ถ้าช่วงเช้าวันหยุดคุณสังเกตเห็นคนแห่ไปวิ่งในสวนสาธารณะกันมากขึ้นผิดปกติ นั่นอาจไม่ใช่แค่ความรู้สึก เพราะข้อมูลจากแกร็บ (Grab) แพลตฟอร์มเรียกรถและบริการออนไลน์รายใหญ่ของไทย ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ยอดเรียกรถไปยังสวนสาธารณะพุ่งขึ้นถึง 5 เท่า สะท้อนกระแสรักสุขภาพที่ไม่ใช่แค่แฟชั่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิถีชีวิตใหม่ของคนเมืองยุคนี้แล้วจริงๆ
Longevity คืออะไร ทำไมถึงมาแรงขนาดนี้
นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง Longevity หรือการดูแลสุขภาพเพื่อให้ชีวิตยืนยาวอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ ได้กลายเป็นหนึ่งใน เมกะเทรนด์ (Mega Trend) ที่กำหนดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคนี้อย่างชัดเจน
พูดง่ายๆ ก็คือ คนไม่ได้แค่อยากมีสุขภาพดีในวันนี้ แต่อยากมีสุขภาพดีไปนานๆ อยากแก่แล้วยังแข็งแรง ยังใช้ชีวิตได้เต็มที่ ซึ่งความคิดแบบนี้มันเปลี่ยนพฤติกรรมคนได้เยอะมากเลยครับ
HYROX และกิจกรรมกลุ่ม ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดในกรุงเทพฯ
นอกจากเทรนด์ Longevity แล้ว แกร็บยังพูดถึงกระแส HYROX ซึ่งเป็นรูปแบบการแข่งขันออกกำลังกายที่ผสมผสานระหว่างการวิ่งและการฝึกแบบ Functional Fitness (ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการใช้ชีวิตจริง) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของไทย
พฤติกรรมที่เห็นได้ชัดในสังคมเมืองตอนนี้ ได้แก่
- การรวมตัวไปวิ่งในสวนสาธารณะเป็นกลุ่ม
- การออกกำลังกายกลุ่มและเต้นแอโรบิคในพื้นที่สาธารณะ
- การบริโภคเครื่องดื่มสูตรน้ำตาลน้อยและอาหารโปรตีนสูงที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดคือยอดเรียกรถผ่านแอปไปยังสวนสาธารณะที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า ซึ่งแกร็บนำข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้จริงมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทุกเจเนอเรชัน

พี่สยามมองเรื่องนี้ยังไง
ส่วนตัวพี่สยามเองนะ อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกดีใจแบบแปลกๆ ครับ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยในเมืองเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวมากขึ้น ไม่ใช่แค่ลดน้ำหนักเพื่อรูปร่าง แต่คิดถึงคุณภาพชีวิตในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ซึ่งมันดีมากนะ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลมันสูงขึ้นเรื่อยๆ การป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอครับ
ถ้าเป็นเรา เจอเพื่อนชวนไปวิ่งในสวนตอนเช้าวันเสาร์ แต่ก่อนอาจบ่นว่านอนดีกว่า แต่ตอนนี้ก็เริ่มคิดว่า... ไปดีกว่ามั้ยเนี่ย 😄
กระทบคนไทยยังไงบ้าง
เทรนด์นี้ไม่ได้กระทบแค่เรื่องสุขภาพ แต่มีผลต่อหลายอย่างในชีวิตประจำวัน ลองดูกันครับ
- ธุรกิจที่ได้ประโยชน์: ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องดื่มโปรตีน อุปกรณ์ออกกำลังกาย และบริการเรียกรถเพื่อเดินทางไปสถานที่ออกกำลังกาย ล้วนมีโอกาสเติบโต
- พื้นที่สาธารณะ: สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น และอาจแออัดขึ้นในช่วงเช้าวันหยุด
- คนทำงานออฟฟิศ: กลุ่มนี้คือกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้ เพราะมีกำลังซื้อและตระหนักถึงผลเสียของการนั่งทำงานนานๆ
- ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง: แม้เทรนด์นี้จะดี แต่กลุ่มที่รายได้น้อยหรือไม่มีเวลาอาจเข้าถึงไลฟ์สไตล์แบบนี้ได้ยากกว่า เพราะอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายบางอย่างก็ไม่ถูก
อยากลองตามเทรนด์ Longevity เริ่มยังไงดี
ไม่ต้องรีบไปสมัคร HYROX แข่งทันทีก็ได้นะครับ เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ ก็โอเคแล้ว
- ลองหาสวนสาธารณะใกล้บ้านที่เปิดตอนเช้า สวนลุมพินี สวนจตุจักร หรือสวนเบญจกิติ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
- ถ้ามีเพื่อนชวนไปออกกำลังกายกลุ่ม ลองไปดูสักครั้งก่อน เพราะการมีสังคมช่วยให้ทำได้ต่อเนื่องมากกว่าทำคนเดียว
- เรื่องอาหาร ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน แค่ลองลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หรือเพิ่มโปรตีนในมื้อหลักก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว
- และที่สำคัญ อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีด้วยนะครับ เพราะ Longevity ที่แท้จริงไม่ใช่แค่ออกกำลังกาย แต่รวมถึงการรู้สภาพร่างกายตัวเองด้วย
"การดูแลสุขภาพเพื่อให้ชีวิตยืนยาวอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ กลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่กำหนดไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้" — นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย
ตัวเลขจากแกร็บมันบอกเราอะไรบางอย่างที่น่าคิดนะครับ เวลาคนเมืองยอมตื่นเช้าวันหยุดแล้วเรียกรถไปวิ่งในสวน แปลว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ
คำถามที่อยากทิ้งไว้ให้คิดคือ เราในฐานะคนหนึ่งคนในสังคมนี้ ได้เริ่มลงทุนกับสุขภาพระยะยาวของตัวเองบ้างแล้วหรือยังครับ? เพราะสุขภาพมันไม่ได้รอใคร และยิ่งเริ่มเร็ว ผลลัพธ์ก็ยิ่งดีเสมอ 💪





