ญี่ปุ่นอยากได้ Startup แต่กฎวีซ่าใหม่กลับไล่ผู้ประกอบการออกไป

พี่สยาม
พี่สยาม
เศรษฐกิจ
ขนาดตัวอักษร
ญี่ปุ่นอยากได้ Startup แต่กฎวีซ่าใหม่กลับไล่ผู้ประกอบการออกไป

เมื่อความฝันกับความจริงไม่ตรงกัน

ลองนึกภาพว่าคุณอายุ 25 ปี มีสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีนักลงทุนสนับสนุน มีพนักงาน และมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง แถมยังเลือกมาตั้งฐานที่ญี่ปุ่น — ประเทศที่ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าอยากเป็น Hub ของ Startup ระดับโลก แต่สุดท้ายกลับพบว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ได้วีซ่าทำธุรกิจในประเทศนั้น

นี่ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับ Shakhboz Khayrilloev ชาวอุซเบกิสถานวัย 25 ปี ผู้ก่อตั้ง Logistical บริษัทสตาร์ทอัพ AI ที่กำลังเติบโตในโตเกียว เรื่องราวของเขาสะท้อนให้เห็นความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่ญี่ปุ่น "บอกว่าอยากได้" กับสิ่งที่นโยบายจริงๆ กำลัง "ทำ"

20260622 Shibuya Start Up New
20260622 Shibuya Start Up New

กฎใหม่ที่สูงขึ้น แต่โอกาสที่ต่ำลง

วีซ่าที่พูดถึงกันในเรื่องนี้คือ Business Manager Visa หรือวีซ่าบริหารธุรกิจ ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติที่ต้องการมาเปิดกิจการในญี่ปุ่น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการญี่ปุ่นได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาให้เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่ถูกยกระดับขึ้นคือ เกณฑ์ทุนขั้นต่ำ (Capital Requirement) ซึ่งหมายความว่าผู้ยื่นขอวีซ่าต้องแสดงให้เห็นว่ามีเงินทุนจดทะเบียนในระดับที่สูงพอสมควร ปัญหาคือสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้น (Early-Stage Startup) โดยธรรมชาติมักไม่มีเงินทุนจดทะเบียนจำนวนมาก แต่ดึงดูดเงินจากนักลงทุนในรูปแบบของ Equity หรือ Convertible Note แทน ซึ่งกฎเก่าของญี่ปุ่นเองก็รับรู้สิ่งนี้ดี

ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นพบว่า จำนวนคำขอวีซ่า Business Manager ลดลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการปรับเกณฑ์ใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะมองหาประเทศอื่นแทน

Japan eyes raising entrepreneur visa capital threshold to $200,000
Japan eyes raising entrepreneur visa capital threshold to $200,000

ความย้อนแย้งของนโยบาย Startup ญี่ปุ่น

ที่น่าสนใจคือรัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของ Kishida และต่อมา Ishiba ได้ประกาศแผน "Startup Ecosystem" อย่างยิ่งใหญ่ มีการตั้งเป้าสร้าง Unicorn (บริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์) ให้ได้ 100 แห่งภายในปี 2030 มีการจัดตั้ง J-Startup Program เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ และมีการผลักดันให้ย่าน Shibuya กลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรม

แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทางกัน ผู้ประกอบการต่างชาติที่เดินทางมาถึงโตเกียวพบว่าระบบราชการและข้อกำหนดทางกฎหมายยังซับซ้อน กระบวนการขอวีซ่ายาวนาน และตอนนี้ยังมีเกณฑ์ทุนที่สูงขึ้นมาเป็นอุปสรรคเพิ่มเติม

"ญี่ปุ่นบอกว่าอยากต้อนรับผู้ประกอบการต่างชาติ แต่ระบบวีซ่ากลับถูกออกแบบมาเพื่อคนที่มีเงินทุนพร้อมแล้ว ไม่ใช่คนที่มีไอเดียและความสามารถ" — เสียงจากผู้ประกอบการต่างชาติในโตเกียว

The human cost of Japan's immigration pivot
The human cost of Japan's immigration pivot

Shibuya กับความพยายามที่ยังอยู่

แม้จะมีปัญหาด้านวีซ่า แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะมืดหมด พื้นที่อย่าง Shibuya Innovation Institute และ Shibuya Startup Support ยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการต่างชาติให้เข้าถึงระบบนิเวศของญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น

Saeko Seno จาก Shibuya Innovation Institute เป็นหนึ่งในผู้ที่คอยช่วยเหลือผู้ประกอบการต่างชาติอย่าง Khayrilloev ให้นำทางผ่านระบบที่ซับซ้อนของญี่ปุ่น บทบาทของคนกลางอย่างนี้มีความสำคัญมาก เพราะช่องว่างระหว่างความตั้งใจของนโยบายกับความเป็นจริงในการปฏิบัตินั้นยังกว้างอยู่

ในด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นมีข้อได้เปรียบหลายอย่างที่ดึงดูดสตาร์ทอัพ ไม่ว่าจะเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเยี่ยม ความปลอดภัยสูง และวัฒนธรรมที่ให้คุณค่ากับคุณภาพ แต่ถ้าประตูเข้ายากเกินไป นักประกอบการก็จะหันไปหาสิงคโปร์ เกาหลีใต้ หรือแม้แต่ดูไบแทน

Japan increases cap on residency visa fees to $630
Japan increases cap on residency visa fees to $630

มุมมองของพี่สยาม: เรื่องนี้ทำให้นึกถึงบ้านเรา

ถ้าพี่สยามนั่งอ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกอะไรบางอย่าง ก็คงเป็นความรู้สึก "คุ้นๆ" ครับ เพราะนโยบายที่พูดสวยแต่ระบบปฏิบัติไม่ตามทัน ไม่ใช่เรื่องที่ญี่ปุ่นเจอคนเดียว บ้านเราเองก็เคยมีเรื่องแบบนี้บ่อยเหมือนกัน

แต่ที่น่าสังเกตกว่าคือ ญี่ปุ่นเองมีแรงกดดันประชากรสูงมาก ประชากรสูงอายุ แรงงานลดลง และเศรษฐกิจที่ต้องการแรงผลักใหม่ สตาร์ทอัพต่างชาติที่มีไอเดียดีๆ คือหนึ่งในคำตอบที่ดีที่สุด แต่ถ้ากฎวีซ่ายังเป็นแบบนี้ ก็ยากที่จะให้คำตอบนั้นเกิดขึ้นจริง

มันเหมือนกับว่าเปิดร้านอาหารแล้วโฆษณาว่ายินดีต้อนรับลูกค้าทุกคน แต่พอลูกค้ามาถึงหน้าร้านกลับพบประตูที่ล็อคอยู่

ผลกระทบต่อคนไทยที่อยากไปทำธุรกิจในญี่ปุ่น

สำหรับคนไทยที่กำลังมองญี่ปุ่นเป็นจุดหมายของการทำธุรกิจหรือขยายกิจการ เรื่องนี้มีบทเรียนที่ต้องรู้ไว้ดังนี้

  • วีซ่า Business Manager ต้องเตรียมเงินทุนให้พร้อม — ถ้าคิดจะไปเปิดบริษัทในญี่ปุ่น ต้องศึกษาเกณฑ์ทุนขั้นต่ำให้ชัดเจนก่อน เพราะตอนนี้มีการปรับให้สูงขึ้น
  • อย่าเชื่อแค่โฆษณาของนโยบาย — ญี่ปุ่นประกาศนโยบายสนับสนุน Startup หลายอย่าง แต่ควรตรวจสอบว่าในทางปฏิบัติเป็นอย่างไรด้วย ควรพูดคุยกับคนที่เคยผ่านกระบวนการจริงๆ มาแล้ว
  • มองหา Co-working Space และ Community — พื้นที่อย่าง Shibuya Startup Support มักช่วยนำทางระบบได้ดี และมีเครือข่ายที่เป็นประโยชน์
  • เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น — สิงคโปร์ยังเปิดรับ Startup ต่างชาติได้ง่ายกว่าในแง่วีซ่าและการจดทะเบียนบริษัท ถ้าเป้าหมายหลักคือตลาดเอเชีย อาจต้องชั่งน้ำหนักให้ดี
Japan to hike visa renewal fees to $440 for 5-year stay
Japan to hike visa renewal fees to $440 for 5-year stay

ญี่ปุ่นต้องเลือกว่าจะเอาอะไร

บทวิเคราะห์จากนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักชี้ตรงกันว่า ถ้าญี่ปุ่นต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว จำเป็นต้องดึงดูดทั้งแรงงานที่มีทักษะและผู้ประกอบการที่มีไอเดีย การปรับเกณฑ์วีซ่าให้เข้มงวดขึ้นในจังหวะนี้ อาจมีเหตุผลด้านการกรองคุณภาพ แต่ผลข้างเคียงที่ตามมาคือการสกัดกั้นคนที่ญี่ปุ่นต้องการที่สุดออกไปด้วย

ตามรายงานของ Nikkei Asia ซึ่งเป็นต้นฉบับข่าวนี้ จำนวนคำขอวีซ่า Business Manager ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และยังไม่มีสัญญาณว่าทางการญี่ปุ่นจะปรับเกณฑ์กลับมา คำถามคือนโยบาย Startup Vision ที่ตั้งเป้าไว้ยิ่งใหญ่จะไปถึงปลายทางได้อย่างไร ถ้าประตูหน้าบ้านยังปิดอยู่

Japan weighs tighter income requirement for permanent residency
Japan weighs tighter income requirement for permanent residency

บทสรุปจากพี่สยาม

เรื่องของญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นบทเรียนสำหรับทุกประเทศ รวมถึงไทยด้วย ว่าการสร้างระบบนิเวศที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไม่ใช่แค่การออกนโยบายสวยๆ แต่ต้องทำให้ระบบปฏิบัติจริงสอดคล้องกับนโยบายนั้นด้วย

สำหรับคนไทยที่กำลังมีความฝันอยากไปสร้างธุรกิจในญี่ปุ่น อย่าเพิ่งท้อ แต่ให้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะโลกของ Startup ต้องการทั้งความฝันและความรอบคอบไปพร้อมๆ กัน ส่วนญี่ปุ่นเอง ก็คงต้องนั่งทบทวนตัวเองสักหน่อยว่า ถ้าอยากให้คนอื่นมาช่วยสร้างอนาคต ก็ต้องเปิดประตูให้เขาเข้ามาได้ก่อนครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook