ยิ่งชีพ ส่งคำถาม 'แดง กองมา' ส.ว. เปิดเอกสารแต่งตั้งผู้ช่วยซ้ำซ้อน ส.ส.ภท. บี้ตอบปม 'สุขสมรวย-ไบโอไลน์'

พี่สยาม
พี่สยาม
การเมือง
ขนาดตัวอักษร
ยิ่งชีพ ส่งคำถาม 'แดง กองมา' ส.ว. เปิดเอกสารแต่งตั้งผู้ช่วยซ้ำซ้อน ส.ส.ภท. บี้ตอบปม 'สุขสมรวย-ไบโอไลน์'

ถ้าพี่สยามได้รับหมายเรียกข้อหาหมิ่นประมาท แต่คำถามที่ตั้งไปยังไม่มีใครตอบสักคำ... พี่ว่าคนทั่วไปก็คงอยากรู้คำตอบนั้นไม่แพ้กัน นั่นน่าจะเป็นความรู้สึกของ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่โพสต์เฟซบุ๊กเปิดผนึกถึง นางแดง กองมา สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จากจังหวัดอำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยแนบเอกสารและตั้งคำถามเป็นชุด ก่อนที่เรื่องทั้งหมดจะได้รับการตัดสินในชั้นศาล

เริ่มต้นจากคดีหมิ่นประมาท

ต้องย้อนกลับไปก่อนว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่ม ก่อนหน้านี้ นายยิ่งชีพได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตั้งข้อสังเกตเรื่องคุณสมบัติการเป็น ส.ว. กลุ่ม 10 ของทั้ง นายสมพาน พละศักดิ์ และ นางแดง กองมา ซึ่งทั้งสองเป็น ส.ว. จากจังหวัดอำนาจเจริญเหมือนกัน ต่อมาทั้งสองได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่จังหวัดอำนาจเจริญ

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานจากเฟซบุ๊กของนายยิ่งชีพเอง ถึงวันที่ 5 สิงหาคม เขายังไม่ได้รับหมายเรียกใดๆ และมองว่าตำรวจอาจต้องใช้เวลาพิจารณาเนื่องจาก "สิ่งที่ผมทำนั้นจะตีความให้เป็นความผิดต่อกฎหมายใดๆ ได้ยากเหลือเกิน" ซึ่งนายยิ่งชีพประเมินว่ากว่าจะถึงวันขึ้นศาลก็คงต้องใช้เวลาอีกนับปี

ภาพ: www.matichon.co.th

เปิดเอกสาร ตั้งคำถามชุดใหญ่ ก่อนขึ้นศาล

แทนที่จะรอ นายยิ่งชีพเลือกที่จะ "ถามก่อนล่วงหน้า" ผ่านเฟซบุ๊กเปิดผนึก พร้อมระบุว่าคำถามเหล่านี้คือสิ่งที่จะถามในศาลด้วยเช่นกัน โดยมีสองประเด็นหลักที่น่าสนใจ

ปมแรก: ร้านขายหมู รองรับลูกจ้าง 100 คนได้จริงไหม?

นายยิ่งชีพโพสต์ภาพที่อ้างว่าเป็น "ร้านแม่แดง" พร้อมตั้งคำถามว่าเขียงหมูดังกล่าวเป็นร้านของ นางแดง กองมา หรือไม่ โดยตั้งข้อสังเกตในเชิงตัวเลขว่า หากร้านนี้มีลูกจ้างถึง 100 คนทำงานพร้อมกัน พื้นที่บริเวณนั้นจะรองรับได้อย่างไร ก่อนจะเสนอคำนวณเองด้วยอารมณ์ขันว่า "แบ่งวันละ 50 กะ กะละ 28 นาที" ซึ่งฟังดูเหมือนตลก แต่แฝงนัยของการตั้งคำถามถึง ความสอดคล้องระหว่างธุรกิจที่แจ้งไว้กับข้อมูลที่ยื่นสมัคร ส.ว.

ปมที่สอง: เอกสารแต่งตั้งผู้ช่วย ส.ว. ซ้ำซ้อนกับ ส.ส. ภูมิใจไทย?

นี่คือประเด็นที่หนักกว่า นายยิ่งชีพแนบเอกสารแต่งตั้งผู้ช่วยดำเนินงานของ ส.ว. และตั้งคำถามว่ามีการแต่งตั้งบุคคลที่ ซ้ำซ้อนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ พร้อมถามตรงๆ ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ บุคคลเหล่านั้นได้รับการแต่งตั้งจริงหรือเปล่า

ภาพ: www.matichon.co.th

นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามถึง ความสัมพันธ์อันดีกับ "สุขสมรวย" ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร รวมไปถึงประเด็นที่ว่าใน Bio LINE ส่วนตัว มีการระบุหรือแสดงตัวในฐานะที่เกี่ยวข้องกับ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) ซึ่งนายยิ่งชีพบอกว่า "งง" และอยากได้คำอธิบาย

ยิ่งชีพชวน 'แดง กองมา' ออกมาพูดต่อหน้ากล้อง

สิ่งที่น่าสังเกตคือ นายยิ่งชีพไม่ได้แค่ตั้งคำถามในบทความหรือเอกสาร แต่ยังเชิญโดยตรงให้นางแดง กองมา ออกมาตอบต่อสาธารณะ พร้อมระบุว่า "เชื่อว่าสื่อหลายสำนักคงอยากรอโอกาสสัมภาษณ์ท่านมากๆ แล้วตอนนี้" ซึ่งสะท้อนว่า เขามองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเพียงพอที่ประชาชนและสื่อมวลชนควรจะรับรู้คำตอบ ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ผ่านไปในชั้นศาลเงียบๆ

มองภาพใหญ่: กระทบอะไรบ้าง?

พี่สยามอยากให้ลองคิดตามนะครับ คดีนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสองฝ่ายที่ขัดแย้งกัน แต่มันแตะต้องเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น

ภาพ: www.matichon.co.th
  • ความโปร่งใสของ ส.ว. ชุดใหม่ — ส.ว. ชุดที่มาจากการเลือกกันเองระหว่างกลุ่มอาชีพยังอยู่ในช่วงที่ประชาชนและนักวิชาการจับตามองอย่างใกล้ชิด การตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติและความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และควรจะตอบได้
  • สิทธิในการตั้งคำถาม — การที่ผู้แจ้งความถูกตั้งคำถามกลับว่าข้อมูลที่ยื่นสมัครนั้นตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ถือเป็นกระบวนการปกติในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • ผลกระทบต่อคนทั่วไป — หากการแต่งตั้งผู้ช่วย ส.ว. มีความซ้ำซ้อนหรือไม่ชอบด้วยระเบียบจริง นั่นหมายถึงทรัพยากรของรัฐที่มาจากภาษีประชาชนถูกใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิรับรู้

ต้องระวังอะไร — มองสองด้าน

พี่สยามอยากฝากไว้ว่า ข้อมูลที่เราเห็นในเฟซบุ๊กของนายยิ่งชีพนั้น เป็นการนำเสนอจากฝ่ายเดียว — ฝ่ายที่ตั้งคำถาม ซึ่งยังไม่มีการยืนยันจาก นางแดง กองมา หรือฝ่ายที่ถูกตั้งคำถามโดยตรง ดังนั้นในฐานะผู้บริโภคข่าวสาร ควรติดตามว่าจะมีการชี้แจงหรือไม่ เพราะความเป็นธรรมต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายได้พูด

สิ่งที่ชัดเจนในตอนนี้คือ มีเอกสารถูกนำมาแสดงต่อสาธารณะแล้ว และคำถามถูกตั้งขึ้นอย่างเป็นรายข้อ ถ้าข้อมูลในเอกสารเหล่านั้นถูกต้อง ก็ต้องมีคำอธิบาย ถ้าไม่ถูกต้อง ก็ต้องชี้แจง ซึ่งทั้งสองทางล้วนเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ท้ายที่สุด พี่ว่าคดีนี้จะน่าติดตามมากกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เรื่องว่าใครชนะในศาล แต่คือคำถามที่ว่า — ผู้แทนของเราในสภาพร้อมจะตอบคำถามของประชาชนต่อสาธารณะหรือเปล่า? นั่นแหละถึงจะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญกว่าคำพิพากษาใดๆ ครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook

บทความที่เกี่ยวข้อง