เศรษฐกิจไทยเหมือนเครื่องบินที่บินเอียงมานานแล้ว
ลองนึกภาพเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์สองข้าง แต่ข้างหนึ่งดับไปนานหลายปี เครื่องบินยังบินได้ แต่บินเอียง ต้องออกแรงมากกว่าปกติ และถ้าเครื่องยนต์ข้างที่เหลือมีปัญหาขึ้นมา... ไม่ต้องพูดถึงว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองเห็นในโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมาหลายสิบปี เราพึ่งพา การส่งออก เป็นเครื่องยนต์หลักตัวเดียว ขณะที่เครื่องยนต์ตัวอื่นอย่างการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคในประเทศยังคงอ่อนแอ ผลที่ตามมาคือทุกครั้งที่เศรษฐกิจโลกสะดุด ไทยก็กระทบหนักกว่าที่ควรจะเป็น
เครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศมีกี่ตัว
ในทางเศรษฐศาสตร์ การเติบโตของ GDP มาจากองค์ประกอบหลักสี่ตัว ได้แก่
- การบริโภคภาคเอกชน (C) — คนในประเทศใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ
- การลงทุนภาคเอกชนและรัฐ (I) — การสร้างโรงงาน ซื้อเครื่องจักร พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- การใช้จ่ายภาครัฐ (G) — งบประมาณรัฐบาล เงินเดือนข้าราชการ โครงการต่าง ๆ
- การส่งออกสุทธิ (NX) — มูลค่าส่งออกหักด้วยมูลค่านำเข้า
ปัญหาของไทยคือ NX หรือการส่งออกเราแข็งแกร่ง แต่ตัว I โดยเฉพาะการลงทุนภาคเอกชน ยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมานาน ส่วน G หรือการใช้จ่ายภาครัฐ ก็ถูกใช้เป็นตัวพยุงเศรษฐกิจจนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทำไม "การลงทุน" ถึงสำคัญกว่า "การบริโภค"
มีคำถามที่น่าคิดอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้าอยากให้เศรษฐกิจโต จะกระตุ้นให้คนใช้เงินหรือให้คนลงทุนดีกว่ากัน?
คำตอบคือขึ้นอยู่กับระยะสั้นหรือระยะยาว
- การบริโภค กระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็ว แต่เงินที่ใช้ไปก็หมดไป ไม่ทิ้งสินทรัพย์หรือศักยภาพใด ๆ ไว้
- การลงทุน อาจช้ากว่า แต่ทิ้ง "ของ" ไว้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน เครื่องจักร ทักษะแรงงาน หรือโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งเหล่านี้สร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต
ตัวเลขที่น่าสนใจคือในไตรมาสแรกของปี 2568 การลงทุนภาคเอกชนไทยเติบโตประมาณ 10% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีหลังจากซบเซามานาน ตามรายงานของกระทรวงการคลัง
Missing Link ที่แท้จริงคืออะไร
พี่สยามอยากพูดตรง ๆ ว่า ตัวเลขเศรษฐกิจจะสวยแค่ไหน มันไม่ได้ความหมายมากนักถ้าคนที่อยู่ข้างล่างสุดของพีระมิดยังไม่ดีขึ้น
ข้อมูลจากการสำรวจผู้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กระทรวงการคลังดำเนินการอยู่ เปิดเผยตัวเลขที่ทำให้ต้องหยุดคิด คือมีคนในวัยทำงานอายุ 20-60 ปี มากกว่า 5 ล้านคน ที่มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่ถึง 8,400 บาทต่อเดือน

นี่คือ Missing Link ของจริง ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายหรือตัวเลข GDP แต่คือช่องว่างระหว่างคนที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับคนที่ยังอยู่นอกวงจรนั้น
สวัสดิการกับการพัฒนาทักษะ: อะไรยั่งยืนกว่ากัน
ทุกปีรัฐบาลใช้งบมากกว่า 70,000 ล้านบาทในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัวเลขนี้ไม่ใช่น้อย ๆ แต่คำถามที่ต้องถามคือ เงินจำนวนนี้ทำให้ชีวิตคน "ดีขึ้น" หรือแค่ทำให้ "อยู่รอดได้" เท่านั้น
มีความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้มาก
- การให้เงินช่วยเหลือ — ช่วยบรรเทาความทุกข์ในระยะสั้น จำเป็นสำหรับกลุ่มที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ
- การพัฒนาทักษะและจัดหางาน — ลงทุนกับ "ศักยภาพของคน" ถ้าทำได้จริง ผลในระยะยาวคุ้มกว่ามาก
สำหรับคนวัยทำงาน 5 ล้านคนที่กล่าวถึง เป้าหมายที่ดีกว่าการให้เงินสวัสดิการต่อไปเรื่อย ๆ คือการช่วยให้พวกเขามี "ทักษะ" และ "โอกาส" ที่จะสร้างรายได้ด้วยตัวเอง
คนธรรมดาอย่างเราได้รับผลกระทบอย่างไร
พี่สยามนั่งคิดดูแล้ว ถ้าเครื่องยนต์การลงทุนติดขึ้นจริง ผลที่ตามมาสำหรับคนทั่วไปคือ
- มีงานใหม่เกิดขึ้น ทั้งในภาคการผลิต บริการ และเทคโนโลยี
- ค่าจ้างมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อความต้องการแรงงานเพิ่ม
- ภาษีที่รัฐเก็บได้มากขึ้นจากการลงทุนและธุรกิจ อาจนำมาพัฒนาบริการสาธารณะได้มากขึ้น
- หนี้สาธารณะที่รัฐต้องกู้มากระตุ้นเศรษฐกิจอาจลดลงในระยะยาว
แต่ต้องพูดตรง ๆ ด้วยว่า ทั้งหมดนี้ใช้เวลา การลงทุนไม่ได้สร้างผลในชั่วข้ามคืน คนที่รอผลเร็วอาจผิดหวัง และกลุ่มที่เปราะบางที่สุดอย่างคนชราหรือคนพิการ ยังต้องการการดูแลจากสวัสดิการควบคู่กันไปด้วย
ถ้าอยากใช้ประโยชน์จากคลื่นการลงทุนที่กำลังมา ต้องเตรียมตัวอย่างไร
สำหรับคนทำงานและคนหางาน ช่วงที่การลงทุนภาคเอกชนกำลังเติบโตคือโอกาสที่ดี แต่ต้องเตรียมพร้อมด้วย
- อัปสกิล (Upskill) สม่ำเสมอ ทักษะที่ตลาดต้องการในยุคนี้ได้แก่ ทักษะดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และทักษะเฉพาะทางในสายงานที่ดึงดูดการลงทุน
- ติดตามข้อมูลอุตสาหกรรม ที่รัฐบาลให้สิทธิประโยชน์ผ่าน BOI (Board of Investment) เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และ Data Center เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีการจ้างงานเพิ่ม
- สำหรับคนที่รับสิทธิบัตรสวัสดิการ ติดตามมาตรการพัฒนาทักษะแรงงานที่รัฐบาลกำลังวางแผน เพราะนั่นอาจเป็นประตูบานแรกสู่รายได้ที่ดีขึ้น
มุมมองของพี่สยาม
พี่สยามเองเคยเป็นพนักงานออฟฟิศมาก่อน รู้ดีว่าคนทำงานธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจตัวเลข GDP มากนัก สิ่งที่สนใจคือ "เดือนนี้มีเงินพอใช้ไหม" และ "อนาคตจะมั่นคงแค่ไหน"
การที่รัฐบาลพูดถึงการผลักดันการลงทุนและมองเห็น Missing Link ของคนวัยทำงาน 5 ล้านคนที่ยังอยู่นอกระบบรายได้ที่ดี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งสำคัญคือต้องติดตามว่า คำพูดจะกลายเป็นนโยบายจริง และนโยบายจะถึงมือคนที่ต้องการจริงไหม
เศรษฐกิจที่ดีไม่ใช่แค่ตัวเลขสวย แต่คือเศรษฐกิจที่ทำให้คนธรรมดามีชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง อยากเห็นแบบนั้นเหมือนกันครับ





