Amazon กำลังจะออกแบบชิปเอง เหมือน Apple — แล้ว Kindle, Fire TV และ Echo ในมือคนไทยจะเปลี่ยนไปยังไง?

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
Amazon กำลังจะออกแบบชิปเอง เหมือน Apple — แล้ว Kindle, Fire TV และ Echo ในมือคนไทยจะเปลี่ยนไปยังไง?

เมื่อยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจะลุยทำชิปเอง

ถ้าพูดถึงบริษัทที่ออกแบบชิปประมวลผลเองแล้วประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง คนส่วนใหญ่คงนึกถึง Apple เป็นอันดับแรก ตั้งแต่ปี 2010 ที่ Apple เริ่มใส่ชิป A4 ใน iPhone 4 และ iPad รุ่นแรก จนมาถึงการเปลี่ยน Mac จากชิป Intel มาเป็นชิป M1 ของตัวเองในปลายปี 2020 ผลที่ได้คือประสิทธิภาพดีขึ้นชัดเจน และ Apple ควบคุมทุกอย่างได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ

ตอนนี้มีข้อมูลรั่วไหลออกมาว่า Amazon กำลังจะเดินหน้าในแนวทางเดียวกัน — และถ้าเป็นจริง มันจะส่งผลต่ออุปกรณ์ที่คนไทยหลายคนใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Kindle, Fire TV หรือลำโพง Echo

ข้อมูลมาจากไหน และน่าเชื่อถือแค่ไหน?

แหล่งข้อมูลหลักในครั้งนี้คือ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Analyst) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการเทคโนโลยี โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลล่วงหน้าของ Apple เขาอ้างว่า Amazon กำลัง "เคลื่อนออกจากการใช้ชิปจากผู้ผลิตภายนอก และหันมาใช้โมเดล COT (Customer-Owned Tooling)" ซึ่งหมายความง่ายๆ ว่า Amazon จะออกแบบชิปเองแทนที่จะซื้อจากบริษัทอื่น

Kuo ระบุว่า Amazon วางแผนจะใช้บริษัทชื่อ AIchip ซึ่งตั้งอยู่ที่ไทเป ประเทศไต้หวัน มีอายุ 23 ปี เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและทดสอบชิปประเภท ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) หรือพูดง่ายๆ คือชิปที่ออกแบบมาเพื่องานเฉพาะเจาะจงโดยตรง ไม่ใช่ชิปสารพัดประโยชน์อย่างที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ทั่วไป

ตามรายงานจาก Taipei Times AIchip เคยพัฒนาชิปขนาด 3 นาโนเมตรสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ให้กับลูกค้าอย่าง Amazon และ Intel มาแล้ว ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย

และที่สำคัญ — ไม่ใช่แค่ข่าวลือจาก Kuo คนเดียว เพราะ Panos Panay หัวหน้าฝ่าย Hardware ของ Amazon ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในพอดแคสต์ "The Tech Download" ยืนยันตรงๆ ว่า Amazon กำลังพัฒนาชิป AI ของตัวเอง โดยเน้นที่การควบคุมฮาร์ดแวร์ตั้งแต่ต้นจนจบ

Amazon sign outside a building
Amazon sign outside a building

ทำไม Amazon ถึงอยากทำชิปเอง?

คำตอบสั้นๆ คือ "เงิน" และ "การควบคุม"

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กระแส AI ทำให้ต้นทุนด้านการประมวลผลและข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างมากทั่วทั้งอุตสาหกรรม Amazon ซึ่งมีธุรกิจ AWS (Amazon Web Services) บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ ย่อมรู้สึกแรงกดดันนี้เต็มๆ

การออกแบบชิปเองช่วยให้ Amazon:

  • ลดต้นทุนระยะยาว — ไม่ต้องจ่ายค่า Margin ให้กับผู้ผลิตชิปภายนอก
  • ปรับแต่งชิปให้เข้ากับซอฟต์แวร์ของตัวเองได้ตรงจุด — เหมือนที่ Apple ทำกับ iOS และ macOS
  • ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ภายนอก — ซึ่งมีความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานในช่วงที่ตลาดชิปผันผวน
  • เพิ่มความสามารถด้าน AI ในอุปกรณ์ผู้บริโภค — โดยไม่ต้องรอให้ Qualcomm หรือ MediaTek พัฒนามาให้

Kuo ชี้ว่า กลยุทธ์นี้จะเริ่มอย่างจริงจังในปี 2027 แม้ว่าสัญญาณแรกๆ จะเริ่มเห็นแล้วในปัจจุบัน

the kindle colorsoft 2026 photographed in direct sunlight
the kindle colorsoft 2026 photographed in direct sunlight

Amazon เริ่มลงมือแล้ว — ดูจาก Echo ตัวใหม่

จริงๆ แล้ว Amazon ไม่ได้เพิ่งเริ่มคิดเรื่องนี้ ลำโพง Echo รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2025 มาพร้อมชิปที่ออกแบบเอง 2 รุ่น คือ AZ3 และ AZ3 Pro ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่องาน AI โดยเฉพาะ

ตามบล็อกของ Amazon เอง:

  • Echo Dot Max ใช้ชิป AZ3 สำหรับตรวจจับการสนทนา ทำให้ผู้ใช้พูดกับ Alexa Plus AI ได้จากทุกจุดในห้อง
  • Echo Studio, Echo Show 8 และ Echo Show 11 ใช้ชิป AZ3 Pro ที่รองรับ Language Model (โมเดลภาษา AI) ขนาดใหญ่กว่า และมีความสามารถด้าน Vision Transformer (การประมวลผลภาพด้วย AI) เพิ่มเติม

นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า Amazon ไม่ได้แค่คิด แต่ลงมือทำแล้ว

Graphic of a wafer of Apple M2 chips seen from above
Graphic of a wafer of Apple M2 chips seen from above

อุปกรณ์ Amazon ที่คนไทยใช้จะเปลี่ยนยังไง?

ถ้าแผนของ Amazon เดินหน้าตามที่ Kuo และ Panay พูดไว้ อุปกรณ์ที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงได้แก่ Kindle, Fire TV, Echo, Blink, Ring และอุปกรณ์ที่ใช้ Alexa

สำหรับคนไทย Kindle และ Fire TV น่าจะเป็นสองตัวที่คนใช้งานมากที่สุด มาดูกันว่าการเปลี่ยนชิปจะส่งผลอะไรได้บ้าง:

Kindle — อ่านหนังสือดีขึ้น หรือแค่ชิปใหม่?

ปัจจุบัน Kindle ใช้ชิปที่เน้นความประหยัดพลังงานสูง เพราะต้องการแบตเตอรีอยู่ได้นาน ถ้า Amazon ออกแบบชิปเองที่เหมาะกับการอ่าน E-ink โดยเฉพาะ ก็มีโอกาสที่แบตจะอยู่ได้นานขึ้น หรือประมวลผล AI สำหรับฟีเจอร์อย่างการแปลภาษาได้เร็วขึ้น — ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือภาษาอังกฤษแล้วต้องการ Dictionary ด่วน

Fire TV — สตรีมมิ่งฉลาดขึ้นด้วย AI

Fire TV Stick เป็นอุปกรณ์สตรีมมิ่งที่ขายดีในไทยผ่าน Amazon Global Shopping ชิปที่ออกแบบเพื่อ AI โดยเฉพาะอาจทำให้ระบบแนะนำคอนเทนต์ฉลาดขึ้น ค้นหาด้วยเสียงแม่นยำขึ้น และอาจรองรับ AI Features ใหม่ๆ ที่ Amazon จะเพิ่มเข้ามาในอนาคต

Echo Dot Max and Studio
Echo Dot Max and Studio

มุมมองพี่สยาม — ตื่นเต้นแต่อยากรอดูก่อน

พูดตรงๆ นะครับ ข่าวนี้ทำให้พี่สยามตื่นเต้นไม่น้อย เพราะมันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ Amazon — Qualcomm, Google, Microsoft ต่างก็เริ่มลงมือออกแบบชิปเองกันทั้งนั้น

ถ้าเป็นพี่สยามเจอสถานการณ์แบบนี้ในฐานะผู้ใช้งาน ก็คงรู้สึกอุ่นใจขึ้นนิดนึงนะครับ เพราะมันหมายความว่า Amazon จะมีแรงจูงใจมากขึ้นในการอัปเดตซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ใหม่ๆ บนอุปกรณ์ของตัวเอง แทนที่จะต้องรอให้ผู้ผลิตชิปรายอื่นพัฒนาก่อน

แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันยังเป็นข่าวในขั้นที่ "กำลังวางแผน" ครับ Kuo บอกว่ากลยุทธ์นี้จะเริ่มจริงจังในปี 2027 และ Amazon เองก็ยังไม่ยืนยันรายละเอียด ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ Amazon รอดูข่าวใหม่ก่อนก็ได้

เปรียบเทียบกับ Apple — ได้บทเรียนอะไรบ้าง?

การเดินทางของ Apple ในการออกแบบชิปเองเป็นกรณีศึกษาที่ดีมาก Apple ใช้เวลาเกือบ 10 ปีตั้งแต่ A4 ในปี 2010 จนกระทั่ง M1 ในปี 2020 กว่าจะเห็นผลชัดเจนในแล็ปท็อปและเดสก์ท็อป ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนั้นก็มีช่วงที่เจ็บปวด เช่น ซอฟต์แวร์บางตัวใช้ไม่ได้กับชิปใหม่ทันที

Amazon คงต้องเจอความท้าทายคล้ายกัน โดยเฉพาะการทำให้ App และบริการต่างๆ บน Fire TV Appstore ทำงานได้ราบรื่นบนชิปใหม่ — ซึ่งนักพัฒนาแอปต้องปรับตัมด้วยเช่นกัน

Panos Panay at surface event
Panos Panay at surface event

คำแนะนำสำหรับคนที่ใช้หรือกำลังจะซื้ออุปกรณ์ Amazon

พี่สยามมีคำแนะนำง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  • ถ้ากำลังจะซื้อ Fire TV Stick หรือ Kindle อยู่แล้ว — ซื้อได้เลยครับ รุ่นปัจจุบันยังคุ้มค่าและใช้งานได้ดี ไม่ต้องรอ เพราะของใหม่อาจต้องรออีก 2-3 ปีกว่าจะมา
  • ถ้าสนใจ Echo หรือลำโพง AI — รุ่นที่เปิดตัวในปี 2025 ที่มีชิป AZ3 ถือว่าน่าสนใจ เพราะเป็นก้าวแรกของชิปที่ Amazon ออกแบบเองและได้รับคำชมเรื่องการทำงาน AI ในตัวเครื่อง
  • ถ้าคิดจะรอรุ่นใหม่ที่ใช้ชิปเต็มรูปแบบ — Kuo บอกว่าน่าจะเห็นผลจริงในปี 2027 เป็นต้นไป แต่ Panay บอกว่า "ไม่ต้องรอนาน" สำหรับอุปกรณ์ใหม่บางรุ่น ก็ต้องติดตามข่าวกันต่อไปครับ
  • ระวังเรื่องราคา — ในระยะสั้น การลงทุนพัฒนาชิปเองอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นก่อน ราคาอุปกรณ์รุ่นใหม่อาจไม่ได้ถูกลงทันที ต้องรอดูว่า Amazon จะส่งผ่านต้นทุนมาให้ผู้บริโภคหรือเปล่า

สรุป — ยักษ์ใหญ่กำลังเติบโตด้านชิป

Amazon กำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ที่ควบคุมห่วงโซ่การผลิตอุปกรณ์ตัวเองมากขึ้น ตามรอย Apple ที่เคยพิสูจน์แล้วว่าการออกแบบชิปเองนำไปสู่ประสิทธิภาพที่ดีกว่าและการประหยัดพลังงานที่ดีกว่าในระยะยาว

สำหรับคนไทยที่ใช้ Kindle อ่านหนังสือ ดูหนังผ่าน Fire TV หรือคุยกับ Alexa ทุกวัน นี่คือข่าวที่น่าจับตา เพราะมันหมายถึงอุปกรณ์ที่เราใช้อยู่อาจฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และประหยัดแบตมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แต่ก็อย่าลืมว่าทั้งหมดนี้ยังอยู่ในขั้นแผนการ ข้อมูลจาก Ming-Chi Kuo มีความน่าเชื่อถือสูง แต่ยังไม่ใช่การยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Amazon ครับ พี่สยามจะติดตามและอัปเดตให้ฟังอีกทีเมื่อมีความคืบหน้าใหม่ — ไว้ติดตามกันต่อนะครับ!

ขอบคุณข้อมูล: Toms Guide Computing

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook