ต้องยอมรับว่าพอได้ยินข่าวนี้ พี่สยามรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อย เพราะในฐานะคนที่เคยผ่านชีวิตออฟฟิศมาแล้ว และรู้จักหลายคนที่กล้าออกมาเปิดธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ก็รู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วแบบนี้ การที่รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะเป็น "ลมใต้ปีก" ให้ SME ฟังดูดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือจะทำได้จริงแค่ไหน
งานใหญ่ระดับชาติ เพื่อคนตัวเล็กที่ขับเคลื่อนประเทศ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 18 และรางวัล SME Provincial Champion Awards ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผู้ประกอบการ SME และภาคธุรกิจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มงาน ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วย
SME ไม่ใช่แค่ธุรกิจเล็ก แต่คือกำลังหลักของประเทศ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในงานนี้ว่า ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME (Small and Medium Enterprises) คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจใหม่ที่โลกกำลังพลิกโฉมอย่างรวดเร็ว
นายกฯ อนุทินกล่าวด้วยว่า แม้การเปลี่ยนแปลงของโลกจะทำให้ธุรกิจบางประเภทต้องปรับตัวหรือทยอยลดบทบาทลง แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาด้วย ซึ่งตรงนี้เองที่ SME ต้องคว้าไว้ให้ได้
"ความสามารถในการปรับตัวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจ"
— นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ภาพ: www.matichon.co.th
รัฐบาลจะช่วยอะไรได้บ้าง?
สิ่งที่นายกฯ พูดถึงในงานนี้ครอบคลุมหลายมิติที่ SME ต้องการจริงๆ ได้แก่
- เพิ่มผลิตภาพ (Productivity) — ช่วยให้ทำงานได้มากขึ้น ดีขึ้น ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่
- สร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม — ไม่ใช่แค่ขายของเดิม แต่ต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
- เข้าถึงแหล่งเงินทุนและตลาด — ปัญหาเรื่องทุนและช่องทางขาย คือโจทย์ที่ SME ส่วนใหญ่สะดุดมาตลอด
- เชื่อมโยงสู่ Value Chain และ Supply Chain — หมายถึงการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศและระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ นายกฯ ยังเน้นว่าการยกระดับ SME ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี เงินทุน และโอกาสทางการตลาดได้อย่างทั่วถึงจริงๆ ไม่ใช่เพียงแค่รายใหญ่หรือรายที่มีคอนเนคชั่นเท่านั้น
กระทบคนไทยยังไง ใครได้ประโยชน์จากนโยบายนี้
ถ้าพูดกันตรงๆ SME ในไทยมีจำนวนมหาศาล และครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหารข้างถนน ไปจนถึงบริษัทผลิตสินค้าส่งออก คนที่น่าจะได้รับผลดีจากนโยบายนี้มากที่สุดคือ
- ผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังต้องการเงินทุนหมุนเวียนหรือสินเชื่อ
- เจ้าของกิจการที่อยากขยายตลาดแต่ยังไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
- คนรุ่นใหม่ที่กำลังคิดจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
- ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดที่มักถูกมองข้าม ซึ่งรางวัล SME Provincial Champion Awards ออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
ส่วนในภาพรวม ถ้า SME แข็งแกร่ง ก็หมายความว่าการจ้างงานในประเทศมีความมั่นคงขึ้น เม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น และฐานรากเศรษฐกิจของไทยแน่นขึ้นด้วย ซึ่งดีสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือลูกจ้าง
ฟังดูดี แต่ต้องจับตาดูว่าจะไปถึงมือจริงๆ แค่ไหน
พี่สยามอยากพูดตรงๆ ว่า นโยบายสนับสนุน SME แบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ เราได้ยินคำมั่นสัญญาแบบนี้มาหลายรัฐบาลแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาดูจริงๆ คือ
- มาตรการที่รัฐบาลพูดถึงจะถูกแปลงเป็นแผนงานจริงๆ เมื่อไหร่?
- ผู้ประกอบการรายย่อยในต่างจังหวัดจะเข้าถึงสิทธิ์เหล่านี้ได้สะดวกแค่ไหน?
- เงื่อนไขการขอสินเชื่อหรือขอรับการสนับสนุนจะยุ่งยากซับซ้อนเกินไปไหม?
ถ้าเป็นเราที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ สิ่งแรกที่จะทำคือติดตามข้อมูลจาก สสว. (สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) อย่างใกล้ชิด เพราะนั่นคือหน่วยงานหลักที่จะแปลคำพูดนายกฯ ให้เป็นโครงการที่จับต้องได้จริง
ถ้าคุณเป็น SME หรืออยากเป็น ทำอะไรได้บ้างตอนนี้?
- ติดตามประกาศและโครงการจาก สสว. ที่เว็บไซต์ sme.go.th
- ศึกษาเงื่อนไขรางวัล SME National Awards และ SME Provincial Champion Awards หากธุรกิจคุณเข้าข่าย เพราะการได้รางวัลนี้คือ "ตราประทับ" ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก
- เตรียมธุรกิจให้พร้อมรับการเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่มูลค่า ทั้งด้านมาตรฐานสินค้า บัญชี และการตลาดออนไลน์
- รวมกลุ่มกับผู้ประกอบการในพื้นที่เดียวกัน เพราะรัฐบาลพูดถึงเรื่อง "เครือข่ายพันธมิตร" ซึ่งหมายความว่าการเข้าร่วมเครือข่ายจะมีประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคำพูดของนายกฯ จะกลายเป็นความจริงได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่พี่สยามอยากให้คนที่กำลังสู้อยู่กับธุรกิจของตัวเองจำไว้คือ คุณไม่ได้สู้คนเดียว เศรษฐกิจไทยต้องการคุณ และสังคมไทยก็ต้องการให้คุณอยู่รอด ค่อยๆ เดิน ค่อยๆ ปรับ แล้วมันจะไปได้ครับ






