รพ.สธ.ทั่วประเทศลุกขึ้นหนุนปลัดฯ ยันไม่ล้มบัตรทอง แต่ขอปฏิรูป 6 ข้อ แก้วิกฤตโรงพยาบาลขาดทุน

พี่สยาม
พี่สยาม
สุขภาพ
ขนาดตัวอักษร
รพ.สธ.ทั่วประเทศลุกขึ้นหนุนปลัดฯ ยันไม่ล้มบัตรทอง แต่ขอปฏิรูป 6 ข้อ แก้วิกฤตโรงพยาบาลขาดทุน

ข่าวนี้ดูเหมือนเงียบๆ แต่พี่ว่าสำคัญมากสำหรับคนไทยทุกคนที่ใช้บัตรทอง 30 บาทอยู่ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่งทั่วประเทศ พร้อมใจออกมาประกาศจุดยืนพร้อมกัน สนับสนุนท่าทีของ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ยืนยันว่าไม่มีใครคิดจะ "ล้มบัตรทอง" แต่ระบบต้องได้รับการปฏิรูปอย่างจริงจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะพังจากวิกฤตงบประมาณที่กำลังกดทับอยู่

เสียงจากโรงพยาบาลหน้างาน — คนที่รู้ปัญหาดีที่สุด

ตามรายงานของ Hfocus เว็บไซต์ข่าวสุขภาพ โรงพยาบาลที่ออกมาแสดงจุดยืนในครั้งนี้มีหลายแห่งจากหลายภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลร้อยเอ็ด โรงพยาบาลกันทรลักษ์ โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลเชียงคำ โรงพยาบาลยโสธร โรงพยาบาลบึงกาฬ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ โรงพยาบาลขอนแก่น และโรงพยาบาลสิรินธร จังหวัดขอนแก่น

โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กอย่างชัดเจน ระบุว่า "ไม่ต้องการล้มบัตรทอง" แต่ขอเรียกร้องให้มีการปฏิรูปโดยเร็ว พร้อมหนุนข้อเสนอ 6 ข้อที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขนำเสนอ

6 ข้อปฏิรูป — อยากให้อ่านให้ครบก่อนด่วนสรุป

พี่อยากให้ทุกคนอ่าน 6 ข้อนี้ให้ครบก่อนนะครับ เพราะมันไม่ใช่การ "เอาเปรียบ" ประชาชน แต่เป็นการขอให้ระบบเดินต่อได้อย่างยั่งยืน ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อมีดังนี้

  • ข้อ 1: จัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น เพื่อปรับอัตราค่ารักษาพยาบาลให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
  • ข้อ 2: จัดลำดับความสำคัญของปัญหาด้านสาธารณสุข และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ
  • ข้อ 3: ตั้งกองทุนเฉพาะเพื่อจัดการระบบปฐมภูมิ (การดูแลสุขภาพขั้นแรก เช่น คลินิกชุมชน อนามัย) ตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการส่งเสริมและป้องกันโรค
  • ข้อ 4: สร้างระบบธรรมาภิบาล (Good Governance) ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยเฉพาะที่มาของบอร์ดและอนุกรรมการ
  • ข้อ 5: หยุดเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือกองทุนย่อยใหม่ หากยังไม่มีงบประมาณรองรับที่ชัดเจน
  • ข้อ 6: แยกงบหมวดเงินเดือนบุคลากรสาธารณสุขออกจากงบเหมาจ่ายรายหัว (Capitation) ของกองทุนบัตรทอง

เป้าหมายของทั้ง 6 ข้อคือให้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติบริหารได้อย่างโปร่งใส และประชาชนยังได้รับบริการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาโรคอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ถ้าเป็นพี่เจอแบบนี้ — จะรู้สึกยังไง?

พี่เองก็เคยใช้บัตรทองมาก่อน และรู้ดีว่ามันช่วยคนธรรมดาอย่างเรามาได้มากแค่ไหน ดังนั้นพอได้ยินคำว่า "ปฏิรูปบัตรทอง" ก็รู้สึกกังวลอยู่เหมือนกันว่าจะกระทบสิทธิที่เคยได้รับหรือเปล่า แต่พอลองอ่านข้อเสนอทั้ง 6 ข้ออย่างตั้งใจ ก็ต้องยอมรับว่ามันฟังดูสมเหตุสมผล โดยเฉพาะข้อเรื่องงบประมาณที่ไม่สะท้อนต้นทุนจริง และการแยกเงินเดือนบุคลากรออกจากกองทุน เพราะถ้าโรงพยาบาลขาดทุนจนปิดตัว คนที่เดือดร้อนก็คือเราๆ อยู่ดีครับ

กระทบคนไทยยังไง — ใครได้ ใครต้องเฝ้าระวัง?

เรื่องนี้กระทบกับประชาชนผู้ใช้บัตรทองกว่า 47 ล้านคนทั่วประเทศโดยตรง และกระทบทั้งสองทาง

ด้านที่อาจได้รับผลดี — ถ้าข้อเสนอปฏิรูปเดินหน้าได้จริง โรงพยาบาลรัฐจะมีสถานะการเงินดีขึ้น ซึ่งหมายถึงบุคลากร อุปกรณ์ และคุณภาพการรักษาที่ดีขึ้นตามมาด้วย ประชาชนในต่างจังหวัดซึ่งพึ่งพาโรงพยาบาลรัฐเป็นหลักจะได้ประโยชน์มากที่สุด

ด้านที่ต้องเฝ้าระวัง — ข้อ 5 ที่ระบุให้หยุดเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่โดยไม่มีงบรองรับ อาจทำให้บางกลุ่มผู้ป่วยที่หวังได้รับสิทธิเพิ่มเติมในอนาคตต้องรอนานขึ้น ส่วนข้อเรื่องธรรมาภิบาลและที่มาของบอร์ด ก็เป็นประเด็นที่สังคมต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจริงหรือไม่

สิ่งที่ประชาชนควรทำตอนนี้

การปฏิรูปที่ดีต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งบุคลากรการแพทย์ นักวิชาการ และประชาชนผู้ใช้บริการ

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือติดตามข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง อย่าเพิ่งปักใจเชื่อหรือตีความก่อนที่จะมีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะว่าการปฏิรูปที่เสนอมาจะนำไปสู่การแก้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือเป็นแค่การปรับนโยบายภายใน เพราะทั้งสองทางมีผลต่อสิทธิของเราต่างกัน

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้บัตรทอง หรือมีญาติผู้ใหญ่ที่พึ่งพาระบบนี้อยู่ ลองช่วยกันส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องในครอบครัวด้วยนะครับ เพราะในยุคที่ข่าวลือแพร่เร็วกว่าข้อเท็จจริง การอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจก็เป็นสิ่งสำคัญมาก

และที่สำคัญ — การที่โรงพยาบาลทั่วประเทศพร้อมใจออกมาพูดเรื่องเดียวกันในวันเดียวกัน บอกให้รู้ว่าปัญหาวิกฤตการเงินของโรงพยาบาลรัฐไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นมา แต่เป็นความเป็นจริงที่คนหน้างานรู้สึกอยู่ทุกวัน คำถามที่เหลือคือ ฝ่ายที่มีอำนาจตัดสินใจจะรับฟังและลงมือจริงๆ หรือไม่ — นั่นแหละคือสิ่งที่พี่อยากรู้มากที่สุดครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook