รพ.สกลนคร แจ้งความแล้ว! หลังคลิปกล่าวหาเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ผู้ป่วยชักจากโรคประจำตัว

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
รพ.สกลนคร แจ้งความแล้ว! หลังคลิปกล่าวหาเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ผู้ป่วยชักจากโรคประจำตัว

ถ้าพี่สยามเจอคลิปแบบนี้บน Facebook แล้วกดแชร์ต่อทันทีโดยไม่ตรวจสอบ... คงเป็นหนึ่งในคนที่สร้างความเสียหายโดยไม่รู้ตัว เรื่องนี้เตือนใจพี่มากเลยครับ เพราะมันเกิดขึ้นได้กับทุกคนในยุคที่ข้อมูลวิ่งเร็วกว่าการตรวจสอบความจริง

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

โรงพยาบาลสกลนครออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทาง Facebook เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยคลิปดังกล่าวระบุข้อความอ้างว่า "มีผู้รับบริการลื่นล้มขณะเจ้าหน้าที่กำลังถูพื้น" ซึ่งโรงพยาบาลยืนยันชัดเจนว่า ข้อมูลนั้น ไม่เป็นความจริง

ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคือ ผู้ป่วยในคลิปเกิดอาการ ชักเกร็งจากโรคประจำตัว ขณะยืนรอเดินทางกลับบ้าน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการที่เจ้าหน้าที่กำลังทำความสะอาดพื้นแต่อย่างใด

ทีมพยาบาลทำอะไรในตอนนั้น?

ตามรายงานของโรงพยาบาลสกลนคร ทีมพยาบาลเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นทันทีตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยชัก ได้แก่

  • จัดท่านอนตะแคง เพื่อป้องกันการสำลัก
  • กั้นพื้นที่โดยรอบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
  • ประสานทีมแพทย์ฉุกเฉินนำส่งแผนก ER อย่างปลอดภัย

ผลการรักษาเป็นที่น่าโล่งใจครับ เพราะผู้ป่วยได้รับการรักษาจนปลอดภัย และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้วเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา

โรงพยาบาลเดินหน้าทั้งด้านระบบและกฎหมาย

นอกจากการชี้แจงข้อเท็จจริง โรงพยาบาลสกลนครยังดำเนินการใน 2 ด้านพร้อมกัน ได้แก่

ด้านระบบบริการ: ทบทวนมาตรการดูแลผู้ป่วยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ระบบช่วยเหลือรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้านกฎหมาย: เนื่องจากคลิปดังกล่าวไม่ได้ปกปิดใบหน้าของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน ทำให้สังคมเข้าใจผิด สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ และถือเป็นการ ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทีมพยาบาลจึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว

กระทบใครบ้าง? มองให้ครบทุกมุม

เรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องอยู่หลายฝ่าย และพี่อยากให้ลองมองดูครบๆ ก่อนจะด่วนสรุปอะไร

เจ้าหน้าที่พยาบาล คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในกรณีนี้ ใบหน้าของพวกเขาถูกเปิดเผยต่อสาธารณะพร้อมกับคำกล่าวหาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ ลองนึกดูนะครับว่าถ้าเราทำงานตามปกติ แล้วมีคนถ่ายคลิปแล้วอธิบายผิดๆ จนคนทั้งประเทศเข้าใจว่าเราทำผิด ความรู้สึกมันจะเป็นยังไง

ผู้ป่วย เองก็ถูกละเมิดสิทธิไปด้วย เพราะคลิปแสดงภาพขณะเกิดอาการชัก ซึ่งเป็นข้อมูลสุขภาพส่วนตัวที่ควรได้รับการปกป้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

สังคมโดยรวม ก็เสียประโยชน์เช่นกัน เพราะความเชื่อใจที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งที่สะสมมานาน การเผยแพร่ข้อมูลเท็จซ้ำๆ จะค่อยๆ กัดกร่อนความไว้วางใจตรงนี้ออกไปทีละนิด

เตือนก่อนกดแชร์ — เพราะมือเราก็มีส่วนได้

คลิปที่ดูน่าเชื่อถือ อาจไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป และการกดแชร์โดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเสียหายโดยไม่รู้ตัว

มีสิ่งที่พวกเราทำได้ทันทีเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของข้อมูลบิดเบือน

  • หยุดก่อนแชร์ — ถามตัวเองว่ารู้ข้อเท็จจริงครบแล้วหรือยัง
  • ตรวจสอบแหล่งข้อมูล — คลิปที่มาพร้อมคำบรรยายจากคนนำมาโพสต์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วเสมอไป
  • ระวังคลิปที่มีใบหน้าคนอื่น — การแชร์คลิปที่เปิดเผยใบหน้าบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจมีความผิดตาม PDPA และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
  • ถ้าเคยแชร์ไปแล้ว — ลบออกได้เลยครับ ยังไม่สายเกินไป

สิ่งที่พี่สยามอยากฝากไว้

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาที่ใหญ่กว่าตัวคลิปหนึ่งอันครับ มันคือวัฒนธรรมการบริโภคข้อมูลออนไลน์ที่เราทุกคนต้องช่วยกันปรับ บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักอยู่แล้ว การที่สังคมตั้งคำถามหรือกล่าวหาพวกเขาโดยอ้างอิงจากคลิปที่ตัดตอนมาหรือบิดเบือนข้อความ ทำให้คนดีๆ ท้อใจโดยไม่จำเป็น

โรงพยาบาลสกลนครขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่หรือส่งต่อคลิปดังกล่าว เพื่อเคารพสิทธิส่วนบุคคลทั้งของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งพี่คิดว่าเป็นคำขอที่สมเหตุสมผลมากๆ ครับ

คำถามทิ้งท้ายสำหรับลองคิดดูนะครับ — ถ้าวันหนึ่งเราหรือคนในครอบครัวล้มป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาล แล้วมีคนถ่ายคลิปไปลงพร้อมกับอธิบายผิดๆ... เราอยากให้คนอื่นกดแชร์ต่อไปเรื่อยๆ ไหม?

ที่มา: แถลงการณ์โรงพยาบาลสกลนคร เผยแพร่ผ่าน Hfocus.org

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook