คืนวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด แบบไม่เป็นทางการออกมาแล้ว และพี่สยามต้องบอกว่าตัวเลขที่เห็นนี่ ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่ชนะ แต่ชนะแบบที่เรียกว่า "แลนด์สไลด์" ได้เต็มปาก พร้อมทุบสถิติคะแนนของตัวเองที่ทำไว้เมื่อสามปีก่อนอีกด้วย
ผลการเลือกตั้ง: ตัวเลขบอกทุกอย่าง
ตามรายงานของมติชนออนไลน์ และข้อมูลจากไลฟ์สดเพจเฟซบุ๊กของ อบจ.ร้อยเอ็ด ในเวลา 21.00 น. ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของผู้สมัครทั้ง 3 รายออกมาดังนี้
- หมายเลข 1 นายเศกสิทธิ์ ไวยนิยมพงษ์ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย — ได้ 330,702 คะแนน
- หมายเลข 2 นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ดหลายสมัย ลงสมัครในนามอิสระ — ได้ 75,440 คะแนน
- หมายเลข 3 นายบุญชิต อุทัศพัฒนะ ลงสมัครในนามอิสระ — ได้ 10,025 คะแนน
นายเศกสิทธิ์จึงเป็นว่าที่นายก อบจ.ร้อยเอ็ด ด้วยคะแนนห่างจากอันดับสองถึง 255,262 คะแนน ซึ่งนับว่าชนะขาดลอยโดยไม่มีข้อกังขา

ทำไมถึงน่าสนใจ? เพราะเขาทุบสถิติตัวเอง
สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้น่าพูดถึงเป็นพิเศษคือ นายเศกสิทธิ์ไม่ได้แค่ชนะ แต่ยังทำคะแนนได้สูงกว่าการเลือกตั้งปี 2565 ซึ่งตอนนั้นเขาได้ไป 301,187 คะแนน ครั้งนี้ได้ 330,702 คะแนน นั่นหมายความว่าคะแนนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 29,515 คะแนน หรือราวๆ 10% จากครั้งที่แล้ว
ต้องเข้าใจก่อนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น "การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง" เนื่องจากนายเศกสิทธิ์ได้ลาออกจากตำแหน่งนายก อบจ.ก่อนครบวาระ จากนั้นกลับมาลงสมัครใหม่อีกครั้งในการเลือกตั้งซ่อมนี้ ซึ่งโดยปกติการเลือกตั้งประเภทนี้มักมีผู้มาใช้สิทธิ์น้อยกว่าการเลือกตั้งทั่วไป แต่คะแนนที่ได้กลับสูงกว่าเดิม นี่คือสิ่งที่น่าคิดมากทีเดียว
ความรู้สึกของพี่สยาม
ถ้าพี่สยามเป็นคนร้อยเอ็ด คงนั่งลุ้นผลคะแนนอยู่หน้าจอไลฟ์สดของ อบจ.ด้วยความสนใจไม่น้อย เพราะการที่คนในพื้นที่ออกมาเลือกคนเดิมแบบนี้ มันไม่ใช่แค่ "ความเคยชิน" แต่มันสะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ในจังหวัดมีความเชื่อมั่นในตัวผู้นำคนนี้อยู่ในระดับที่สูงมาก อย่างน้อยก็ในสายตาของคนที่ออกมาใช้สิทธิ์วันนี้

แต่ในฐานะคนดูจากข้างนอก สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ ท้ายที่สุดแล้วความไว้วางใจที่ชาวร้อยเอ็ดมอบให้นี้ จะถูกแปลงเป็นการพัฒนาจังหวัดที่จับต้องได้แค่ไหน
ผลกระทบและสิ่งที่ควรจับตา
สำหรับคนที่สนใจการเมืองท้องถิ่น ผลการเลือกตั้งครั้งนี้มีนัยสำคัญหลายอย่างที่ควรติดตาม
- ความเชื่อมั่นในระดับท้องถิ่น: คะแนนที่พุ่งสูงขึ้นในการเลือกตั้งซ่อมซึ่งปกติจะมีผู้สนใจน้อยกว่า บ่งบอกถึงฐานเสียงที่แน่นและมีการระดมคะแนนที่มีประสิทธิภาพ
- บทบาทของพรรคเพื่อไทย: ชัยชนะของผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคอีสานอย่างร้อยเอ็ด ยังคงยืนยันความแข็งแกร่งของพรรคในภูมิภาคนี้
- การตรวจสอบโดยประชาชน: ชาวร้อยเอ็ดควรติดตามนโยบายและการทำงานของนายก อบจ.คนใหม่อย่างใกล้ชิด เพราะคะแนนเสียงจำนวนมากนั้นมาพร้อมความคาดหวังที่สูงตามไปด้วย
สิ่งที่ต้องรอยืนยัน
พี่สยามต้องย้ำตรงนี้ไว้ด้วยว่า ผลคะแนนที่รายงานนี้ยังเป็น คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ อ้างอิงจากไลฟ์สดและเพจเฟซบุ๊กของ อบจ.ร้อยเอ็ด ต้องรอผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกครั้งหนึ่ง แม้โดยปกติตัวเลขจะไม่ต่างกันมากนัก แต่การรอผลอย่างเป็นทางการคือสิ่งที่ถูกต้อง
สำหรับคนร้อยเอ็ดและคนที่ติดตามการเมืองท้องถิ่น คืนนี้คงเป็นคืนที่น่าจดจำ ส่วนจะดีจะงามแค่ไหนในอีก 4 ปีข้างหน้า คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ





