โลกกำลังเปลี่ยน: ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียที่คนไทยต้องรู้

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
โลกกำลังเปลี่ยน: ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียที่คนไทยต้องรู้

โลกไม่ได้หมุนรอบแค่สหรัฐฯ กับจีนอีกต่อไปแล้ว

ถ้าใครยังคิดว่าการเมืองโลกคือแค่เรื่องของอเมริกากับจีนที่ขัดแย้งกันอยู่ ต้องบอกเลยว่าภาพนั้นมันซับซ้อนขึ้นมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะทุกประเทศในเอเชียกำลังขยับหมากของตัวเองพร้อมกัน ทั้งญี่ปุ่น อินเดีย จีน อิหร่าน เกาหลี ออสเตรเลีย และแม้แต่ประเทศที่เราไม่ค่อยได้ยินชื่อบ่อยๆ อย่างบังกลาเทศ ทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และนั่นส่งผลถึงไทยเราโดยตรงครับ

ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว และครั้งนี้จริงจังกว่าเดิม

หนึ่งในข่าวที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ นายกรัฐมนตรีทาไกจิ ของญี่ปุ่น เดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการ และพบกับ นายกรัฐมนตรีโมดี ในการประชุมสุดยอดครั้งแรก นับตั้งแต่รับตำแหน่ง นี่ไม่ใช่แค่การไปทักทายกันตามธรรมเนียมทางการทูตครับ แต่มันคือสัญญาณว่าโตเกียวกำลังผลักดันความสัมพันธ์กับนิวเดลีให้ลึกขึ้นในทุกมิติ

ตามรายงานจากหลายสำนักข่าวในเอเชีย ญี่ปุ่นกำลังวางตัวเองใหม่ในเวทีโลก ไม่ใช่แค่พันธมิตรของอเมริกาอีกต่อไป แต่เป็นผู้เล่นที่มีบทบาทของตัวเองอย่างชัดเจน มีการพูดถึงแนวคิด "Free and Open Indo-Pacific" (อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง) ในเวอร์ชันที่อัปเกรดแล้ว ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องความมั่นคงทางทะเล ปัญญาประดิษฐ์ และความร่วมมือด้านพลังงาน

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ธนาคารของรัฐญี่ปุ่นอย่าง JBIC (Japan Bank for International Cooperation หรือธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยอินเดียด้านความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงธนาคารพาณิชย์ญี่ปุ่นหลายแห่งที่เข้ามาร่วมด้วย นี่คือการที่เศรษฐกิจและความมั่นคงถูกรวมเข้าหากันอย่างเป็นระบบ ซึ่งนักวิเคราะห์เรียกมันว่า "Economic Security" (ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ)

Japanese Prime Minister Sanae Takaichi and her Indian counterpart Narendra Modi pose for photos ahead of their meeting at Hyderabad House in New Delhi, July 2.
Japanese Prime Minister Sanae Takaichi and her Indian counterpart Narendra Modi pose for photos ahead of their meeting at Hyderabad House in New Delhi, July 2.

จีนกับโลก: เกมที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

ในขณะที่ญี่ปุ่นกำลังขยายความสัมพันธ์ออกไป จีนก็ไม่ได้นิ่งอยู่เฉยๆ ครับ และสิ่งที่น่ากังวลคือรูปแบบที่จีนใช้มันเปลี่ยนไปมากจากเดิม

เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงคือการที่ปักกิ่งกำลัง "รีแบรนด์" เนื้อหาของรัฐผ่านช่องทางที่ดูเหมือนเป็นสื่อกลาง ทั้งแพลตฟอร์มรวบรวมข่าว (News Aggregators) สถานีโทรทัศน์ และโซเชียลมีเดีย วิธีนี้ทำให้สาร (Message) ของรัฐบาลจีนดูน่าเชื่อถือและเป็นธรรมชาติมากกว่าการโฆษณาชวนเชื่อแบบตรงๆ นักวิจัยด้านสื่อหลายสำนักเริ่มตั้งคำถามว่าเราจะแยกแยะสื่ออิสระกับสื่อที่ถูกชี้นำได้อย่างไร

ในเวลาเดียวกัน ความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นกำลังตึงเครียดขึ้น หลังจากที่ปักกิ่งเริ่มควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร (Dual-Use Items) ซึ่งญี่ปุ่นมองว่าเป็นการโต้ตอบทางเศรษฐกิจ ตามรายงานระบุว่านี่คือการตอบโต้ในระดับที่แม้แต่เหตุการณ์ในจัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 ยังไม่เคยทำให้ความสัมพันธ์สองชาตินี้เย็นชาได้ขนาดนี้

Protesters hold placards and lights during a rally against Japan's Prime Minister Sanae Takaichi's administration in front of the parliament building in Tokyo on May 29. 
Protesters hold placards and lights during a rally against Japan's Prime Minister Sanae Takaichi's administration in front of the parliament building in Tokyo on May 29. 

ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดคอขวดที่ทุกคนต้องจับตา

อีกหนึ่งเรื่องที่พี่สยามคิดว่าคนไทยควรรู้คือความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อิหร่านยืนยันสิทธิ์ในการควบคุมการผ่านแดนในน่านน้ำนี้ และมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณใกล้เคียง

ถ้าช่องแคบนี้ถูกปิด หรือแม้แค่ตึงเครียดมากขึ้น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะขยับขึ้นทันที และนั่นหมายความว่าราคาพลังงานในไทยเราจะได้รับผลกระทบตามไปด้วยครับ อย่างไรก็ดี อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายไบเดนรายหนึ่งให้ความเห็นว่าจีนมีสต็อกพลังงานมากพอที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ในระยะสั้น แต่สำหรับประเทศอื่นๆ รวมถึงไทย สถานการณ์อาจไม่ดีนักถ้ายืดเยื้อ

ออสเตรเลียและบังกลาเทศ: เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กเลย

มีอีกสองเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย เรื่องแรกคือออสเตรเลียที่ใช้นโยบายตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) เป็นเครื่องมือต่อรองในการทำข้อตกลงกับประเทศใดประเทศหนึ่ง ซึ่งนักวิจารณ์มองว่าเป็นการใช้ "ไม้บรรทัด" ที่อาจสร้างความขุ่นเคืองในระยะยาว

เรื่องที่สองคือนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศที่เลือกเยือนปักกิ่งก่อนนิวเดลี ซึ่งทำให้หลายคนขมวดคิ้วเพราะตามธรรมเนียมแล้ว อินเดียมักถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกว่า นี่อาจเป็นสัญญาณว่าบังกลาเทศกำลังปรับทิศทางนโยบายต่างประเทศของตัวเอง

In a matter of months, the Xi Jinping administration's retaliatory measures against Japan's prime minister have eroded decades of goodwill between Japan and the Chinese port city of Dalian. (Nikkei montage/Source photos by Reuters)
In a matter of months, the Xi Jinping administration's retaliatory measures against Japan's prime minister have eroded decades of goodwill between Japan and the Chinese port city of Dalian. (Nikkei montage/Source photos by Reuters)

ระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่ไม่ใช่ดอลลาร์ — เรื่องนี้ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

หนึ่งในพัฒนาการที่พี่สยามคิดว่าคนไทยควรติดตามอย่างจริงจังคือการพัฒนาระบบชำระเงินข้ามพรมแดนที่ถูกกว่า เร็วกว่า และไม่ต้องผ่านดอลลาร์สหรัฐฯ ระบบนี้กำลังถูกพัฒนาในหลายประเทศในเอเชีย

สำหรับคนไทยที่ทำธุรกิจส่งออก-นำเข้า หรือส่งเงินกลับบ้านจากต่างประเทศ เรื่องนี้อาจเปลี่ยนเกมได้เลย เพราะปัจจุบันการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านระบบ SWIFT (ระบบข้อความทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก) มักมีค่าธรรมเนียมสูงและใช้เวลานาน ถ้าระบบใหม่นี้ทำงานได้จริงและไทยเข้าร่วม อาจช่วยลดต้นทุนให้ SME ไทยได้ไม่น้อย แต่ก็มีความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและความมั่นคงทางการเงินที่ต้องศึกษาให้ละเอียดด้วย

ผลกระทบต่อไทย: มองให้ออก อย่ามองข้าม

พี่สยามนั่งอ่านข่าวพวกนี้แล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ แม้จะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ฟังดูห่างไกล แต่ถ้าคิดดูดีๆ ทุกอย่างเชื่อมถึงกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ราคาน้ำมัน: ถ้าช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดมากขึ้น ต้นทุนขนส่งและพลังงานของไทยจะสูงขึ้นแน่นอน
  • การค้าและการลงทุน: ถ้าญี่ปุ่นและอินเดียสนิทกันมากขึ้น ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อาจปรับทิศทาง ซึ่งอาจเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับไทย
  • สงครามข้อมูลข่าวสาร: เมื่อมีการปั้นเนื้อหาผ่านสื่อหลายช่องทาง คนไทยต้องระวังการบริโภคข่าวสารจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาเสมอ
  • ระบบการเงิน: การเปลี่ยนแปลงระบบชำระเงินระหว่างประเทศจะส่งผลต่อธุรกิจและการส่งเงินของแรงงานไทยในต่างประเทศ
The new power project is to be announced in conjunction with Indian Prime Minister Narendra Modi's meeting with Japanese Prime Minister Sanae Takaichi in New Delhi.
The new power project is to be announced in conjunction with Indian Prime Minister Narendra Modi's meeting with Japanese Prime Minister Sanae Takaichi in New Delhi.

สิ่งที่พี่สยามอยากบอก

ถ้าเป็นพี่สยามเจอสถานการณ์แบบนี้ สิ่งแรกที่ทำคือไม่ตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ชะล่าใจ เพราะสัญญาณที่เห็นอยู่นี้บอกว่าโลกกำลังจัดระเบียบใหม่ (Global Reordering) และไทยเราก็ต้องตัดสินใจว่าจะยืนตรงไหน

"ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมกันหมด การที่เราไม่รู้เรื่องการเมืองโลก ไม่ได้แปลว่าการเมืองโลกจะไม่มายุ่งกับเรา"

สำหรับนักธุรกิจและคนทำงานทั่วไป สิ่งที่ควรทำในช่วงนี้คือติดตามข่าวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับพลังงาน การค้า และระบบการเงิน เลือกอ่านจากสำนักข่าวที่มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลชัดเจน เช่น Reuters, AP, Nikkei Asia หรือ Bangkok Post เพื่อลดความเสี่ยงจากข้อมูลที่ถูกปรุงแต่งมา

Tokyo's economic security build-up has pushed Japan Bank for International Cooperation deeper into the U.S. (Source photos by Nikkei)
Tokyo's economic security build-up has pushed Japan Bank for International Cooperation deeper into the U.S. (Source photos by Nikkei)

ปิดท้าย: อย่าดูแค่ตัวเลขหุ้นและราคาทอง

พี่สยามอยากฝากว่า ในยุคที่ข้อมูลท่วมหัว สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรู้ทุกอย่าง แต่คือการรู้ว่าอะไรสำคัญและมีผลกับชีวิตเราจริงๆ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องญี่ปุ่น-อินเดีย จีน-ญี่ปุ่น หรืออิหร่าน-โลก ล้วนมีเส้นด้ายที่วิ่งมาถึงกระเป๋าเงินและชีวิตประจำวันของคนไทยทั้งนั้น

ติดตามข่าวต่อไปนะครับ โลกยังหมุนอยู่ และเราต้องหมุนตามให้ทัน แต่ต้องหมุนอย่างมีสติด้วย ไม่ใช่แค่ตามกระแส ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง