ไฟไหม้โกดังบ้านบึง ชลบุรี — รมว.สธ. ยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต พร้อมเฝ้าระวังสุขภาพ 500 แรงงานใกล้เคียง

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
ไฟไหม้โกดังบ้านบึง ชลบุรี — รมว.สธ. ยืนยันไม่มีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต พร้อมเฝ้าระวังสุขภาพ 500 แรงงานใกล้เคียง

ข่าวนี้ฟังแล้วโล่งใจได้ระดับหนึ่งนะครับ — คืนวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังวัสดุกลางชุมชนบ้านบึง จังหวัดชลบุรี และแม้ว่าเปลวไฟจะดับไม่ทันจนเกือบดึก แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันแล้วว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือผลกระทบต่อสุขภาพของชาวบ้านและแรงงานหลายร้อยชีวิตที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

เกิดอะไรขึ้นที่บ้านบึงคืนนั้น

ตามรายงานที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 โดยอ้างอิงข้อมูลจากทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าทีม SEhRT (Surveillance and Emergency Health Response Team) ของศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในเวลาประมาณ 20.30 น. ที่พื้นที่หมู่ 3 ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี

ความเสียหายที่เกิดขึ้น ได้แก่ โรงเก็บวัสดุ 1 หลัง และรถยนต์อีก 2 คัน แต่ที่โชคดีที่สุดคือไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย เจ้าหน้าที่อำเภอบ้านบึงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมรถขุดตักพร้อมทีมดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์จนสามารถจำกัดวงเพลิงไว้ได้ในเวลา 22.00 น. และดับไฟได้สำเร็จทั้งหมดในช่วงเวลา 01.30 น. ของวันถัดไป รวมเวลาดับเพลิงกว่า 5 ชั่วโมงเต็ม

แรงงาน 500 ชีวิต ติดอยู่ในทิศทางควัน

นี่คือส่วนที่พี่สยามเป็นห่วงมากที่สุดในข่าวนี้ครับ เพราะตามข้อมูลจากทีม SEhRT ที่ติดตามสถานการณ์ผ่านช่องทางไลน์ป้องกันชลบุรี พบว่าในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุมีหอพักของแรงงานข้ามชาติตั้งอยู่ มีผู้พักอาศัยประมาณ 500 คน และที่น่ากังวลคือขณะที่เพลิงไหม้อยู่นั้น หอพักแห่งนี้อยู่ในทิศทางใต้ลม นั่นหมายความว่าควันและกลิ่นจากเพลิงไหม้ปลิวเข้าหาที่พักของพวกเขาโดยตรง

แรงงานหลายคนต้องลงมาจากห้องพักเพราะทนกลิ่นและควันไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้อพยพออกนอกพื้นที่ รอจนเพลิงสงบแล้วจึงกลับขึ้นห้อง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบ้านบึงแต่อย่างใด แต่นั่นไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจบแล้วนะครับ เพราะผลกระทบจากควันไฟบางอย่างอาจไม่แสดงอาการทันที

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าอะไรต่อ

นายพัฒนาระบุว่าได้กำชับให้ทีม SEhRT ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ชลบุรี และสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) บ้านบึง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนในบริเวณข้างเคียงเพื่อเฝ้าระวังอาการผิดปกติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว พร้อมกับสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ทีมสาธารณสุขอำเภอบ้านบึงและโรงพยาบาลบ้านบึงยังมีแผนลงพื้นที่ประเมินผลกระทบด้านสุขภาพอีกรอบ

7 แนวทางดูแลตัวเองหลังเหตุไฟไหม้ รมว.สธ. แนะไว้

นายพัฒนายังได้ให้คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟและสารเคมีจากเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ไม่แค่กับคนที่บ้านบึง แต่กับทุกคนที่เผชิญเหตุแบบนี้ครับ

  • ข้อ 1: หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ทันที หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งและควรอยู่เหนือลมหรือในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
  • ข้อ 2: หลีกเลี่ยงการสูดดมควันโดยตรง และสวมหน้ากากคาร์บอนเพื่อป้องกันไอระเหยจากสารเคมี

(หมายเหตุ: แหล่งข่าวหลักระบุแนวทางไว้ 7 ข้อ แต่ข้อมูลที่ได้รับมีเพียง 2 ข้อแรกที่สมบูรณ์ พี่สยามจึงนำเสนอเฉพาะส่วนที่มีข้อมูลครบถ้วน ไม่เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่มีในแหล่งข่าวครับ)

ถ้าเป็นเราเจอแบบนี้...

พี่สยามนึกภาพตามแล้วรู้สึกเลยว่าคืนนั้นคงวุ่นวายไม่น้อย ลองนึกดูว่าเป็นแรงงานที่อาศัยอยู่ในหอพัก กลางดึกดี ๆ มีกลิ่นควันโขมงเข้ามาในห้อง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ภาษาก็อาจสื่อสารได้ไม่ครบ ความกลัวและความสับสนในค่ำคืนนั้นคงหนักพอสมควร การที่ทีมสาธารณสุขลงพื้นที่เฝ้าระวังและมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นจึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่รวมถึงการสื่อสารและความมั่นใจให้กับคนเหล่านั้นด้วย

สิ่งที่ควรระวังต่อจากนี้

แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บเฉียบพลัน แต่ผลกระทบจากควันไฟและสารเคมีที่ปล่อยออกมาจากโรงวัสดุบางประเภทอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะสั้นถึงระยะกลางได้ครับ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ เด็ก คนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือผู้ที่สูดดมควันเป็นเวลานาน ถ้าหากอยู่ในพื้นที่และมีอาการผิดปกติอย่างไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือตาแสบ แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลบ้านบึงหรือสถานพยาบาลใกล้บ้านนะครับ อย่าปล่อยทิ้งไว้

สำหรับแรงงานข้ามชาติในพื้นที่ อยากฝากให้นายจ้างและผู้ดูแลหอพักช่วยสังเกตอาการของคนงานด้วย เพราะบางครั้งภาษาอาจเป็นอุปสรรคในการบอกว่าตัวเองไม่สบาย

"เบื้องต้นทีม SEhRT สสจ.ชลบุรี และสาธารณสุขอำเภอบ้านบึง ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการดูแลประชาชนในบริเวณข้างเคียงและเฝ้าระวังผลกระทบหรืออาการแสดงประชาชน รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว" — นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โดยรวมแล้วข่าวนี้ถือว่าจบลงได้ดีกว่าที่หลายคนกังวลครับ ไม่มีผู้เสียชีวิต ทีมสาธารณสุขลงพื้นที่เร็ว และมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่พี่สยามอยากทิ้งไว้ให้คิดคือ เหตุการณ์แบบนี้เตือนเราเสมอว่าชุมชนรอบโรงงานหรือโกดังวัสดุต่าง ๆ นั้นมีความเสี่ยงที่ต้องเตรียมรับมืออยู่เสมอ ทั้งเรื่องแผนอพยพ การสื่อสารฉุกเฉิน และอุปกรณ์ป้องกันขั้นพื้นฐาน — รู้ไว้ก่อนดีกว่ารู้ตอนเกิดเหตุเสมอนะครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง