเรื่องราคาน้ำมัน ไทยก็เป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงไม่แพ้อินเดีย ถ้าความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านยุติลงจริง และราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง คนไทยที่ขับรถ ใช้ก๊าซหุงต้ม หรือพึ่งพาพลังงานในชีวิตประจำวัน ก็จะได้รับประโยชน์ทางอ้อม แม้ว่าราคาน้ำมันในประเทศจะไม่ได้ลดทันทีและทุกบาทที่น้ำมันโลกลด เพราะมีปัจจัยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและโครงสร้างราคาในประเทศเข้ามาเกี่ยวด้วย แต่ทิศทางโดยรวมถือว่าเป็นบวก

Adani sets 10 GW nuclear goal as it expands data center capacity
Adani sets 10 GW nuclear goal as it expands data center capacity

ข้อควรระวัง — อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป

พี่สยามอยากให้คิดรอบด้านด้วย เพราะข่าวดีมักมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องระวัง:

  • ดีลสันติภาพยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นของ "ความหวัง" และ "สัญญาณ" ไม่ใช่ข้อตกลงที่ลงนามแล้ว ความไม่แน่นอนยังมีอยู่สูง
  • ตลาด IPO ที่ร้อนแรงมักมีฟองสบู่ เมื่อตลาดคึกคัก บริษัทที่อาจไม่ได้มีพื้นฐานดีนักก็จะรีบเข้าตลาดด้วย นักลงทุนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ไล่ซื้อตามกระแส
  • ภูมิรัฐศาสตร์ยังซับซ้อน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีตัวแสดงหลายฝ่าย แม้สหรัฐฯ กับอิหร่านจะเจรจากัน แต่ยังมีตัวแปรอื่นที่อาจทำให้สถานการณ์พลิกได้
  • ค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย นโยบายการเงินของ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) ยังเป็นตัวแปรที่มีผลต่อทิศทางเงินทุนไหลเข้า-ออกตลาดเกิดใหม่รวมถึงอินเดียอยู่เสมอ

วิธีใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ — สำหรับคนไทยที่สนใจลงทุน

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนไทยที่อยากได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดอินเดีย มีทางเลือกอยู่ไม่กี่ทาง เช่น กองทุนรวมหุ้นอินเดีย ที่มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยหลายแห่งเปิดให้ลงทุน หรือถ้ามีบัญชีกับโบรกเกอร์ที่ซื้อขาย ETF ต่างประเทศได้ ก็มี ETF ที่ Track ตลาดหุ้นอินเดียให้เลือกได้เช่นกัน

แต่พี่สยามขอย้ำเสมอว่า การลงทุนในตลาดต่างประเทศมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนด้วย และควรพูดคุยกับที่ปรึกษาทางการเงินก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ซื้อตามข่าว

Reliance Jio to file documents for IPO, expected to be India's largest
Reliance Jio to file documents for IPO, expected to be India's largest

สรุปมุมมองพี่สยาม

ตลาด IPO ของอินเดียถือเป็น "เทอร์โมมิเตอร์" วัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจโลกอย่างหนึ่ง ตอนที่มันแล่น คนทั้งโลกอยากมีส่วนร่วม ตอนที่มันหยุด ทุกคนก็กังวล

สัญญาณที่ออกมาตอนนี้ถือว่าน่าดีใจ แต่พี่สยามก็ยังอยากให้ทุกคนระมัดระวัง เพราะความหวังและความเป็นจริงยังต้องพิสูจน์กันต่อ โดยเฉพาะในเรื่องดีลสันติภาพที่ยังเป็นแค่ "สัญญาณ" ไม่ใช่ "ข้อสรุป"

สิ่งที่คนไทยทำได้ตอนนี้คือติดตามข่าว จับสัญญาณ และถ้าสนใจลงทุน ก็ศึกษาให้รอบด้านก่อน เพราะโอกาสดีที่สุดมักมาหาคนที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว ไม่ใช่คนที่รีบกระโดดเข้าไปหลังข่าวออก

"ตลาดทุนไม่เคยรอใคร แต่คนที่เตรียมพร้อมมักจะอยู่ในจุดที่ดีกว่าเสมอ" — พี่สยาม

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook