ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี 100% ประเทศที่เก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทอเมริกัน สงครามการค้าโลกรอบใหม่เริ่มแล้ว

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษี 100% ประเทศที่เก็บภาษีดิจิทัลจากบริษัทอเมริกัน สงครามการค้าโลกรอบใหม่เริ่มแล้ว

ต้องบอกว่าพอเห็นข่าวนี้แล้ว พี่สยามรู้สึกได้เลยว่าลมหายใจของการค้าโลกกำลังตึงขึ้นอีกครั้ง เพราะเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลฯ ขู่ตรงๆ ว่า ประเทศไหนก็ตามที่กล้าเรียกเก็บ "ภาษีบริการดิจิทัล" (Digital Services Tax) จากบริษัทอเมริกัน จะถูกตอบโต้ด้วยภาษีนำเข้า 100% สำหรับสินค้าทุกอย่างที่ส่งเข้าสหรัฐฯ ทันที

ทรัมป์โพสต์เองเลย ไม่ผ่านโฆษก

ข้อความที่ทรัมป์โพสต์มีใจความชัดเจนว่า หลายประเทศในยุโรปกำลังพิจารณาบังคับใช้ภาษีดิจิทัลกับบริษัทอเมริกัน และบางประเทศใกล้จะลงมือทำแล้ว เขาระบุว่าแถลงการณ์นี้เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ใครทำก็จะถูกตอบโต้ด้วยภาษี 100% ทันที และที่น่าสังเกตคือ เขาบอกด้วยว่าภาษีใหม่นี้จะ "แทนที่ข้อตกลงทางการค้าใดๆ" ที่มีอยู่กับสหรัฐฯ ไม่ว่าจะลงนามแล้วหรือกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการก็ตาม

Scrabble tiles spelling 'China' and 'Tariffs' symbolize global trade issues.
ภาพจาก Pexels / Markus Winkler

ข้อตกลงเก่าก็ยกเลิกได้ถ้าขัดใจ

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้ร้อนแรงขึ้นไปอีก คือการที่ทรัมป์พูดถึงข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) ที่ตกลงกันไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในข้อตกลงนั้น สหรัฐฯ ยอมกำหนดเพดานภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปไว้ที่ 15% แลกกับการที่ EU จะลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ ลงเหลือศูนย์

Wooden letter blocks spelling tariffs, China, and USA representing trade relations.
ภาพจาก Pexels / Markus Winkler

แต่กระบวนการทางกฎหมายของ EU ที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนทำให้ล่าช้า ทรัมป์จึงขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปกลับไปที่ 25% รวมถึงรถยนต์ด้วย จนสมาชิกสภานิติบัญญัติของ EU ต้องเร่งผ่านกฎหมายให้ทันกำหนดเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดไว้คือวันที่ 4 กรกฎาคม

ฝรั่งเศสไม่ยอม มาครงประกาศสู้

ท่ามกลางแรงกดดันทั้งหมดนี้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกมาพูดชัดเจนก่อนเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอด G7 ว่า ฝรั่งเศสจะไม่ยอมจำนนและไม่ยกเลิกภาษีดิจิทัลที่เก็บจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ แน่นอน ซึ่งภาษีดิจิทัลที่ว่านี้ครอบคลุมบริการอย่างตลาดออนไลน์ (Online Marketplace) และการโฆษณาดิจิทัล (Digital Advertising)

Bitcoin coin on a tablet showing stock chart, surrounded by dollar bills.
ภาพจาก Pexels / beyzahzah

ข้อมูลจากรายงานระบุว่า ฝรั่งเศสเก็บภาษีดิจิทัลนี้มาตั้งแต่ปี 2019 ในอัตรา 3% จากรายได้ที่บริษัทได้รับในฝรั่งเศส โดยเงื่อนไขคือบริษัทนั้นต้องมีรายได้ในฝรั่งเศสเกิน 25 ล้านยูโร และมีรายได้ทั่วโลกเกิน 750 ล้านยูโร (ประมาณ 854 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งในทางปฏิบัติมันหมายถึงบริษัทอย่าง Meta, Google, Amazon เป็นต้น

ก่อนบินไปฝรั่งเศส ทรัมป์ยังขู่เพิ่มอีกว่า ถ้าปารีสไม่ยอมยกเลิกภาษีดิจิทัล สหรัฐฯ จะไม่มีทางเลือกนอกจากขึ้นภาษีนำเข้าไวน์ฝรั่งเศส 100% ทันที

แล้วคนไทยจะเกี่ยวอะไรด้วย?

พี่สยามอยากบอกตรงๆ ว่าเรื่องนี้ฟังดูเหมือนเป็นศึกระหว่างยักษ์กับยักษ์ แต่จริงๆ แล้วมันส่งผลมาถึงเราด้วย ลองคิดดูในแง่มุมเหล่านี้

  • ราคาสินค้าและบริการดิจิทัล: ถ้าบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google หรือ Meta ถูกกดดันทางภาษีจากหลายทิศทาง ต้นทุนเหล่านั้นอาจถูกส่งผ่านมาให้ผู้ใช้และเจ้าของธุรกิจที่ใช้บริการโฆษณาออนไลน์ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คนไทยด้วย
  • บรรทัดฐานภาษีดิจิทัลโลก: ไทยเองก็มีการพูดถึงภาษีจากแพลตฟอร์มต่างชาติมาสักระยะแล้ว ทิศทางที่เกิดขึ้นในยุโรปจะเป็นตัวกำหนดว่าประเทศอื่นๆ รวมถึงไทยจะกล้าเดินหน้าเรื่องนี้แค่ไหน
  • ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก: สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปทำให้ตลาดการเงินผันผวน ซึ่งกระทบค่าเงินบาทและการส่งออกของไทยทางอ้อมได้

สิ่งที่ต้องจับตาดู

พี่สยามมองว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะทุกอย่างยังอยู่ในโหมด "ขู่กัน" ยังไม่ถึงขั้นลงมือจริง แต่มีสิ่งที่ควรติดตามใกล้ชิด ได้แก่

  • ผลการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสว่าจะจบแบบไหน
  • กำหนดเส้นตายวันที่ 4 กรกฎาคมของ EU ว่าจะปฏิบัติตามทันหรือไม่
  • ท่าทีของประเทศยุโรปอื่นๆ ที่กำลังพิจารณาภาษีดิจิทัลว่าจะถอยหรือสู้ต่อ
ถ้าเป็นพี่สยามเจอสถานการณ์แบบนี้ในฐานะเจ้าของธุรกิจออนไลน์เล็กๆ ก็คงต้องเริ่มคิดแล้วว่า ต้นทุนค่าโฆษณาดิจิทัลในอนาคตจะเพิ่มขึ้นไหม และควรกระจายช่องทางการตลาดไว้บ้างดีกว่าฝากไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว

สงครามการค้าในยุคดิจิทัลมันซับซ้อนกว่าสมัยก่อนมาก เพราะไม่ใช่แค่สินค้าที่จับต้องได้ แต่รวมถึงข้อมูล โฆษณา และแพลตฟอร์มที่เราทุกคนใช้ในชีวิตประจำวัน ติดตามกันต่อว่าจะลงเอยยังไง เพราะผลลัพธ์ของเกมนี้อาจกระเพื่อมมาถึงกระเป๋าสตางค์ของเราทุกคนได้ครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook