ถ้าใครขายของออนไลน์อยู่บน Shopee หรือ Lazada ข่าวนี้กระทบกระเป๋าตรง ๆ เลยนะครับ เพราะทั้งสองแพลตฟอร์มดักประกาศพร้อมกันเลยว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมการขาย หรือที่เรียกกันในวงการว่า GP (Gross Profit Fee) จะขยับขึ้นอีกรอบ โดย Shopee สูงสุดแตะ 19.26% (รวม VAT แล้ว) ส่วน Lazada สูงสุดอยู่ที่ 17.5% (ยังไม่รวม VAT) ตัวเลขพวกนี้ฟังดูไม่เยอะ แต่เอาเข้าจริงมันกินกำไรต่อชิ้นไปไม่น้อยเลยครับ
Shopee ปรับขึ้นครั้งที่ 3 แล้วในปี 2569
ตามข้อมูลจาก Shopee Help Center ที่ประกาศอย่างเป็นทางการ ช้อปปี้จะเริ่มใช้อัตราค่าธรรมเนียมการขาย (Sale Transaction Fee) ใหม่สำหรับทั้งร้านค้าทั่วไป (Non-Mall Sellers) และร้านค้าทางการ (Mall Sellers) ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 00:00 น. เป็นต้นไป
การปรับครั้งนี้ไม่ได้กระทบทุกหมวดหมู่สินค้าเท่ากัน บางหมวดยังคงอัตราเดิม แต่บางหมวดมีการปรับขึ้น 1-2% (ไม่รวม VAT) เมื่อรวม VAT 7% เข้าไปแล้ว ยอดรวมสูงสุดก็ขึ้นไปถึง 19.26% ต่อยอดขาย
สิ่งที่น่าสังเกตคือ นี่ไม่ใช่การปรับครั้งแรกของปีนี้ครับ ก่อนหน้านี้ Shopee ได้ปรับค่าธรรมเนียมการขายไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน และ 1 มิถุนายน 2569 นั่นแปลว่าภายในปีเดียว ร้านค้าบน Shopee ต้องรับมือการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมถึง 3 รอบ
ช้อปปี้ชี้แจงว่าการปรับอัตราครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาเครื่องมือและแพลตฟอร์มให้ร้านค้าเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น เพิ่มอัตราการปิดการขาย และเสริมศักยภาพการสร้างยอดขายในระยะยาว โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น โค้ดส่วนลด ระบบ Shopee Coin และบริการจัดส่งด่วน
นอกจากนี้ยังมีนโยบายลดหย่อนค่าธรรมเนียมในบางกรณี ไม่ว่าจะเป็นสำหรับผู้ขายรายเล็ก โปรแกรม PRIME Seller หรือการใช้จ่ายผ่าน Shopee Ads ซึ่งช่วยลดภาระได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทุกร้านจะเข้าเงื่อนไขครับ
Lazada ก็ขยับเช่นกัน พร้อมค่าธรรมเนียมพรีเมียมแพ็กเกจใหม่
ฝั่ง Lazada ไม่ได้น้อยหน้า ตามข้อมูลจาก Lazada Seller Center ได้ประกาศปรับค่าธรรมเนียมบริการมาร์เก็ตเพลส (Marketplace Service Fee) สำหรับทั้งร้านค้าทั่วไปและ LazMall โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 00:00 น.
อัตราสูงสุดของ Lazada อยู่ที่ 17.5% โดยตัวเลขนี้ยังไม่รวม VAT ซึ่งถ้าคิดรวมแล้วก็จะสูงกว่านี้อีก นอกจากนี้ยังมีการปรับค่าธรรมเนียมพรีเมียมแพ็กเกจ (Premium Package) มาอยู่ที่ 8% ด้วย
ความรู้สึกของพี่สยามตอนอ่านข่าวนี้
พูดตรง ๆ ตอนอ่านข่าวนี้พี่สยามก็ใจหายแทนเพื่อน ๆ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เลยครับ เพราะโดยปกติสินค้าหลายชิ้นก็มีกำไรต่อชิ้นไม่ได้มากอยู่แล้ว ลองนึกภาพว่าถ้าขายสินค้าราคา 500 บาท แล้วต้องจ่าย GP เกือบ 20% ก็หายไปเกือบ 100 บาทต่อชิ้นแล้ว ยังไม่นับค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าแพ็กกิ้ง และต้นทุนสินค้าอีก สำหรับร้านเล็ก ๆ ที่ margin บาง ตัวเลขพวกนี้กดดันมากกว่าที่คิดครับ
ผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภคไทย
เรื่องนี้กระทบสองฝ่ายพร้อมกันครับ ฝั่งผู้ขาย โดยเฉพาะร้านเล็กและร้านกลางที่ขายสินค้า margin ต่ำ เช่น สินค้าแฟชั่น อุปกรณ์ราคาถูก หรือสินค้าอุปโภคบริโภค จะรู้สึกถึงแรงกดดันมากที่สุด เพราะต้นทุนรวมจะสูงขึ้น และหากไม่ปรับราคาขาย กำไรก็จะบางลงหรืออาจขาดทุนได้
ส่วนฝั่งผู้บริโภคอย่างเราก็อาจเห็นการขยับราคาสินค้าบางรายการในอนาคตครับ เพราะร้านค้าที่ปรับตัวได้ก็มักจะส่งต้นทุนส่วนหนึ่งมาที่ราคาขาย แต่ตลาดออนไลน์มีการแข่งขันสูง ไม่ใช่ทุกร้านจะทำแบบนั้นได้โดยไม่เสียลูกค้า
สิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ควรทำตอนนี้
- คำนวณต้นทุนใหม่ทันที — ทบทวนราคาขายของทุกชิ้นด้วยอัตรา GP ใหม่ ว่ายังคุ้มค่าหรือเปล่า
- เช็กว่าตัวเองเข้าเงื่อนไขลดหย่อนค่าธรรมเนียมหรือไม่ — ทั้ง Shopee และ Lazada มีโปรแกรมสำหรับร้านค้าบางประเภท อย่าลืมเข้าไปอ่านรายละเอียดใน Seller Center
- กระจายช่องทางการขาย — ไม่พึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว ลองมองช่องทางอื่น เช่น TikTok Shop, LINE OA หรือเว็บไซต์ตัวเองควบคู่ไปด้วย
- บริหารโฆษณาให้คุ้มค่า — ถ้าใช้ Shopee Ads อยู่ มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ลองศึกษาเงื่อนไขให้ดี
- ติดตามประกาศอย่างสม่ำเสมอ — เพราะปีนี้ Shopee ปรับมาแล้ว 3 ครั้ง ไม่มีใครรับประกันว่าจะไม่มีรอบต่อไป
มองไปข้างหน้า
ตลาด e-Commerce ไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง และแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ อย่าง Shopee กับ Lazada ก็ยังเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้ซื้อได้กว้างที่สุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแพลตฟอร์มกับร้านค้าก็เหมือนการเช่าพื้นที่ครับ ราคาเช่าขยับขึ้นได้เสมอ
สิ่งที่ร้านค้าออนไลน์ยุคนี้ต้องมีคือความยืดหยุ่นและการวางแผนต้นทุนที่แม่นยำ อย่าลืมว่าตัวเลข GP ที่เห็นนั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของต้นทุนทั้งหมด ยังมีค่าโฆษณา ค่าจัดส่ง และค่าดำเนินการอื่น ๆ อีก ดังนั้นก่อนตั้งราคาขายชิ้นต่อไป ลองนั่งคิดเลขให้ครบก่อนนะครับ
พี่สยามเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังสู้อยู่กับต้นทุนที่สูงขึ้นทุกวันครับ ธุรกิจเล็กอยู่รอดได้ ขอแค่รู้ตัวเลขของตัวเองให้ดีก็พอ แล้วเราก็จะหาทางออกได้เสมอ




