เศรษฐกิจไทยพึ่งพาส่งออกมานานเกินไป: ทำไมการลงทุนภาคเอกชนถึงเป็นคำตอบที่แท้จริง

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
เศรษฐกิจไทยพึ่งพาส่งออกมานานเกินไป: ทำไมการลงทุนภาคเอกชนถึงเป็นคำตอบที่แท้จริง

เครื่องบินที่บินเอียงมานานเกินไป

ลองนึกภาพเครื่องบินที่มีเครื่องยนต์สี่ตัว แต่ใช้งานจริงแค่ตัวเดียวมาตลอด ทุกครั้งที่เครื่องยนต์ตัวนั้นมีปัญหา เครื่องบินก็สั่น เอียง และน่ากลัวจะตก นั่นคือภาพรวมของเศรษฐกิจไทยที่หลายคนในแวดวงเศรษฐศาสตร์พูดถึงมาหลายปีแล้ว

เศรษฐกิจไทยพึ่งพา การส่งออก เป็นหลักมาโดยตลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้ายในตัวเอง แต่ปัญหาคือเราพึ่งพามันมากเกินไปจนละเลยเครื่องยนต์ตัวอื่น ทั้งการบริโภคในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนที่อยู่ในระดับต่ำมาต่อเนื่อง เมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจโลกสะดุด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโควิด สงครามการค้า หรือภาวะเงินเฟ้อในประเทศคู่ค้า เราก็จะรู้สึกได้ถึงผลกระทบนั้นทันที

การลงทุนกับการบริโภค ต่างกันอย่างไร และทำไมถึงสำคัญ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทั้งการลงทุนและการบริโภคก็เป็นการใช้เงินหมุนในระบบเหมือนกัน แล้วทำไมนักเศรษฐศาสตร์ถึงให้น้ำหนักกับการลงทุนมากกว่า คำตอบง่ายๆ คือ ผลระยะยาว

  • การบริโภค คือการใช้เงินซื้อสินค้าและบริการ เงินหมุนเวียนได้ แต่เมื่อใช้หมดก็จบ ไม่ได้สร้างสินทรัพย์หรือศักยภาพใหม่ขึ้นมา
  • การลงทุน คือการนำเงินไปสร้างโรงงาน เครื่องจักร เทคโนโลยี หรือทักษะแรงงาน ซึ่งจะกลายเป็นกำลังการผลิตที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น ถ้าคุณได้เงินพิเศษมา 10,000 บาท แล้วเอาไปซื้อของกินฉลอง เงินก็หมดไปวันเดียว แต่ถ้าเอาไปซื้ออุปกรณ์ทำธุรกิจเล็กๆ ในอีก 6 เดือนคุณอาจมีรายได้เพิ่มขึ้น 3,000 บาทต่อเดือน นั่นคือความต่างของ "กินทิ้ง" กับ "ลงทุน"

ทำไมการลงทุนภาคเอกชนถึงต้องการแรงผลัก

ในทางทฤษฎี นักลงทุนเอกชนจะลงทุนเมื่อมั่นใจว่าจะได้กำไรคืนมา แต่ในความเป็นจริง มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้นักลงทุนลังเล เช่น

  • ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐ
  • กฎระเบียบที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน
  • โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่พร้อม เช่น ระบบขนส่ง โลจิสติกส์
  • การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม

ตัวเลขที่น่าสนใจจากข้อมูลล่าสุดคือ การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวประมาณ 10% ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณบวก แต่ก็ยังต้องจับตาว่าจะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้หรือไม่ เพราะการเติบโตแบบกระโดดในไตรมาสเดียวไม่ได้การันตีอะไรทั้งนั้น

มิซซิ่ง ลิงก์ (Missing Link): ช่องว่างที่เศรษฐกิจไทยยังขาดอยู่

คำว่า Missing Link หรือ "ลิงก์ที่หายไป" ในบริบทเศรษฐกิจไทยหมายถึงส่วนที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบายของรัฐกับการเติบโตจริงในชีวิตของคนทั่วไป ที่ยังขาดอยู่ หรือยังทำงานได้ไม่เต็มที่

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 9 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ที่อยู่ในวัยทำงานอายุ 20-60 ปีมากกว่า 5 ล้านคน ซึ่งยังมีรายได้ไม่ถึง 100,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยไม่ถึง 8,400 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแม้เราจะใช้งบประมาณมากกว่า 70,000 ล้านบาทต่อปี ในการสนับสนุนกลุ่มนี้ แต่การช่วยเหลือในลักษณะ "ให้เงิน" อย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นทาง

ภาพ: www.matichon.co.th

Missing Link ที่แท้จริงของคนกลุ่มนี้คือ โอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่เงินช่วยเหลือ

จากสวัสดิการสู่ทักษะ: แนวทางที่น่าจับตา

แนวคิดที่กำลังถูกพูดถึงคือการใช้ฐานข้อมูลผู้ได้รับบัตรสวัสดิการมาวางแผนพัฒนาแรงงานอย่างตรงจุด ซึ่งพี่สยามมองว่านี่เป็นทิศทางที่ถูกต้องกว่าการแจกเงินแบบเดิม เพราะ

  • เราทราบแล้วว่า ใคร ต้องการความช่วยเหลือ
  • เราทราบแล้วว่า อยู่ที่ไหน
  • สิ่งที่ขาดคือต้องรู้ว่า ต้องการทักษะอะไร และ ตลาดแรงงานในพื้นที่ต้องการอะไร

ถ้าทำได้จริง การเชื่อมคนว่างงานในวัยทำงาน 5 ล้านคนเข้ากับโอกาสจากการลงทุนภาคเอกชนที่กำลังขยายตัว นั่นคือ Missing Link ที่ถูกเชื่อมเข้าหากัน

ถ้าเป็นเรา จะทำอะไรได้บ้าง

พี่สยามอยากพูดตรงๆ ว่า ข่าวเศรษฐกิจมหภาคพวกนี้มักฟังดูไกลตัว แต่ถ้าลองมองใกล้ขึ้น มันกระทบถึงเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง โอกาสงาน หรือแม้แต่ต้นทุนสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต

สิ่งที่คนทั่วไปทำได้ในระดับบุคคล ได้แก่

  • ติดตามข่าวการลงทุนในพื้นที่ เช่น นิคมอุตสาหกรรมใหม่ หรือโครงการภาครัฐที่อาจสร้างงานในแถวบ้าน
  • พัฒนาทักษะที่ตลาดต้องการ แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ฟรีมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง Coursera, YouTube หรือแม้แต่คอร์สของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
  • ถ้าทำธุรกิจหรือคิดจะลงทุน ควรศึกษาสิทธิประโยชน์จาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ที่มีมาตรการสนับสนุนอยู่หลายอย่าง

การเติบโตของเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ตัวเลข GDP ที่นักข่าวรายงาน แต่มันคือจำนวนงานที่มี ค่าแรงที่ขยับขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนธรรมดาทุกคน

ข้อสังเกตที่พี่สยามอยากฝากไว้

พี่สยามไม่ได้มองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้ายจนเกินไป แต่ขอตั้งข้อสังเกตไว้ว่า การพูดถึงแผนนโยบายกับการทำให้เกิดขึ้นจริงนั้น มีระยะห่างกันอยู่เสมอ สิ่งที่จะบอกว่านโยบายเหล่านี้ได้ผลจริงหรือไม่คือตัวเลขในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาทักษะแรงงาน 5 ล้านคนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และตัวแรงงานเอง ไม่มีฝ่ายใดทำสำเร็จคนเดียวได้ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลุดออกจากโซ่ห่วงนี้ไป ก็จะกลายเป็น Missing Link อีกอันที่ต้องมาหาทางแก้กันอีก

ติดตามกันต่อไปนะครับ เพราะเรื่องเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอีกมาก และพี่สยามจะคอยสรุปให้อ่านเข้าใจง่ายๆ แบบนี้เสมอ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook