6 สูตรมาสก์กล้วยทำเองที่บ้าน บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น นุ่มลื่น ตามประเภทผิว

พี่สยาม
พี่สยาม
ไลฟ์สไตล์
ขนาดตัวอักษร
6 สูตรมาสก์กล้วยทำเองที่บ้าน บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น นุ่มลื่น ตามประเภทผิว

กล้วยผลเดียว ดูแลผิวได้หลายแบบ

พี่สยามต้องบอกเลยว่า เรื่องดูแลผิวพรรณนี่ ไม่จำเป็นต้องพึ่งผลิตภัณฑ์ราคาแพงเสมอไป บางทีของใกล้มือในครัวของเรานี่แหละ ให้ผลดีไม่แพ้กัน หนึ่งในนั้นก็คือ "กล้วย" ผลไม้ที่คนไทยหาซื้อได้ทุกหนทุกแห่ง ราคาไม่แรง แต่แฝงไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่ผิวหนังต้องการ

ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลด้านความงามอย่าง Phunutoday ระบุว่า กล้วยสามารถนำมาผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่หาได้ในครัวเรือน เพื่อทำมาสก์หน้าที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทผิวได้อย่างหลากหลาย วันนี้พี่สยามเลยรวบรวม 6 สูตรมาฝากกัน ใครประเภทผิวไหนก็มีสูตรของตัวเองเลย

สูตรที่ 1: กล้วย + น้ำผึ้ง — สำหรับผิวแห้งขาดน้ำ

ผิวแห้งเป็นปัญหาที่คนไทยในเมืองเจอกันเยอะมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในออฟฟิศที่มีแอร์เปิดตลอดวัน อากาศแห้งก็ดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวไปเรื่อยๆ สูตรกล้วยผสมน้ำผึ้งตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก เพราะกล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติ humectant คือดึงความชื้นจากอากาศมาไว้ที่ผิว ทำให้ผิวไม่แห้งกร้าน

วิธีทำ: บดกล้วยสุก 1 ลูกให้ละเอียด แล้วผสมน้ำผึ้งพอประมาณจนได้เนื้อครีมเนียน ทาให้ทั่วหน้าและลำคอ นวดเบาๆ สักสองสามนาที แล้วทิ้งไว้ 5–10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น แค่นี้ผิวก็รู้สึกชุ่มขึ้นทันตา

สูตรที่ 2: กล้วย + น้ำส้มสายชูแอปเปิล — สำหรับผิวมัน

คนผิวมันหลายคนชอบคิดว่า "ผิวมันไม่ต้องบำรุงก็ได้" แต่ความจริงคือผิวที่ผลิตน้ำมันมากเกินไปก็ต้องการการดูแลสมดุลด้วยเช่นกัน กล้วยผสมกับ Apple Cider Vinegar หรือน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ช่วยลดความมันส่วนเกินบนผิวหน้าได้ โดยยังคงความนุ่มเนียนไว้

วิธีทำ: ผสมกล้วยบดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำส้มสายชูแอปเปิล 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าอยากให้รู้สึกเย็นสดชื่นขึ้น หยดน้ำมันหอมระเหยมิ้นต์ลงไปสักสองสามหยด ทาบางๆ ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า

คำเตือนจากพี่สยาม: น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรดสูง ถ้าผิวแพ้ง่ายหรือมีแผลเปิดควรหลีกเลี่ยงสูตรนี้ก่อน และถ้าใช้ครั้งแรกแนะนำให้ทดสอบที่ข้อมือก่อนเสมอ

สูตรที่ 3: กล้วย + ขมิ้น + น้ำมันมะกอก — สำหรับผิวหมองคล้ำ

ผิวหมองคล้ำหรือมีจุดด่างดำเป็นปัญหายอดฮิตของคนไทยที่โดนแดดจัดทุกวัน สูตรนี้ใช้ขมิ้น (Turmeric) ซึ่งเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว รวมกับน้ำมะเขือเทศดิบและกล้วยสุก เพื่อช่วยดูแลผิวส่วนที่ต้องการความสม่ำเสมอของสีผิว

วิธีทำ: บดกล้วยสุก 1 ลูก ใส่ผงขมิ้นเล็กน้อย (ระวังใส่มากเกินไปอาจทำให้ผิวเหลือง) และน้ำคั้นจากมันฝรั่งดิบ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วหน้าโดยเน้นบริเวณที่ผิวหมองคล้ำ ทิ้งไว้ 10–15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด

ข้อสังเกตจากพี่สยาม: ขมิ้นอาจทิ้งคราบสีเหลืองไว้บนผิวหรือผ้าเช็ดตัว แนะนำให้ล้างน้ำอุ่นก่อนแล้วตามด้วยสบู่อ่อนๆ และใช้ผ้าเก่าเช็ดหน้าหลังทำมาสก์สูตรนี้

สูตรที่ 4: กล้วย + อะโวคาโด — สำหรับผิวแห้งเป็นพิเศษ

ถ้าผิวแห้งจนลอกเป็นขุย สูตรนี้คือตัวช่วยที่พี่สยามอยากแนะนำมากที่สุดในชุดนี้ ทั้งกล้วยและอะโวคาโดต่างเต็มไปด้วยกรดไขมันที่ดี วิตามิน E และสารบำรุงผิวตามธรรมชาติ การผสมกันของสองอย่างนี้ช่วยเติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก ลดอาการลอกหรือตึงผิว และให้ความนุ่มเนียนที่รู้สึกได้หลังใช้

วิธีทำ: บดกล้วยและอะโวคาโดสุกในปริมาณเท่ากัน คนผสมจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ทาทั่วหน้าและลำคอ ผ่อนคลายประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำ รับรองว่าผิวนุ่มขึ้นสังเกตได้ชัด

สูตรที่ 5: กล้วย + แป้งโฮลวีต + นม — สำหรับผิวธรรมดา

ผิวธรรมดาไม่ได้แปลว่าไม่ต้องดูแล แค่ต้องการการรักษาสมดุลและความสดใสให้คงอยู่ สูตรกล้วยผสมแป้งโฮลวีตและนมสดเป็นมาสก์อ่อนโยนที่ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มและสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับทำเป็นกิจวัตรรายสัปดาห์

วิธีทำ: ผสมกล้วยบดกับแป้งโฮลวีต (Whole Wheat Flour) แล้วเติมนมสดทีละน้อยจนได้เนื้อที่ไม่เหลวหรือข้นเกินไป ทาทิ้งไว้ 15–20 นาที แล้วล้างออก ถ้าทำสม่ำเสมออาทิตย์ละ 1–2 ครั้ง จะเห็นว่าผิวดูสดใสและเนียนขึ้นได้จริง

Cách dùng mặt nạ sữa chua, mật ong làm mờ thâm nám
Cách dùng mặt nạ sữa chua, mật ong làm mờ thâm nám

สูตรที่ 6: กล้วย + วุ้นว่านหางจระเข้ — สำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวหลังโดนแดด

สูตรนี้พี่สยามรู้สึกว่ามีประโยชน์มากสำหรับคนไทยที่ใช้ชีวิตกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเดินทาง ทำงานนอกสถานที่ หรือเล่นกีฬา เพราะแดดเมืองไทยไม่ใช่เล่นๆ และผิวที่โดนแดดจัดจะรู้สึกร้อน แดง และแห้งตึง วุ้นว่านหางจระเข้หรือ Aloe Vera Gel ขึ้นชื่อมากในเรื่องการบรรเทาอาการระคายเคืองและเติมความชุ่มชื้นให้ผิว เมื่อนำมาผสมกับกล้วยก็ยิ่งเสริมฤทธิ์กันดี

วิธีทำ: ผสมกล้วยบด 2 ช้อนโต๊ะกับวุ้นว่านหางจระเข้แท้ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วทาบนผิวหน้าหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ต้องการ ทิ้งไว้ 10–20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ยังใช้กับผิวกายที่แห้งหรือโดนแดดได้เช่นกัน ไม่ใช่แค่ใบหน้า

สิ่งที่ต้องระวังก่อนลองทำมาสก์กล้วยที่บ้าน

พี่สยามอยากฝากไว้ด้วยว่า แม้วัตถุดิบจะเป็นธรรมชาติล้วนๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าใช้ได้กับทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น มีบางเรื่องที่ต้องระวัง

  • ทดสอบก่อนเสมอ: ก่อนใช้สูตรไหนก็ตาม ควรทาทดสอบที่ข้อมือหรือหลังหูทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อดูว่าผิวมีปฏิกิริยาแพ้หรือไม่
  • คนแพ้กล้วย: มีคนบางส่วนที่แพ้โปรตีนในกล้วย ซึ่งอาจทำให้ผิวแดงหรือคันได้ ถ้าเคยแพ้อาหารจำพวกนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้ทับผิวมีบาดแผล: ไม่ควรทามาสก์บนผิวที่มีสิวอักเสบหนักหรือบาดแผลเปิด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองมากขึ้น
  • ไม่ใช่การรักษา: มาสก์เหล่านี้เป็นการบำรุงผิวเบื้องต้น ไม่ใช่การรักษาโรคผิวหนัง ถ้ามีปัญหาผิวเรื้อรัง ควรพบแพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) โดยตรง

มุมมองของพี่สยาม

ถ้าพี่สยามเจอแบบนี้ในยุคที่เศรษฐกิจกำลังฝืด ก็คงพอใจมากที่รู้ว่ากล้วยราคาหวีละไม่กี่สิบบาทสามารถทำหน้าที่แทนมาสก์ราคาหลายร้อยได้ในระดับหนึ่ง แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์จากห้องแล็บก็มีนวัตกรรมที่เหนือกว่า แต่สำหรับการดูแลผิวพื้นฐานในชีวิตประจำวัน วัตถุดิบจากธรรมชาติก็มีคุณค่าในตัวเองไม่น้อย

สิ่งที่ดีที่สุดคือการรู้จักผิวตัวเองก่อน แล้วเลือกสูตรให้ตรงกับปัญหา ไม่ต้องลองทุกสูตรพร้อมกัน ค่อยๆ ลองทีละสูตรแล้วดูว่าผิวเราตอบสนองยังไง การดูแลตัวเองไม่ต้องแพงเสมอไป แต่ต้องสม่ำเสมอและรู้จักตัวเอง นั่นแหละคือหัวใจของการดูแลสุขภาพผิวที่ยั่งยืน

ขอบคุณข้อมูล: Phu Nu Today - Lam Dep

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook