ถ้าพูดถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น หลายคนอาจรู้สึกว่ามันอยู่ไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว นายก อบจ. คือคนที่มีผลต่อชีวิตประจำวันของเราในระดับพื้นที่โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นถนน แหล่งน้ำ หรือเม็ดเงินงบประมาณที่จะถูกจัดสรรไปยังชุมชน ล่าสุด ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ศึกชิงเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กำลังร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ พี่สยามขอเล่าให้ฟัง
สองขั้วขยับพร้อมกัน ทั้งพรรคใหญ่และกลุ่มท้องถิ่น
ตามรายงานของมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศการหาเสียงในกาฬสินธุ์คึกคักพร้อมกันสองแห่ง
ฝั่งหนึ่ง ที่ศาลเจ้าปู่บัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ มีแกนนำพรรคเพื่อไทยระดับประเทศอย่าง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยสนับสนุน นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หรือ "ไข่มุก" ผู้สมัครหมายเลข 1 ในนามพรรค พร้อมด้วย ส.ส.กาฬสินธุ์ ทั้ง 4 คน และ ส.อบจ. อีกหลายคน ประชาชนเข้าฟังจำนวนมาก

อีกฝั่งหนึ่ง นายประเสริฐ บุญเรือง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กำนันหิต" ผู้สมัครหมายเลข 2 กลุ่มฮักแพงเบิ่งแยงกาฬสินธุ์ เลือกลงพื้นที่แบบใกล้ชิดด้วยการเดินเท้าลุยตลาดนัดวันอาทิตย์ที่อำเภอเขาวง ซึ่งเป็นบ้านเกิด พูดคุยกับพี่น้องชาวภูไทแบบตัวต่อตัว รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากชาวบ้านโดยตรง
กำนันหิต ลุยครบ 18 อำเภอ อาศัยประสบการณ์ ส.ส. 6 สมัย
กำนันหิตระบุกับประชาชนว่า ตนได้ออกหาเสียงและลงพื้นที่พบปะประชาชนครบทุก 18 อำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว พร้อมยืนยันว่าจะนำประสบการณ์จากการเป็น ส.ส.กาฬสินธุ์ มาถึง 6 สมัย มาใช้บริหาร อบจ. ในทุกมิติ
จุดที่น่าสนใจคือถ้อยแถลงที่เขาพูดชัดเจนมากว่า

"การลงสมัครครั้งนี้จะต้องล้มทฤษฎีภาพของการเมืองใหญ่ การทำงานที่นี่คือบ้าน คือท้องถิ่น 'มีแต่พวก' หมายถึงกลุ่มบุคคลที่มีความเห็นตรงกัน อบจ.กาฬสินธุ์ ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของชาวกาฬสินธุ์ทุกคน ต้องปราศจากการเมืองใหญ่ที่จะเข้ามาครอบงำ"
นโยบายที่เขาเน้นย้ำมีสองเรื่องหลัก คือ การแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำที่ยังเป็นปัญหาในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนห่างไกลที่ขาดโอกาสเข้าถึงงบประมาณ และการส่งเสริมภาคการเกษตรให้เข้มแข็ง ผลักดันการท่องเที่ยว เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของชาวกาฬสินธุ์
มุมมองของพี่สยาม: เลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
พี่สยามเองฟังแล้วก็นึกถึงเพื่อนที่บ้านต่างจังหวัดหลายคน บางทีเราคุยกันเรื่องการเมืองระดับชาติกันเยอะมาก แต่พอถามว่านายก อบจ. บ้านตัวเองชื่ออะไร หลายคนยังตอบไม่ได้เลย ทั้งที่คนคนนี้แหละที่ดูแลถนนหน้าบ้าน ระบบน้ำในหมู่บ้าน หรือแม้แต่งบฯ ที่จะมาพัฒนาตลาดชุมชน

สิ่งที่กำนันหิตพูดเรื่อง "ปราศจากการเมืองใหญ่ครอบงำ" เป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศมาสักพักแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนหลายพื้นที่รู้สึกว่าการเมืองระดับชาติเข้ามามีบทบาทในเรื่องท้องถิ่นมากเกินไป ส่วนจะเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหนในทางปฏิบัติ ก็ต้องรอดูกันต่อไป
ผลกระทบต่อชาวกาฬสินธุ์และคนที่ติดตามการเมืองท้องถิ่น
ศึกครั้งนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการชน "สองแนวทาง" ค่อนข้างชัดเจน คือ
- แนวทางพรรคใหญ่ ที่อาศัยเครือข่าย ส.ส. และแกนนำระดับชาติระดมหาเสียง มีฐานเสียงที่มีระบบ
- แนวทางกลุ่มท้องถิ่น ที่เน้นความใกล้ชิดชาวบ้าน ลงพื้นที่เองแบบถึงลูกถึงคน และชูจุดยืนเป็นอิสระจากพรรค
สำหรับชาวกาฬสินธุ์ ผลของการเลือกตั้งครั้งนี้จะกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดในหลายปีข้างหน้า ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งน้ำ การเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่กระทบปากท้องของคนในพื้นที่โดยตรง
สิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรพิจารณา
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ไหน พี่สยามอยากฝากไว้ว่า ก่อนกาบัตร ลองถามตัวเองสักสองสามข้อ
- ผู้สมัครมีนโยบายที่ชัดเจนและวัดผลได้จริงไหม หรือแค่พูดกว้าง ๆ
- มีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญที่ตรงกับปัญหาของพื้นที่หรือเปล่า
- โครงสร้างทีมงานและกลุ่มที่สนับสนุน จะส่งผลต่อทิศทางการทำงานอย่างไร
ข้อมูลเหล่านี้ควรหาอ่านจากหลายแหล่ง ไม่ใช่เชื่อจากเวทีปราศรัยเพียงอย่างเดียว เพราะเวทีหาเสียงทุกคนก็พูดได้สวยทั้งนั้น
สุดท้ายแล้ว อบจ. ที่ดีหรือไม่ดี ชาวกาฬสินธุ์จะเป็นคนรู้สึกก่อนใคร ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนใช้สิทธิ์อย่างมีข้อมูลครับ เพราะหนึ่งเสียงของทุกคน คือหนึ่งก้าวของบ้านเมือง




