สมุนไพรบ้านๆ ที่อาจเปลี่ยนเกมเรื่องกระดูก
ถ้าพูดถึงพืชสมุนไพรที่คนเอเชียใช้บำรุงร่างกายมาช้านาน หลายคนคงนึกถึงโสมเกาหลีหรือโสมจีนเป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมว่าในเวียดนามมีพืชชนิดหนึ่งที่ถูกขนานนามว่า "โสมของคนจน" มาหลายร้อยปีแล้ว และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบสรรพคุณใหม่ที่อาจทำให้สมุนไพรชนิดนี้ขึ้นแท่นดาราวงการยาธรรมชาติก็ว่าได้
พืชที่ว่าคือ ดิ่งลัง (Polyscias fruticosa) หรือที่นักพฤกษศาสตร์บางท่านเรียกว่า Ming Aralia ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกับโสมแท้ๆ นั่นเอง งานวิจัยล่าสุดจากทีมนักวิทยาศาสตร์เวียดนามเพิ่งเปิดเผยว่าพืชชนิดนี้อาจมีฤทธิ์ยับยั้งการสลายกระดูก ซึ่งเป็นข่าวดีมากสำหรับคนที่กังวลเรื่องกระดูกพรุน

งานวิจัยระดับชาติที่น่าสนใจ
ทีมวิจัยนำโดย ดร. Nguyen Hai Dang และคณะนักวิจัยจาก University of Science and Technology of Hanoi (USTH) ได้รับทุนวิจัยระดับชาติเพื่อค้นหาสารประกอบจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านกระดูกพรุน โดยตามรายงานที่เผยแพร่ผ่านสื่อวิทยาศาสตร์เวียดนาม ทีมงานได้ทำการคัดกรองตัวอย่างสารสกัดจากพืช มากกว่า 200 ชนิด ซึ่งถือว่าเป็นการศึกษาในวงกว้างมากทีเดียว
ผลที่ได้น่าตื่นเต้นไม่น้อย เพราะพบว่า กว่า 30% ของตัวอย่างทั้งหมด แสดงฤทธิ์ยับยั้งการก่อตัวของ Osteoclast หรือเซลล์สลายกระดูก (เซลล์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลายเนื้อกระดูก ซึ่งถ้าทำงานมากเกินไปก็ทำให้กระดูกพรุนและหักง่าย) และในบรรดาพืชที่ผ่านการคัดเลือก ต้นดิ่งลังติดอยู่ในกลุ่มดาวเด่นที่ถูกเลือกให้ศึกษาเชิงลึกต่อไป
พี่สยามอ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกทึ่งจริงๆ เพราะเรามักคิดว่าของดีต้องนำเข้าจากต่างประเทศ แต่นี่คือหลักฐานว่าพืชพื้นบ้านที่ปลูกอยู่ในสวนหลังบ้านก็มีศักยภาพทางการแพทย์ไม่แพ้กัน แถมยังราคาถูกและหาง่ายกว่ามาก ถ้าเป็นเราอยู่เวียดนาม คงไม่รอช้าไปปลูกต้นนี้ในบ้านทันที
ทำไมถึงถูกเรียกว่า "โสมของคนจน"
คำฉายานี้ไม่ได้เกินจริงเลย เพราะก่อนจะมีผลการวิจัยเรื่องกระดูกพรุน ดิ่งลังก็มีสรรพคุณที่พิสูจน์แล้วหลายอย่าง ตามข้อมูลจากองค์กรวิจัยสมุนไพรในเวียดนาม พืชชนิดนี้ประกอบด้วย
- Saponin — สารที่พบในโสมแท้ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงร่างกาย
- วิตามินกลุ่ม B — จำเป็นต่อระบบประสาทและการเผาผลาญพลังงาน
- กรดอะมิโน (Amino Acids) — หน่วยสร้างโปรตีนที่ร่างกายต้องการ
- แร่ธาตุปริมาณน้อย (Trace Minerals) — อย่างเช่นเหล็ก สังกะสี แมงกานีส ที่จำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ
สรรพคุณที่คนเวียดนามใช้กันมาแต่ไหนแต่ไรคือช่วยบำรุงร่างกายหลังป่วย ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น ลดความเครียด และช่วยการไหลเวียนโลหิต ซึ่งตรงกับสรรพคุณของโสมมากทีเดียว

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนไทยอย่างไร
อาจมีคนสงสัยว่าเรื่องพืชสมุนไพรเวียดนามนี้เกี่ยวอะไรกับเรา ความจริงแล้วเกี่ยวข้องมากกว่าที่คิด เพราะ
ประการแรก ปัญหากระดูกพรุนในไทยน่าเป็นห่วงมาก ข้อมูลจากสมาคมโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ระบุว่าผู้หญิงไทยอายุเกิน 50 ปีราว 1 ใน 3 คน มีภาวะกระดูกพรุน ส่วนผู้ชายก็ไม่น้อยหน้า อีกทั้งยังพบในคนอายุน้อยที่รับประทานอาหารไม่ครบหมวดหมู่หรือได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ
ประการที่สอง ต้นดิ่งลังนี้ปลูกได้ในประเทศไทยเช่นกัน จริงๆ แล้วพืชในตระกูล Polyscias หลายสายพันธุ์ปลูกกันเป็นไม้ประดับในบ้านเรา แต่ยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่องสรรพคุณทางยา
ประการที่สาม งานวิจัยนี้เปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยลองศึกษาพืชพื้นบ้านที่เรามีอยู่แล้วในลักษณะเดียวกัน เพราะธรรมชาติของไทยก็อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กัน
ข้อควรระวังก่อนจะรีบไปหามาใช้
แม้ข่าวนี้จะน่าตื่นเต้น แต่พี่สยามก็อยากเตือนไว้ก่อนเพราะความห่วงใยล้วนๆ ไม่ใช่เพื่อให้กลัวจนเกินไป
สำคัญมาก: งานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (In Vitro) ยังไม่ใช่ผลการทดลองในมนุษย์ระดับ Clinical Trial ดังนั้นยังไม่ควรสรุปว่ากินดิ่งลังแล้วจะหายกระดูกพรุน 100%
นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรแนะนำว่า
- ใช้ให้ถูกส่วน — แต่ละส่วนของต้น ทั้งใบ ลำต้น และราก มีสารออกฤทธิ์ต่างกัน โดยรากของต้นที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไปจะมีสารอาหารสูงที่สุด
- ห้ามใช้เกินขนาด — เพราะดิ่งลังมีฤทธิ์ทางยาสูง หากกินมากเกินไปหรือนานเกินไป อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียหรือระบบย่อยอาหารแปรปรวนได้
- ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ — โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว กำลังรับประทานยา หรือมีปัญหากระดูกและข้อในระดับที่ต้องรับการรักษา ให้ถือว่าสมุนไพรเป็นแค่ตัวเสริม ไม่ใช่ตัวหลัก
แล้วเราควรทำอะไรตอนนี้
สำหรับคนไทยที่อ่านข่าวนี้แล้วสนใจ พี่สยามขอแนะนำแบบเพื่อนบอกเพื่อนว่า ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบไปหาดิ่งลังมากิน เพราะยังรอผลวิจัยเพิ่มเติมอยู่ แต่สิ่งที่ทำได้ทันทีเพื่อดูแลกระดูกคือ
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมพร่องมันเนย ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว
- รับแสงแดดอ่อนๆ ช่วงเช้าวันละ 15-20 นาที เพื่อให้ร่างกายสร้างวิตามิน D ซึ่งช่วยดูดซึมแคลเซียม
- ออกกำลังกายแบบแบกรับน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว วิ่ง เต้น เพื่อกระตุ้นการสร้างมวลกระดูก
- หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำลายกระดูก อย่างแอลกอฮอล์ บุหรี่ และคาเฟอีนในปริมาณมาก
ส่วนเรื่องดิ่งลัง ให้ติดตามข่าวงานวิจัยต่อไป ถ้าผลออกมาดีและมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ค่อยพิจารณาอีกครั้ง
มุมมองของพี่สยาม
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นสิ่งที่น่าภูมิใจมาก นั่นคือนักวิทยาศาสตร์ในประเทศเพื่อนบ้านกำลังพิสูจน์ด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ว่าภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สืบทอดมาหลายร้อยปีนั้นมีมูลความจริงอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าขาน
พี่หวังว่าไทยเราจะได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ด้วย เรามีสมุนไพรไทยมากมายที่ยังรอการศึกษาวิจัยอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร กระชาย หรืออีกหลายร้อยชนิด การลงทุนในงานวิจัยสมุนไพรพื้นบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตสุขภาพของคนทั้งชาติด้วย
และสำหรับทุกคนที่กังวลเรื่องกระดูก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่อายุมากขึ้นทุกปี อย่าลืมว่าการป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอ เริ่มดูแลกระดูกตั้งแต่วันนี้ดีกว่ารอให้หักแล้วค่อยเสียใจทีหลังครับ





