ภาคประชาชนนัดรวมตัวรัฐสภา 26 ก.ค. หยุดโกง สว. ทวี-อภิสิทธิ์ ป้อง 'เป๋าไอลอว์' จี้รัฐคุ้มครองพยาน

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
ภาคประชาชนนัดรวมตัวรัฐสภา 26 ก.ค. หยุดโกง สว. ทวี-อภิสิทธิ์ ป้อง 'เป๋าไอลอว์' จี้รัฐคุ้มครองพยาน

พี่สยามต้องบอกตรง ๆ ว่าข่าวนี้ทำให้รู้สึกหลายอย่างปนกัน ทั้งตื่นเต้นที่เห็นประชาชนลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเรื่องความโปร่งใส และก็เป็นห่วงพวกเขาไม่น้อย เพราะใครก็รู้ว่าการออกมาชี้เบาะแสเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย มีความเสี่ยงมาพร้อมกันเสมอ

ตามรายงานของมติชนออนไลน์ ความเคลื่อนไหวในคดีที่เรียกกันว่า "คดีฮั้ว สว." หรือการตรวจสอบความไม่โปร่งใสในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา กำลังร้อนแรงขึ้นทุกวัน และล่าสุดได้ยกระดับไปสู่การเคลื่อนไหวบนท้องถนนและในโลกออนไลน์พร้อมกัน

นัดรวมพลใหญ่รัฐสภา "หยุดขบวนการโกง สว."

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ภาคประชาชนเตรียมนัดรวมตัวกันครั้งใหญ่ที่บริเวณรัฐสภา ภายใต้ชื่องาน "หยุดขบวนการโกง สว. เปิดโปง เปิดใจพยานข้อเท็จจริง" โดยมีการเชิญชวนประชาชนทั่วไป รวมถึง สว. สำรอง และอดีตผู้สมัคร สว. ปี 2567 เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

บุคคลสำคัญที่จะร่วมงาน ได้แก่ ส.ส.พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภาสำรอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มาจากฝั่งประชาชนธรรมดาเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวแทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมด้วย

ในโลกออนไลน์ก็ไม่เงียบเช่นกัน มีการจัดแคมเปญส่งกำลังใจให้ "เป๋าไอลอว์" หรือ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw (ไอลอว์) พร้อมกับพยานทุกคนที่กล้าออกมาเปิดโปงขบวนการฮั้ว สว. ด้วยข้อความว่า "You will never walk alone." และมีการใช้แฮชแท็ก #สั่งฟ้องสว. เพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้าสั่งฟ้องต่อศาล

ทวี สอดส่อง ยกคำวินิจฉัยศาลรธน. จี้คุ้มครองผู้ชี้เบาะแส

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยระบุว่าสังคมต้องช่วยกันคุ้มครองผู้ที่กล้าออกมาชี้เบาะแสทุจริตในคดีนี้ ไม่ให้ต้องสู้เพียงลำพัง พร้อมเน้นย้ำว่าหากมีบุคคลระดับรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ด้วยแล้ว ยิ่งต้องถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่มีข้อยกเว้น

พ.ต.อ.ทวี ยังยกอ้างอิง คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2569 มาเป็นบรรทัดฐานในการยืนยันว่าบุคคลสาธารณะ โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชนได้เสมอ ตามหลักนิติธรรม

ภาพ: www.matichon.co.th

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประณาม SLAPP คุกคามภาคประชาชน

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาร่วมปกป้องการทำหน้าที่ของภาคประชาชนด้วยเช่นกัน โดยประณามการใช้กลไกทางกฎหมายในลักษณะที่เรียกว่า SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งหมายถึงการฟ้องคดีเพื่อปิดปากหรือข่มขู่ผู้ที่พยายามตรวจสอบหรือเปิดโปงการกระทำผิด โดยมองว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการต่อสู้คอร์รัปชันและเป็นการบั่นทอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ทั้งสองแกนนำพรรคการเมืองต่างยืนยันตรงกันว่าควรให้ กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามหลักนิติธรรมโดยไม่มีการแทรกแซง

กระทบคนไทยอย่างไร และทำไมต้องสนใจ

พี่สยามอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมืองหรือคนที่สมัคร สว. ครับ แต่มันกระทบกับคนไทยทุกคนโดยตรง เพราะวุฒิสภาคือสภาสูง มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ อนุมัติกฎหมายหลายฉบับ และแต่งตั้งองค์กรอิสระ ถ้ากระบวนการเลือก สว. มีการฮั้วหรือทุจริตจริง แปลว่าระบบตรวจสอบของประเทศตั้งแต่ต้นทางก็พังแล้ว

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคดีนี้ ได้แก่

  • อดีตผู้สมัคร สว. ที่สุจริต ซึ่งอาจเสียโอกาสเพราะขบวนการฮั้ว
  • ประชาชนทั่วไป ที่เสียภาษีจัดการเลือกตั้งแต่อาจไม่ได้ตัวแทนที่แท้จริง
  • นายยิ่งชีพและพยานคนอื่น ๆ ที่ตอนนี้อาจตกอยู่ในความเสี่ยงจากการถูกฟ้องปิดปาก

สิ่งที่ต้องจับตาและคำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะร่วมกิจกรรม

สำหรับใครที่สนใจจะไปร่วมงานในวันที่ 26 กรกฎาคม มีบางอย่างที่พี่สยามอยากฝากไว้

การแสดงออกทางการเมืองในที่สาธารณะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ควรทำในกรอบของกฎหมายเสมอ ติดตามประกาศจากผู้จัดงานอย่างใกล้ชิด และระวังข้อมูลเท็จที่อาจแพร่ในช่วงเวลาแบบนี้
  • ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนแชร์เรื่องราวที่เกี่ยวกับคดีนี้ เพราะมีข้อมูลบิดเบือนจำนวนมากในโซเชียล
  • ถ้าใครมีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริต สามารถแจ้งผ่านช่องทางทางการของ กกต. หรือ DSI โดยตรง ไม่ควรโพสต์ข้อมูลสำคัญบนโซเชียลมีเดียโดยไม่ระวัง เพราะอาจเป็นผลเสียต่อตัวเองและกระบวนการสอบสวน
  • สำหรับผู้ที่เป็น "พยาน" หรือมีข้อมูลชี้เบาะแส ควรปรึกษาทนายความก่อนเสมอ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายพยาน

ประเด็นเรื่องการคุ้มครองพยานนี้สำคัญมาก เพราะที่ผ่านมาในหลายคดีใหญ่ของไทย พยานที่กล้าออกมาพูดความจริงมักเผชิญกับแรงกดดันและการข่มขู่ การที่แกนนำการเมืองหลายคนออกมาเรียกร้องเรื่องนี้พร้อมกัน จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าอย่างน้อยก็มีคนระดับนั้นคอยดูแล

เรื่องนี้จะจบยังไง ยังต้องรอดูครับ สิ่งที่แน่ ๆ คือประชาชนจำนวนมากตื่นตัวมากขึ้นเรื่อยทุกวัน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร อย่างน้อยที่สุด กระบวนการนี้ก็ทำให้สังคมไทยได้เห็นว่าการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยประชาชนไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่ทำได้จริง

แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าในคดีแบบนี้ ภาคประชาชนควรมีบทบาทแค่ไหน และรัฐมีหน้าที่คุ้มครองพยานได้จริงหรือเปล่า?

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง