สัปดาห์นี้ในเอเชีย: ทาไกจิเยือนอินเดีย คดีมาการิม และเมกะโปรเจกต์เกาหลีใต้

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
สัปดาห์นี้ในเอเชีย: ทาไกจิเยือนอินเดีย คดีมาการิม และเมกะโปรเจกต์เกาหลีใต้

เอเชียคึกคัก สัปดาห์นี้มีอะไรน่าจับตาบ้าง?

สัปดาห์นี้ภูมิภาคเอเชียคึกคักกว่าปกติ ตั้งแต่ญี่ปุ่นส่งนายกรัฐมนตรีบินลัดฟ้าไปอินเดียพร้อมคณะนักธุรกิจกว่า 50 บริษัท ไปจนถึงศาลอินโดนีเซียที่กำลังจะตัดสินคดีทุจริตครั้งใหญ่ และเกาหลีใต้ที่เตรียมประกาศโครงการลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรมชิป ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลกระทบต่อภูมิทัศน์เศรษฐกิจและการเมืองของภูมิภาคที่ไทยเราอยู่ด้วยทั้งนั้น

20260626 Takaichi and Modi
20260626 Takaichi and Modi

ทาไกจิเยือนอินเดีย: ญี่ปุ่นกับอินเดียกำลังจะใกล้ชิดกันมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี ซาเนะ ทาไกจิ (Sanae Takaichi) ของญี่ปุ่นเดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยมีกำหนดหารือกับนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ของอินเดีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายชัดเจนคือการกระชับความสัมพันธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยมีจีนเป็นตัวแปรสำคัญอยู่เบื้องหลัง

ที่น่าสนใจคือ ทาไกจิไม่ได้เดินทางไปคนเดียว แต่นำคณะผู้แทนธุรกิจขนาดใหญ่กว่า 50 บริษัท ติดตามไปด้วย ได้แก่ยักษ์ใหญ่อย่าง Suzuki Motor, Itochu และ Toyota Tsusho ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักธุรกิจญี่ปุ่นกำลังมองอินเดียเป็นฐานการลงทุนสำคัญแห่งต่อไปอย่างจริงจัง ตามรายงานของ Nikkei Asia การเยือนครั้งนี้ถูกวางแผนไว้ว่าจะรวมถึงการเยี่ยมชมรัฐอัสสัมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย แต่ถูกตัดออกเนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา จึงเหลือเฉพาะกรุงนิวเดลี

พี่สยามมองว่านี่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากครับ เมื่อนายกรัฐมนตรีพาบริษัทเอกชนถึง 50 รายไปพร้อมกัน นั่นแปลว่าการคุยกันครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเจรจาในเชิงพิธีการ แต่มันคือการเปิดประตูธุรกิจครั้งใหญ่ ถ้าเราลองจินตนาการว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจไทยที่กำลังมองหาตลาดใหม่ เราคงอยากรู้ว่าญี่ปุ่นกำลังมองเห็นอะไรในอินเดียที่ทำให้ยอมทุ่มเทขนาดนี้

India's IPO market draws hope from blockbuster listings, Iran peace deal
India's IPO market draws hope from blockbuster listings, Iran peace deal

คดีมาการิม: เมื่อนโยบายรัฐกลายเป็นคดีอาญา

ฝั่งอินโดนีเซียก็มีเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ศาลคดีทุจริตกรุงจาการ์ตา (Jakarta Corruption Court) มีกำหนดอ่านคำพิพากษาคดีของ นาดีม มาการิม (Nadiem Makarim) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐจากการจัดซื้อแล็บท็อป Google Chromebook ภายใต้โครงการดิจิทัลในโรงเรียน

อัยการยื่นขอโทษจำคุก 18 ปี โดยระบุว่าโครงการนี้ทำให้รัฐเสียหายกว่า 134 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,700 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาว่ามาการิมได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากการที่ Google ลงทุนใน Gojek ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เขาร่วมก่อตั้งก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรี ทางด้านมาการิมยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำผิดอะไรทั้งนั้น

แต่สิ่งที่ Nikkei Asia ชี้ให้เห็นซึ่งน่าสนใจมากคือ คดีนี้กำลังสร้างความกังวลในแวดวงสาธารณะอินโดนีเซียเกี่ยวกับแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง นั่นคือการ "ทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายสาธารณะกลายเป็นอาชญากรรม" (criminalization of public policy decisions) ซึ่งหมายความว่า เจ้าหน้าที่รัฐอาจเกิดความกลัวในการตัดสินใจเชิงนโยบายเพราะกลัวถูกดำเนินคดีในภายหลัง

US defense spending demand leaves Asian allies in limbo
US defense spending demand leaves Asian allies in limbo

สิ่งที่คนไทยควรจับตาจากคดีนี้

หลายคนอาจมองว่าคดีนี้เป็นเรื่องของอินโดนีเซีย แต่จริงๆ แล้วมันสะท้อนปัญหาที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย ต้องเผชิญเหมือนกัน คือการหาสมดุลระหว่างการตรวจสอบการทุจริตในหน่วยงานรัฐ กับการไม่ทำให้เจ้าหน้าที่กลัวจนไม่กล้าผลักดันนโยบายที่มีประโยชน์แต่มีความเสี่ยงตามธรรมชาติของการทดลองสิ่งใหม่

โดยเฉพาะในยุคที่รัฐบาลหลายประเทศกำลังพยายามผลักดันการปฏิรูปดิจิทัลในภาคการศึกษา การที่อดีตรัฐมนตรีถูกดำเนินคดีเรื่องโครงการแจกแล็บท็อปในโรงเรียน อาจทำให้ผู้บริหารคนอื่นๆ ในภูมิภาคชะลอหรือลังเลที่จะตัดสินใจในลักษณะเดียวกัน

เกาหลีใต้เตรียมประกาศเมกะโปรเจกต์ชิป: Samsung เตรียมทุ่มหนัก

ข่าวใหญ่อีกชิ้นจากภูมิภาคคือทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เตรียมประกาศโครงการระดับ "เมกะโปรเจกต์" ถึง 3 โครงการ ที่เกี่ยวกับการลงทุนมหาศาลในการสร้าง คลัสเตอร์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (semiconductor production cluster) ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ โดยสื่อท้องถิ่นรายงานว่า Samsung Group จะเป็นนักลงทุนหลัก เนื่องจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ต้องการขยายกำลังการผลิตเพื่อคว้าโอกาสจากกระแสความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

Analysis: China's pressure revives ancient Japanese sense of crisis
Analysis: China's pressure revives ancient Japanese sense of crisis

เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "ชิป" นั้นคือหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ตั้งแต่สมาร์ตโฟน ไปจนถึงรถยนต์และระบบ AI ตอนนี้ทั่วโลกกำลังแข่งกันสร้างฐานการผลิตชิปของตัวเอง เพราะใครที่ครองเทคโนโลยีนี้ได้ก็เท่ากับครองความได้เปรียบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงไปพร้อมกัน

เกาหลีใต้เองก็ไม่ยอมเป็นรอง นอกจากการลงทุนในประเทศแล้ว การที่ Samsung เข้ามาเป็นหัวหอกในโครงการนี้ยังสะท้อนว่าเกาหลีใต้มองระยะยาวอย่างจริงจัง แม้ในช่วงที่ผ่านมา Samsung เองก็เจอแรงกดดันจากคู่แข่งอย่าง TSMC และ NVIDIA ที่กำลังโตแรงในตลาดชิป AI

ญี่ปุ่นปรับนโยบายชายแดน: วีซ่าแพงขึ้นหลายเท่า

ข่าวนี้กระทบนักท่องเที่ยวและผู้ที่วางแผนเดินทางไปญี่ปุ่นโดยตรงครับ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วีซ่าเข้าครั้งเดียว (Single-entry visa): ปรับจาก 3,000 เยน (ราว 700 บาท) เป็น 15,000 เยน (ราว 3,500 บาท)
  • วีซ่าเข้าหลายครั้ง (Multiple-entry visa): ปรับจาก 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน
  • ภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ (Departure tax) สำหรับทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ: ปรับจาก 1,000 เยน เป็น 3,000 เยน

ในทางกลับกัน ชาวญี่ปุ่นได้รับข่าวดีคือรัฐบาลจะลดค่าธรรมเนียมทำหนังสือเดินทางลงสูงสุดถึงครึ่งหนึ่ง

Dogs, drones and AI: Australian agriculture is going high-tech
Dogs, drones and AI: Australian agriculture is going high-tech

สำหรับคนไทยที่วางแผนไปเที่ยวหรือไปทำธุรกิจที่ญี่ปุ่น นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมใจและกระเป๋าตังค์ไว้ล่วงหน้า เพราะค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่าสำหรับวีซ่าประเภทเข้าครั้งเดียว ถ้าวางแผนไปบ่อยๆ การทำวีซ่าแบบ Multiple-entry อาจคุ้มกว่า แต่ก็ต้องจ่ายมากขึ้นเช่นกัน แนะนำให้ติดตามข่าวจากสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่ามีผลบังคับใช้เมื่อไหร่

ฟุตบอลโลกเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ และข่าวอื่นๆ ที่น่าจับตา

สัปดาห์นี้ยังมีเรื่องที่แฟนบอลในเอเชียต้องลุ้นกัน เพราะฟุตบอลโลก FIFA World Cup เข้าสู่รอบน็อกเอาต์แล้ว ญี่ปุ่น จะเจอกับ บราซิล แชมป์โลก 5 สมัยที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ส่วน ออสเตรเลีย จะพบกับ อียิปต์ ที่เมืองดัลลัส สองคู่นี้ถือเป็นการทดสอบฝีเท้าของทีมเอเชีย-แปซิฟิกในรอบแพ้คัดออกอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Evergrande Property Services บริษัทในเครือของ Evergrande ยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์จีนที่ล้มละลาย ที่จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีที่กวางโจว หลังจากราคาหุ้นร่วงหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อบริษัทยอมรับว่าการเจรจาขายกิจการ "ยุติลงแล้ว" ซึ่งเป็นเรื่องเลวร้ายสำหรับเจ้าหนี้ที่หวังจะได้เงินคืนบางส่วน

Indonesia's social media ban sends chill through 'kidfluencers' economy
Indonesia's social media ban sends chill through 'kidfluencers' economy

มุมมองพี่สยาม: เอเชียกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไทยต้องตื่นตัว

ถ้าพี่สยามต้องสรุปสัปดาห์นี้ด้วยประโยคเดียว ก็คงพูดว่า "เอเชียกำลังจัดเรียงหมากใหม่" ครับ ญี่ปุ่นยื่นมือไปหาอินเดียอย่างจริงจัง เกาหลีใต้ทุ่มหนักกับชิป อินโดนีเซียกำลังต่อสู้กับปัญหาธรรมาภิบาล ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข่าวต่างประเทศที่ดูเพื่อความรู้อย่างเดียว แต่มันคือบริบทที่ส่งผลต่อไทยโดยตรง

ไทยเองก็กำลังแข่งขันดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนกลุ่มเดียวกับที่ญี่ปุ่นพาไปอินเดีย หรือที่เกาหลีใต้กำลังดึงกลับประเทศตัวเอง เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ไทยยังน่าสนใจในสายตานักลงทุนระดับโลก? นโยบายเศรษฐกิจ ความมั่นคงของกฎหมาย ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เหล่านี้คือคำถามที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนไทยต้องคิดหนักครับ

สำหรับคนทั่วไปอย่างเรา การติดตามข่าวเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้รอบตัว แต่มันช่วยให้เราเข้าใจว่าโลกกำลังเดินไปทางไหน และเราควรเตรียมตัวเองอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การทำงาน หรือการลงทุน — เพราะในที่สุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาคทุกครั้งก็มักส่งผลมาถึงชีวิตเราด้วยเสมอครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง