เศรษฐกิจไทยพึ่งขาเดียวมานานแค่ไหน และทำไมการลงทุนถึงสำคัญกว่าที่คิด

พี่สยาม
พี่สยาม
อาชญากรรม
ขนาดตัวอักษร
เศรษฐกิจไทยพึ่งขาเดียวมานานแค่ไหน และทำไมการลงทุนถึงสำคัญกว่าที่คิด

เศรษฐกิจไทยบินด้วยเครื่องยนต์เดียวมานานแค่ไหนแล้ว?

มีอยู่ภาพเปรียบเทียบที่ได้ยินบ่อยในแวดวงเศรษฐศาสตร์ไทย คือ "เครื่องบินบินเอียง" หมายความว่าเราพึ่งพาเครื่องยนต์ตัวเดียวมาตลอด นั่นก็คือ การส่งออก

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยการขายสินค้าและบริการออกไปต่างประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ สินค้าเกษตร หรือท่องเที่ยว แต่ข้อเสียของโครงสร้างแบบนี้คือ ทุกครั้งที่เศรษฐกิจโลกสะดุด ไทยสะดุดตามเสมอ

ในขณะที่ การบริโภคภายในประเทศ และ การลงทุนภาคเอกชน ซึ่งควรจะเป็นเครื่องยนต์อีกสองตัว กลับยังคงอ่อนแอมาต่อเนื่องเป็นสิบปี นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่นักเศรษฐศาสตร์พูดถึงมานานแล้ว แต่แก้ได้ยากมาก

ทำไมการลงทุนถึง "ดีกว่า" การกระตุ้นบริโภค?

คนส่วนใหญ่อาจคิดว่า รัฐบาลแจกเงินให้ประชาชนใช้จ่าย เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น ซึ่งก็จริงในระยะสั้น แต่นักเศรษฐศาสตร์มักเปรียบว่า นั่นเหมือนกิน "ขนม" ให้อิ่มชั่วคราว แต่ไม่ได้สร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกาย

การลงทุน คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โรงงาน เทคโนโลยี หรือทักษะแรงงาน ที่ทำให้เศรษฐกิจผลิตได้มากขึ้นในอนาคต เปรียบง่ายๆ คือ

  • กระตุ้นบริโภค = ให้เงินคนซื้อของ → เงินหมดไป เศรษฐกิจดีชั่วคราว
  • ส่งเสริมการลงทุน = สร้างงาน สร้างโรงงาน สร้างทักษะ → เศรษฐกิจผลิตได้มากขึ้นระยะยาว

ตัวเลขที่น่าสนใจคือในไตรมาสแรกของปี 2568 การลงทุนภาคเอกชนไทยเติบโตประมาณ 10% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา ขณะที่ภาครัฐตั้งเป้าการลงทุนของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจโตถึง 9.4% ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลัง

Missing Link คืออะไร และทำไมภาคเอกชนถึงให้ความสำคัญ?

"Missing Link" หรือ "ข้อต่อที่ขาดหาย" เป็นคำที่ใช้ในแวดวงธุรกิจเพื่ออธิบายช่องว่างระหว่างนโยบายรัฐกับการนำไปปฏิบัติจริงในภาคเอกชน

ในบริบทเศรษฐกิจไทย Missing Link ที่พูดถึงกันมาก ได้แก่

  • กฎระเบียบที่ซับซ้อน ทำให้นักลงทุนต่างชาติลังเลก่อนเข้ามา
  • ทักษะแรงงานไม่ตรงกับความต้องการอุตสาหกรรม โรงงานเปิดแต่หาคนทำงานไม่ได้
  • โครงสร้างพื้นฐานไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะนอกเขต EEC
  • การเข้าถึงแหล่งทุน ของ SME และผู้ประกอบการรายเล็ก

เมื่อภาครัฐส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะผลักดันการลงทุน ภาคเอกชนก็มักขานรับด้วยการเร่งตัดสินใจลงทุนที่ค้างอยู่ ซึ่งเป็นพลวัตที่สำคัญมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ภาพ: www.matichon.co.th

5 ล้านคนวัยทำงานในระบบบัตรสวัสดิการ: สะท้อนอะไร?

นี่คือตัวเลขที่พี่สยามอ่านแล้วนิ่งไปสักครู่จริงๆ

จากการสำรวจผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 9 ล้านคน พบว่ามีคนอายุ 20-60 ปี หรือ "วัยทำงาน" อยู่มากกว่า 5 ล้านคน คนเหล่านี้มีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่ถึง 8,400 บาทต่อเดือน

ตัวเลขนี้สะท้อนปัญหาสำคัญสามเรื่อง ได้แก่

  • ตลาดแรงงานมีช่องว่างกว้าง ระหว่างคนที่มีงานทำดีๆ กับคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงงานที่มีรายได้เพียงพอ
  • ปัญหาทักษะแรงงาน (Skill Gap) คนวัยทำงานจำนวนมากขาดทักษะที่ตลาดต้องการ
  • ความเหลื่อมล้ำเชิงภูมิศาสตร์ งานที่ดีกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ คนในพื้นที่ห่างไกลเข้าไม่ถึง

"เราจะให้คนมีเงินไม่ถึง 100,000 บาทต่อปีต่อไปเรื่อยๆ คงไม่ได้" — แนวคิดนี้ตรงประเด็นมาก เพราะสวัสดิการที่ดีควรเป็น "บันได" ไม่ใช่ "เปล"

สวัสดิการที่ดีควรเป็น "บันได" ไม่ใช่ "เปล"

พี่สยามเชื่อในหลักการนี้มานานแล้ว ระบบสวัสดิการที่ดีไม่ควรทำให้คนพึ่งพาตลอดชีวิต แต่ควรเป็นตาข่ายรองรับชั่วคราวขณะที่ช่วยให้คนยืนขึ้นได้ด้วยตัวเอง

ในหลายประเทศที่ระบบสวัสดิการทำงานได้ดี เช่น เดนมาร์กหรือสิงคโปร์ รัฐบาลจะเชื่อมสวัสดิการเข้ากับโปรแกรมพัฒนาทักษะและจัดหางาน ผู้รับสวัสดิการต้องเข้าร่วมการฝึกอบรมหรือหางานควบคู่กันไป

สำหรับประเทศไทย งบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ที่กว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าสามารถดึงคนวัยทำงาน 5 ล้านคนออกจากระบบสวัสดิการได้แม้แต่ครึ่งหนึ่ง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมจะมหาศาลมาก

คนทั่วไปจะได้ประโยชน์จากทิศทางนี้อย่างไร?

ถ้าการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐขับเคลื่อนได้จริง สิ่งที่คนทำงานและคนหางานควรจับตาและเตรียมตัว ได้แก่

  • โอกาสงานใหม่ ในอุตสาหกรรมที่รัฐเปิดรับการลงทุน เช่น EV อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล
  • โปรแกรมพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ที่จะออกมามากขึ้น ควรติดตามและสมัครเข้าร่วม
  • ค่าแรงที่อาจปรับตัวขึ้น เมื่อแรงงานมีทักษะมากขึ้นและมีตลาดรองรับ
  • สิ่งแวดล้อมการทำธุรกิจที่ดีขึ้น สำหรับคนที่คิดจะเริ่มธุรกิจของตัวเอง

พี่สยามอยากแนะนำว่า อย่ารอให้รัฐบาลทำให้ทุกอย่างสำเร็จ แต่ให้ใช้ทิศทางนโยบายเป็นเข็มทิศ ถ้ารัฐบาลกำลังดันอุตสาหกรรมไหน นั่นคือสัญญาณว่าตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมนั้นกำลังจะร้อนแรง การเตรียมทักษะให้ตรงกับทิศทางนั้นก่อนล่วงหน้า คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับตัวเอง

เศรษฐกิจไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ไม่มีใครแก้ได้ในปีสองปี แต่ถ้าทิศทางถูก ก้าวแรกที่ถูกต้องคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และสำหรับเราในฐานะคนทำงาน การเข้าใจภาพใหญ่ของเศรษฐกิจคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในการวางแผนชีวิต

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง