วงการมวยไทย ไม่ได้มีแค่กำปั้น แต่มีสวัสดิการด้วย
พูดถึงมวยไทย หลายคนนึกถึงการชก ศิลปะการต่อสู้ หรือมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า คนในวงการมวยไทยไม่ว่าจะเป็นนักมวย ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน หรือแม้แต่หัวหน้าค่ายมวย ล้วนมีสิทธิ์ได้รับ สวัสดิการคุ้มครองจากรัฐ ภายใต้พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 ซึ่งดูแลโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
ข้อมูลนี้ถูกพูดถึงในการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬามวยไทย ระดับ C-License ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. ซึ่งนอกจากจะสอนทักษะการฝึกสอนแล้ว ยังเน้นให้ผู้เข้าอบรมรู้สิทธิ์ของตัวเองด้วย เพราะในความเป็นจริง คนในวงการมวยจำนวนมากยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์เหล่านี้อยู่
ใครบ้างที่มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการกีฬามวย
ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 บุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการมี 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
- นักมวย — ผู้ที่ขึ้นชกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- อดีตนักมวย — ผู้ที่เคยเป็นนักมวยและเลิกชกแล้ว
- ผู้ฝึกสอน — โค้ชหรือครูมวยที่ได้รับการรับรอง
- ผู้ตัดสิน — กรรมการในสนามมวย
- หัวหน้าค่ายมวย — ผู้ดูแลและบริหารค่ายมวย
ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ในหนึ่งในห้ากลุ่มนี้ ควรรู้จักสิทธิ์ที่มีอยู่ให้ครบถ้วน เพราะหลายคนทำอาชีพนี้มาทั้งชีวิตแต่ไม่เคยได้รับสวัสดิการที่ตัวเองควรได้

สวัสดิการมีอะไรบ้าง เงินช่วยเหลือเท่าไหร่
ตามข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย สวัสดิการแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ดังนี้
1. สวัสดิการปลอบขวัญ
ช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบาดเจ็บหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการประกอบอาชีพ
2. สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล
ช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ครอบคลุมกรณีเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเนื่องจากกีฬามวย
3. สวัสดิการเพื่อประกอบอาชีพ
ช่วยเหลือไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย เพื่อสนับสนุนการสร้างอาชีพหรือฟื้นฟูชีวิตหลังจากไม่สามารถทำอาชีพเดิมได้

4. สวัสดิการค่าอุปการะเลี้ยงดูรายเดือน
นี่คือส่วนที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นการช่วยเหลือต่อเนื่องแบบรายเดือน แบ่งเป็น 3 อัตราตามสภาพความเดือดร้อน
- 5,000 บาทต่อเดือน กรณีบาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะ หรือป่วยเป็น 48 โรคร้ายแรงตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
- 4,000 บาทต่อเดือน กรณีเจ็บป่วยเรื้อรังหรือวิกลจริต
- 3,000 บาทต่อเดือน กรณียากจน ไม่มีที่อยู่อาศัย หรือมีที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสม
5. สวัสดิการค่าจัดการศพ
ช่วยเหลือไม่เกิน 15,000 บาทต่อราย สำหรับกรณีที่เสียชีวิต เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวในยามยาก
ทำไมคนในวงการมวยหลายคนถึงไม่รู้สิทธิ์ตัวเอง
พี่สยามคิดว่าปัญหานี้สะท้อนเรื่องใหญ่กว่ากีฬามวยมาก เพราะในสังคมไทยมีสวัสดิการและสิทธิ์ต่างๆ อีกมากมายที่คนไทยไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ หรือคนในแวดวงกีฬา ซึ่งมักไม่ได้รับข้อมูลเหล่านี้อย่างเพียงพอ
นักมวยหลายคนเริ่มชกตั้งแต่ยังเด็ก บางคนออกจากโรงเรียนกลางคัน ไม่ได้ผ่านระบบการศึกษาที่จะสอนเรื่องสิทธิทางกฎหมายหรือสวัสดิการ พอเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บสาหัส จึงต้องแบกรับภาระเองโดยไม่รู้ว่ารัฐมีระบบช่วยเหลืออยู่ นี่คือสาเหตุที่การอบรมเรื่องสวัสดิการควบคู่กับการพัฒนาทักษะวิชาชีพมีความสำคัญมาก

ใบอนุญาต C-License ของผู้ฝึกสอนมวยคืออะไร
หลายคนอาจสงสัยว่า C-License คืออะไร ในวงการกีฬา ระบบใบอนุญาตโค้ช (Coaching License) เป็นมาตรฐานสากลที่แบ่งระดับความสามารถของผู้ฝึกสอน โดยทั่วไปจะมีลำดับตั้งแต่ระดับ C ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้น ไปจนถึง B, A และ Pro License ในระดับสูง
สำหรับมวยไทย C-License คือ ใบรับรองระดับพื้นฐาน ที่การกีฬาแห่งประเทศไทยออกให้ผู้ฝึกสอนที่ผ่านการอบรมอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมทั้งด้านทักษะการสอน ความรู้ด้านสรีรวิทยา ความปลอดภัย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง การมีใบอนุญาตนี้ทำให้ผู้ฝึกสอนสามารถทำงานในค่ายมวยหรือศูนย์กีฬาได้อย่างถูกกฎหมาย และยังเป็นก้าวแรกในการพัฒนาตัวเองสู่ระดับสูงต่อไป
ถ้าคุณหรือคนรู้จักอยู่ในวงการมวย ควรทำอะไรต่อจากนี้
ถ้าคุณเป็นนักมวย ผู้ฝึกสอน หรือรู้จักใครที่อยู่ในวงการมวยไทย พี่สยามขอแนะนำ 3 ขั้นตอนง่ายๆ
- ตรวจสอบสถานะ — ติดต่อสำนักงาน กกท. ในพื้นที่หรือสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยโดยตรง เพื่อตรวจสอบว่าตัวเองหรือบุคคลนั้นลงทะเบียนไว้แล้วหรือยัง
- สมัครหรืออัปเดตข้อมูล — ถ้ายังไม่ได้ลงทะเบียน ให้ดำเนินการให้ครบถ้วน เพราะสิทธิ์เหล่านี้ไม่ได้ได้รับโดยอัตโนมัติ ต้องผ่านกระบวนการสมัครที่ถูกต้อง
- เข้าร่วมการอบรม — ติดตามโครงการอบรมของ กกท. อยู่เสมอ เพราะนอกจากพัฒนาทักษะแล้ว ยังได้รับความรู้เรื่องสิทธิและสวัสดิการที่ควรรู้
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือสำนักงาน กกท. ประจำจังหวัดใกล้บ้านท่านได้โดยตรง
มุมมองพี่สยาม: กีฬาที่สร้างชาติ ต้องดูแลคนสร้างกีฬาด้วย
พี่สยามเชื่อว่าสวัสดิการนักมวยและคนในวงการยังต้องพัฒนาต่อไปอีกมาก ตัวเลข 100,000 บาทค่ารักษาพยาบาลสูงสุด หรือ 5,000 บาทต่อเดือนสำหรับผู้บาดเจ็บสาหัส อาจฟังดูมีอยู่บ้าง แต่ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายจริงในการรักษาโรคร้ายแรงหรือการบาดเจ็บระยะยาว ยังถือว่าน้อยมาก
แต่อย่างน้อยที่สุด การที่รัฐมีระบบนี้อยู่ถือเป็นก้าวแรกที่ดี สิ่งที่ขาดไปคือ การสื่อสารให้คนในวงการรู้จักสิทธิ์ตัวเอง เพราะสวัสดิการที่ดีที่สุดก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าคนที่ควรได้รับไม่รู้ว่ามันมีอยู่
มวยไทยเป็นมรดกของชาติที่คนไทยภูมิใจ ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องภูมิใจในการดูแลคนที่รักษามรดกนั้นไว้ให้เราด้วยเช่นกัน





