ถ้าพี่สยามบอกตามตรง — ข่าวชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงนี้อ่านแล้วใจหายจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องทหารต่อทหาร แต่มีชาวบ้านธรรมดาที่ต้องทิ้งบ้านทิ้งสวนหนีออกมากลางดึก แบบนี้มันกระทบชีวิตคนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงาน
ตราดเดือด: ระเบิด 8 ลูก ถนนสุขุมวิทและสวนชาวบ้านได้รับผลกระทบ
ตามรายงานของสยามรัฐ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราด เข้าสู่วันที่ 3 ของความตึงเครียด โดยพบกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาตกเข้ามาในเขตไทยรวมประมาณ 8 ลูก กระจายอยู่บนถนนสุขุมวิทและในสวนผลไม้ของชาวบ้านในพื้นที่ ต.ชำราก อ.เมืองตราด
ที่น่าเป็นห่วงคือมีวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน หรือที่เรียกกันว่า "ระเบิดด้าน" หลงเหลืออยู่อย่างน้อย 2-3 ลูก ทั้งบนพื้นผิวถนนและในสวน เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่และส่งชุด EOD (Explosive Ordnance Disposal — ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด) เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน
สถานการณ์ยิ่งตึงขึ้นเมื่อเวลา 10.10 น. เมื่อหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) เปิดปฏิบัติการทางทหารบริเวณบ้านสามหลัง มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงพบข่าวกรองว่ากัมพูชาเสริมกำลังพลและเคลื่อนย้ายอาวุธหนักเข้าประชิดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
สั่งอพยพ 4 ตำบล 100% — ชาวบ้านต้องออกหมด
ฝ่ายความมั่นคงออกคำสั่งด่วนให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ 4 ตำบลชายแดน อ.เมืองตราด อย่างสมบูรณ์ 100% ได้แก่
- ตำบลชำราก
- ตำบลตะกาง
- ตำบลท่ากุ่ม
- ตำบลแหลมกลัด
คำสั่งนี้ออกมาหลังจากประเมินแล้วว่าสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และต้องการปกป้องชีวิตประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก ฝ่ายความมั่นคงยังออกประกาศให้ประชาชนช่วยสอดส่องบุคคลต้องสงสัย โดยเฉพาะรายงานที่ระบุว่าพบบุคคลขี่จักรยานยนต์ตระเวนถ่ายภาพฐานปฏิบัติการของทหาร
กองทัพบกยืนยัน: กระทบกระทั่งทางวาจา แต่ยังไม่ถึงขั้นใช้อาวุธ
ในระดับภาพรวม พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ยอมรับว่าปัจจุบันมีเหตุการณ์กระทบกระทั่งทางวาจาระหว่างกำลังพลทั้งสองฝ่าย สาเหตุหลักมาจากที่ไทยเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการควบคุมพื้นที่ชายแดน ทำให้ทหารกัมพูชาเข้ามาทักท้วงใกล้แนวเครื่องกีดขวางของไทย
กองทัพบกยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าจะมีการใช้กำลังอาวุธเข้าตัดสินปัญหา และยึดถือการเจรจาทวิภาคีเป็นแนวทางหลัก
กองทัพบกระบุว่าดำเนินการตามกรอบถ้อยแถลงร่วมจากการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนทั่วไป หรือ GBC เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 โดยเน้นสันติวิธีและการเจรจาเป็นอันดับแรก ส่วนการใช้กำลังทางทหารจะทำเท่าที่จำเป็นภายใต้กฎการใช้กำลัง หรือ ROE (Rules of Engagement) ตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ทบ.ยังสั่งการให้ทหารทุกนายระวังการถูกบันทึกภาพหรือคลิปวิดีโอที่อาจถูกนำไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อไทยในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสงครามข้อมูลข่าวสารก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์นี้ด้วย
รั้วชายแดน: ก้าวแรกที่จันทบุรี สู่แผนขยายทุกพื้นที่
ท่ามกลางความตึงเครียด มีพัฒนาการที่น่าจับตาในอีกมิติหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ตามรายงานของข่าวสด นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นการก่อสร้างรั้วแห่งแรกของไทย บริเวณหลักหมุดที่ 52-59 ระยะทางกว่า 1.3 กิโลเมตร และยังอยู่ระหว่างก่อสร้างเพิ่มอีกกว่า 600 เมตร
รั้วนี้สร้างโดยช่างฝีมือทหาร ไม่มีการจ้างเอกชน ใช้เงินจากกองทุนหทัยทิพย์ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ และงบประมาณแผ่นดิน โดยคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันพร้อมสนับสนุนทุกด้าน ทั้งงบประมาณและการประสานงาน พร้อมมีแผนลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคอีสานกลางเดือนกรกฎาคม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว
กระทบคนไทยอย่างไรบ้าง?
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ชายแดน ผลกระทบจริงๆ กว้างกว่านั้น
- ชาวบ้านในพื้นที่ ต้องทิ้งบ้าน ทิ้งสวนผลไม้ที่ทำมาหากิน ออกมาอพยพโดยไม่รู้ว่าจะกลับได้เมื่อไหร่ ความเสียหายทางเศรษฐกิจของครัวเรือนในพื้นที่นี้ยังไม่มีการประเมินออกมาชัดเจน
- นักท่องเที่ยวและผู้ใช้เส้นทาง ถนนสุขุมวิทที่ได้รับผลกระทบจากระเบิดคือเส้นทางหลักของตราด ต้องระวังการเดินทางในพื้นที่
- ภาพรวมประเทศ ความตึงเครียดชายแดนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองไทยจากภายนอก
- ในโลกออนไลน์ ทบ.เตือนแล้วว่ามีความพยายามสร้างกระแสเชิงลบบนโซเชียลฯ ประชาชนต้องรับข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ไม่แชร์คลิปหรือภาพที่ไม่ทราบที่มา
สิ่งที่ควรรู้และระวัง
สำหรับคนที่มีญาติหรือธุรกิจในพื้นที่ตราดและชายแดนภาคตะวันออก พี่สยามอยากฝากไว้ดังนี้
- ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากฝ่ายความมั่นคงจังหวัดตราด อย่าเชื่อข่าวในกลุ่มไลน์หรือโซเชียลฯ ที่ไม่มีที่มาชัดเจน
- หากพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจเป็นวัตถุระเบิด ห้ามเข้าใกล้หรือแตะต้องโดยเด็ดขาด แจ้ง EOD หรือเจ้าหน้าที่ทันที
- หากอยู่ในพื้นที่ 4 ตำบลที่สั่งอพยพ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่โดยเร็ว ความปลอดภัยของชีวิตสำคัญกว่าทรัพย์สินทั้งหมด
- ระวังการแชร์ภาพหรือคลิปที่อาจเข้าข่ายเป็นข้อมูลทางทหาร ซึ่งอาจมีความผิดตามกฎหมาย
พี่สยามเป็นห่วงชาวบ้านในพื้นที่มากที่สุด พวกเขาไม่ได้อยากเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แต่กลับต้องแบกรับผลกระทบหนักที่สุด หวังว่ากลไกการเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายมีอยู่จะทำงานได้ผล และชาวบ้านจะได้กลับบ้านโดยเร็ว สถานการณ์นี้ต้องรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด เพราะยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก




