ออมเงินยังไงให้ได้ล้านแรก ก่อนอายุ 35 — ไม่ต้องรวยมาแต่เกิดก็ทำได้

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
ออมเงินยังไงให้ได้ล้านแรก ก่อนอายุ 35 — ไม่ต้องรวยมาแต่เกิดก็ทำได้

ล้านแรก — ฟังดูไกล แต่ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด

พี่สยามอายุ 23 ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ คิดว่าล้านนี่มันคือเงินของคนรวย ไม่ใช่เงินของคนที่รับเงินเดือนหมื่นกว่าบาท แต่พอได้ลองนั่งคำนวณจริงๆ สักครั้ง ก็ถึงบางอ้อว่า — มันไม่ได้ไกลเกินเอื้อม ถ้าเริ่มต้นถูกวิธีและเริ่มให้เร็วพอ

บทความนี้ไม่ได้บอกว่าทุกคนจะรวยเหมือนกัน เพราะสภาพชีวิตแต่ละคนต่างกัน แต่จะพาไปดูว่า "คณิตศาสตร์" ของการออมมันทำงานยังไง และเราจะวางแผนให้มีล้านแรกก่อนอายุ 35 ได้จริงๆ ยังไง

ก่อนอื่น — เข้าใจกฎ 3 ข้อของการสะสมทุน

ตามหลักการเงินส่วนบุคคลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินทั่วโลกยอมรับ รวมถึงที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เผยแพร่ผ่านโครงการ "Happy Money" การสะสมความมั่งคั่งขึ้นอยู่กับ 3 ตัวแปรหลัก คือ

  • จำนวนเงินที่ออมต่อเดือน — ออมมาก ก็ถึงเร็ว
  • ผลตอบแทนจากการลงทุน — ดอกเบี้ยทบต้นคือเพื่อนที่ดีที่สุด
  • ระยะเวลา — ยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งได้เปรียบมหาศาล

สามตัวนี้ขาดอันไหนไม่ได้ แต่ถ้าต้องเลือกว่าอันไหนสำคัญที่สุด พี่สยามจะบอกว่า "ระยะเวลา" คือตัวเกมเปลี่ยรชีวิตที่แท้จริง

ตัวเลขจริงๆ — ต้องออมเดือนละเท่าไหร่?

ลองมาคำนวณกัน สมมติว่าเราอายุ 25 ปี และตั้งเป้าอยากมีเงิน 1,000,000 บาท ก่อนอายุ 35 คือภายใน 10 ปี

ถ้าฝากธนาคารอย่างเดียว อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1-1.5% ต่อปี เราต้องออมประมาณ 7,900-8,000 บาทต่อเดือน ถึงจะถึงล้านในสิบปี

แต่ถ้าเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้น (Equity Fund) ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7-8% ต่อปี (อ้างอิงจากผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวของตลาดหุ้นไทย SET Index ย้อนหลัง 20 ปี) ตัวเลขจะเปลี่ยนไปมาก คือออมแค่ประมาณ 5,400-5,800 บาทต่อเดือน ก็พอถึงล้านในสิบปี

ความต่างของ 2,000-2,500 บาทต่อเดือน ฟังดูน้อย แต่ตลอด 10 ปี คือเงินกว่า 240,000-300,000 บาทที่ไม่ต้องควักเพิ่ม นี่คือพลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) ที่ไม่ค่อยมีใครสอนกันในโรงเรียน

แผน 4 ขั้นที่ทำได้จริง ไม่ต้องรอรวย

ขั้นที่ 1 — รู้รายรับ-รายจ่ายจริงก่อน

ฟังดูพื้นฐานมาก แต่จากผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าคนไทยกว่า 40% ไม่รู้ว่าตัวเองใช้เงินไปกับอะไรในแต่ละเดือน การจดบันทึกรายจ่ายแค่ 30 วัน จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้นมากว่าเงินรั่วตรงไหน

ขั้นที่ 2 — ใช้สูตร 50/30/20

สูตรนี้เป็นที่รู้จักกันดีในวงการการเงินส่วนบุคคล คือแบ่งรายได้เป็น 3 ก้อน รายจ่ายจำเป็น (ค่าเช่า ค่ากิน ค่าเดินทาง) ไม่เกิน 50% รายจ่ายเพื่อความสุข (กิน เที่ยว ช็อปปิ้ง) ไม่เกิน 30% และออม+ลงทุน อย่างน้อย 20% ถ้ารายได้ 25,000 บาท ควรออม-ลงทุนอย่างน้อย 5,000 บาทต่อเดือน

ขั้นที่ 3 — เลือกเครื่องมือให้เงินงอกเงย

การออมไว้แค่บัญชีออมทรัพย์ไม่พอในยุคที่เงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 2-3% แนะนำให้แบ่งเงินออกเป็นหลายตะกร้า เช่น กองทุน SSF (Super Savings Fund) หรือ RMF (Retirement Mutual Fund) ที่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ หรือการฝากประจำ (Fixed Deposit) สำหรับเงินฉุกเฉิน

ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต ควรศึกษาและเลือกให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้ของตัวเอง

ขั้นที่ 4 — ออมก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้ก่อนออม

หัวใจของทุกแผนคือ "Pay Yourself First" — ทันทีที่เงินเดือนเข้า ให้โอนเงินออมออกไปก่อนเลย ก่อนที่จะคิดว่าจะใช้อะไรบ้าง ตั้ง Auto Transfer ไว้เลยถ้าทำได้ เพราะถ้ารอให้เหลือค่อยออม ส่วนใหญ่จะไม่เหลือ

กับดักที่คนมักพลาด — พี่สยามขอเตือนตรงๆ

มีอยู่ 2 กับดักที่เห็นบ่อยมาก กับดักแรกคือ "รอให้รายได้มากกว่านี้ก่อนค่อยออม" — ความจริงคือถ้ารายได้เพิ่ม รายจ่ายมักเพิ่มตามด้วย ถ้าไม่สร้างนิสัยออมตั้งแต่รายได้น้อย พอรายได้มากขึ้นก็ยังออมไม่ได้อยู่ดี

กับดักที่สองคือการลงทุนในสิ่งที่ "ได้กำไรเร็ว" อย่างเช่น คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือหุ้นรายตัวที่เพื่อนแนะนำ โดยไม่เข้าใจความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เตือนซ้ำหลายครั้งว่านักลงทุนรายย่อยที่เก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงสูงส่วนใหญ่ขาดทุน การรวยเร็วมักจบด้วยเสียหายหนัก

"ล้านแรกไม่ได้มาจากการเล่นพนันหรือรอโชค แต่มาจากการออมสม่ำเสมอ ลงทุนอย่างมีระบบ และมีวินัยยาวนานพอ"

มุมมองของพี่สยาม — ห่วงตรงไหน

สิ่งที่พี่สยามเป็นห่วงมากสุดสำหรับคนไทยวัยทำงานตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องความรู้ เพราะข้อมูลหาได้เยอะมาก แต่คือ "ค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกปี" กับ "หนี้นอกระบบและบัตรกดเงินสด" ที่ดูดเงินออกจากกระเป๋าก่อนที่จะได้ออมเลย

ถ้าใครมีหนี้ดอกเบี้ยสูงอยู่ เช่น บัตรเครดิตที่ค้างชำระ หรือสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยสูงกว่า 10% ต่อปี ขอแนะนำให้จัดการหนี้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะการออมในกองทุนที่ได้ผลตอบแทน 7% แต่มีหนี้ดอกเบี้ย 18% อยู่ ก็ยังติดลบอยู่ดี

สรุป — เริ่มวันนี้ ดีกว่าเริ่มสมบูรณ์แบบปีหน้า

ล้านแรกก่อนอายุ 35 ทำได้จริง ไม่ต้องเกิดมารวย ไม่ต้องเสี่ยงโชค แต่ต้องการเวลา วินัย และการเริ่มต้น สิ่งที่แย่ที่สุดไม่ใช่การออมน้อย แต่คือการไม่เริ่มเลย เพราะรอให้พร้อมกว่านี้

วันนี้เริ่มออมได้ 500 บาท ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วค่อยๆ เพิ่มเมื่อทำได้ เส้นทางสู่ล้านแรกเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook