ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล: รู้จัก PDPA และวิธีปกป้องตัวเองที่คนไทยต้องรู้

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล: รู้จัก PDPA และวิธีปกป้องตัวเองที่คนไทยต้องรู้

เมื่อข้อมูลส่วนตัวเราไม่ปลอดภัยอีกต่อไป

มีเรื่องหนึ่งที่พี่สยามอยากชวนคุยมานานแล้ว และข่าวล่าสุดที่พูดถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐรั่วไหลออกสู่อินเทอร์เน็ต ก็ทำให้รู้สึกว่า "ถึงเวลาแล้ว" ที่ทุกคนต้องเข้าใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ถ้าแม้แต่ข้อมูลระดับผู้บริหารประเทศยังรั่วได้ แล้วข้อมูลของเราคนธรรมดาจะปลอดภัยแค่ไหน? คำถามนี้ไม่ได้ถามเพื่อสร้างความกลัว แต่เพราะอยากให้ทุกคนรู้จักสิทธิของตัวเอง และรู้ว่าต้องทำอะไรเมื่อข้อมูลส่วนตัวถูกละเมิด

PDPA คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับชีวิตคุณ

PDPA ย่อมาจาก Personal Data Protection Act หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่ไทยบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2565 กฎหมายฉบับนี้คือ "เกราะกำบัง" ทางกฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของประชาชนทุกคน

ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายคุ้มครองมีหลายประเภท เช่น

  • ชื่อ-นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์
  • เลขบัตรประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง
  • ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชีพ การเงิน
  • ภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data)
  • ข้อมูลพฤติกรรมออนไลน์ เช่น ประวัติการใช้งานเว็บไซต์

กฎหมายกำหนดว่าองค์กรหรือบุคคลใดก็ตามที่เก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และต้องมีระบบปกป้องข้อมูลที่รัดกุมเพียงพอ

ข้อมูลรั่วไหลเกิดขึ้นได้อย่างไร?

จากกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุด เจ้าหน้าที่ด้านดิจิทัลระบุเบื้องต้นว่า "ไม่ใช่การแฮ็กข้อมูล" แต่มาจาก IP เดียว ใช้บัญชีผู้ใช้งาน (Account) เข้าระบบ 2 ครั้ง ซึ่งนี่คือรูปแบบที่เรียกว่า Unauthorized Access หรือการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต

ในชีวิตจริง การรั่วไหลของข้อมูลเกิดขึ้นได้หลายทาง ได้แก่

  • Phishing: การหลอกให้กรอกข้อมูลผ่านอีเมลหรือเว็บปลอม
  • Data Breach: ระบบขององค์กรถูกเจาะและขโมยฐานข้อมูล
  • Insider Threat: บุคลากรภายในองค์กรนำข้อมูลออกไปโดยมิชอบ
  • Weak Password: รหัสผ่านง่ายเกินไปหรือใช้รหัสเดียวกันหลายแพลตฟอร์ม
  • Unsecured Wi-Fi: ใช้งานอินเทอร์เน็ตสาธารณะโดยไม่มี VPN

"ข้อมูลที่หลุดออกไปแล้วไม่มีวันลบออกจากโลกดิจิทัลได้ 100% ดังนั้นการป้องกันดีกว่าการแก้ไขเสมอ"

คุณมีสิทธิ์อะไรบ้างตาม PDPA?

นี่คือสิ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์เหล่านี้ตามกฎหมาย

อนุทิน
ภาพ: www.matichon.co.th

1. สิทธิ์รับรู้และเข้าถึงข้อมูล

คุณสามารถขอดูว่าองค์กรหรือบริษัทเก็บข้อมูลอะไรของคุณบ้าง และนำไปใช้ทำอะไร

2. สิทธิ์แก้ไขข้อมูล

ถ้าข้อมูลที่เขาเก็บไว้ผิดพลาด คุณมีสิทธิ์ขอให้แก้ไขได้ทันที

3. สิทธิ์ลบข้อมูล (Right to be Forgotten)

ในบางกรณี คุณสามารถขอให้ลบข้อมูลของคุณออกจากระบบได้ โดยเฉพาะเมื่อหมดความจำเป็นในการใช้งาน

4. สิทธิ์คัดค้านการใช้ข้อมูล

คุณปฏิเสธไม่ให้นำข้อมูลของคุณไปใช้ในการทำการตลาดหรือโปรไฟลิ่ง (Profiling) ได้

5. สิทธิ์ร้องเรียน

ถ้าเชื่อว่าข้อมูลของตัวเองถูกละเมิด สามารถร้องเรียนต่อ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ได้ที่เว็บไซต์ pdpc.or.th

5 วิธีป้องกันข้อมูลส่วนตัวของคุณในยุคดิจิทัล

พี่สยามใช้วิธีพวกนี้เองในชีวิตประจำวัน และแนะนำทุกคนเลย

  • ใช้รหัสผ่านที่แข็งแกร่ง: ควรมีความยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร ผสมตัวพิมพ์ใหญ่ เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์ ไม่ใช้รหัสเดิมซ้ำในหลายแพลตฟอร์ม
  • เปิดใช้งาน 2FA (Two-Factor Authentication): การยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน เช่น OTP ทาง SMS หรือแอปยืนยัน ช่วยป้องกันแม้รหัสผ่านจะรั่วไหล
  • ระวังเว็บไซต์หรืออีเมลน่าสงสัย: อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บที่ไม่มี HTTPS หรืออีเมลที่ขอข้อมูลเร่งด่วน
  • ตรวจสอบว่าข้อมูลรั่วหรือเปล่า: ใช้บริการฟรีอย่าง haveibeenpwned.com ใส่อีเมลแล้วจะรู้ทันทีว่าข้อมูลของคุณเคยหลุดในกรณีใดบ้าง
  • อ่าน Privacy Policy ก่อนให้ข้อมูล: น่าเบื่อแต่จำเป็น อย่างน้อยดูว่าเขานำข้อมูลไปขายต่อหรือเปล่า

ถ้าข้อมูลของคุณรั่วแล้ว ต้องทำอะไรทันที?

ไม่ต้องตกใจ แต่ต้องรีบทำสิ่งเหล่านี้

  • เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่ถูกละเมิดทันที และบัญชีอื่นที่ใช้รหัสเดิมด้วย
  • แจ้งธนาคารถ้าข้อมูลทางการเงินรั่ว เพื่อระงับหรือตรวจสอบการทำธุรกรรมผิดปกติ
  • ตรวจสอบสเตทเมนต์บัตรเครดิตและบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอในช่วง 3-6 เดือนหลังเกิดเหตุ
  • ร้องเรียนต่อ PDPC หากองค์กรไม่ดำเนินการตามกฎหมาย

มุมมองของพี่สยาม

พูดตรงๆ เลยว่าทุกครั้งที่ได้ยินข่าวข้อมูลรั่วไหล ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์กรหรือระดับรัฐ พี่สยามรู้สึกไม่สบายใจเลย เพราะนั่นหมายความว่าระบบที่ควรปกป้องข้อมูลของเรายังมีช่องโหว่อยู่มาก และคนที่แบกรับความเสี่ยงมากที่สุดมักไม่ใช่คนที่ทำให้ข้อมูลรั่ว แต่เป็นเจ้าของข้อมูลอย่างพวกเราต่างหาก

สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือดูแลตัวเองให้ดีก่อน อย่ารอให้ระบบหรือรัฐมาช่วยอย่างเดียว เพราะในโลกดิจิทัล ความรู้และความระมัดระวังของตัวเองคือเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด

ถ้าอ่านจนถึงบรรทัดนี้แล้วยังไม่เคยเช็กว่าข้อมูลตัวเองรั่วหรือเปล่า พี่สยามบอกเลยว่า "ลองทำเดี๋ยวนี้เลย" จะได้หายเป็นห่วง

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook