เปิดตัว 'Quantum Club Thailand' ดึงรัฐ-เอกชนใหญ่ร่วมสร้างอีโคซิสเต็มควอนตัมในไทย

พี่สยาม
พี่สยาม
เทคโนโลยี
ขนาดตัวอักษร
เปิดตัว 'Quantum Club Thailand' ดึงรัฐ-เอกชนใหญ่ร่วมสร้างอีโคซิสเต็มควอนตัมในไทย

ถ้าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเราพูดถึง AI กันจนแทบไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ยินชื่อ ChatGPT หรือ Gemini ตอนนี้คลื่นลูกถัดไปที่กำลังก่อตัวอยู่เงียบ ๆ ก็คือ เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Computing) — และไทยเราเพิ่งประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าจะไม่นั่งดูคนอื่นวิ่งไปก่อนอีกแล้ว

ควอนตัมคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ก่อนอื่นต้องอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก่อนนะครับ Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัม) คือระบบประมวลผลที่อาศัยหลักการทางฟิสิกส์ควอนตัม ทำให้สามารถคำนวณปัญหาซับซ้อนที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปต้องใช้เวลาหลายร้อยปีได้ในเวลาแค่ไม่กี่นาที ประยุกต์ใช้ได้กับงานตั้งแต่การค้นพบยาใหม่ การเข้ารหัสข้อมูล ไปจนถึงการจัดการโลจิสติกส์ขนาดใหญ่

ตามรายงานของ McKinsey บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดเทคโนโลยีควอนตัมทั่วโลกจะแตะ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.3 ล้านล้านบาท ภายในปี 2040 เติบโตจากปี 2023 ที่อยู่แค่ 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยถึง 17% ต่อปี ตัวเลขนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ

ไทยจุดพลุ Quantum Club Thailand อย่างเป็นทางการ

ล่าสุด มีการเปิดตัว "Quantum Club Thailand" โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลายภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP), อไรซ์ (Arise), ทรู คอร์ปอเรชั่น, QTRic และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ควอนตัมจากสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายของคลับนี้ไม่ใช่แค่การจัดสัมมนาหรือพูดคุยกันลอย ๆ ครับ แต่มุ่งเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ภาครัฐและมหาวิทยาลัย — วางนโยบายและผลิตนักวิจัย
  • ภาคอุตสาหกรรมและสตาร์ตอัพ — นำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริง
  • นักลงทุนและพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก — สนับสนุนเงินทุนและองค์ความรู้

พูดง่าย ๆ คือสร้าง อีโคซิสเต็ม (Ecosystem) หรือระบบนิเวศทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างงานวิจัย ไปถึงปลายน้ำอย่างการใช้งานเชิงพาณิชย์

เสียงจากรองนายกฯ เอง

"ช่วงที่ผมไปเยือนฝรั่งเศสเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ทางนั้นก็ถามว่าประเทศไทยมีทิศทางการพัฒนาเรื่องควอนตัมอย่างไร เพราะเขากำลังศึกษาและวิจัยเรื่องนี้อยู่เช่นกัน"

นี่คือคำพูดของ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ซึ่งเปิดเผยว่าไทยได้บรรจุเรื่องควอนตัมไว้ในนโยบายการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว และแม้ที่ผ่านมาการขับเคลื่อนจะมาจากภาครัฐเป็นหลัก เพราะการลงทุนช่วงแรกมีความเสี่ยงสูง แต่การที่ภาคเอกชนรายใหญ่เข้ามาร่วมด้วยครั้งนี้ จะทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้เร็วกว่าเดิมมาก

อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญที่เขาเน้นย้ำคือเรื่อง "อธิปไตยทางเทคโนโลยี" — ซึ่งหมายถึงการที่ไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติแบบ 100% พร้อมกันนั้นยังเปิดทางสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศได้ในอนาคตอีกด้วย

ความรู้สึกของพี่สยาม

พูดตรง ๆ ครับ ตอนแรกที่เห็นข่าวนี้ รู้สึกดีใจปนระแวงนิดหน่อย เพราะไทยเราเคยมีข่าว "เปิดตัว" หรือ "ลงนาม MOU" เรื่องเทคโนโลยีมาหลายรอบแล้ว แต่ความคืบหน้าหลังจากนั้นมักเงียบหาย ครั้งนี้ต่างกันตรงที่มีทั้งรัฐ เอกชนใหญ่อย่าง CP และ True และพาร์ตเนอร์จากต่างประเทศอย่าง qBraid มาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ถ้าทุกฝ่ายเดินหน้าจริง อีโคซิสเต็มนี้มีโอกาสเติบโตได้จริงครับ

ผลกระทบต่อคนไทยในภาพรวม

คำถามที่หลายคนคงสงสัยคือ "แล้วเราธรรมดา ๆ จะได้อะไรจากเรื่องนี้?" คำตอบมีหลายระดับครับ

  • ระยะสั้น: เกิดโอกาสการจ้างงานสาขาใหม่ในด้านวิศวกรรมควอนตัม นักวิจัย และโปรแกรมเมอร์เฉพาะทาง ซึ่งยังขาดแคลนมากทั่วโลก
  • ระยะกลาง: อุตสาหกรรมไทยอย่างการแพทย์ การเงิน โลจิสติกส์ และเกษตร อาจได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่ทรงพลังกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
  • ระยะยาว: ถ้าไทยสามารถสร้าง Talent Pool (กลุ่มบุคลากรด้านนี้) และดึงนักลงทุนได้ ก็มีโอกาสกลายเป็น Hub ด้านควอนตัมในอาเซียนได้เลย

สิ่งที่ควรจับตาดูและคำแนะนำสำหรับคนสนใจ

ถ้าคุณเป็นนักศึกษาหรือคนทำงานสายเทคโนโลยี นี่เป็นสัญญาณที่น่าสนใจมากครับ เพราะตลาดแรงงานด้านควอนตัมยังเปิดกว้างและยังไม่มีคนแย่งกันมากนัก มีข้อแนะนำง่าย ๆ ดังนี้

  • ลองศึกษาพื้นฐาน Quantum Computing ผ่านคอร์สออนไลน์ฟรีจากแพลตฟอร์มอย่าง IBM Quantum หรือ qBraid ที่เป็นพาร์ตเนอร์โครงการนี้โดยตรง
  • ติดตามความเคลื่อนไหวของ Quantum Club Thailand ซึ่งน่าจะมีกิจกรรม workshop หรือโปรแกรมฝึกอบรมออกมาในอนาคตอันใกล้
  • ถ้าเป็นองค์กรหรือสตาร์ตอัพ ลองพิจารณาว่าธุรกิจของคุณมีปัญหาไหนที่ Quantum Computing อาจช่วยแก้ได้ในอนาคต เพื่อเตรียมตัวรับมือล่วงหน้า

สิ่งที่ต้องระวังคือ ณ วันนี้เทคโนโลยีควอนตัมยังอยู่ในระยะพัฒนาและยังไม่ใช่ของที่ใช้งานได้ทั่วไปในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ถ้ามีใครชักชวนให้ลงทุนในผลิตภัณฑ์หรือบริษัทที่อ้างว่าใช้ "ควอนตัม" แล้วให้ผลตอบแทนสูงผิดปกติ ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อนนะครับ เพราะชื่อเทคโนโลยีดัง ๆ มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเสมอ

ก้าวแรกที่ต้องก้าวต่อ

การเปิดตัว Quantum Club Thailand ครั้งนี้เป็นก้าวแรกที่น่าชื่นชม และถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าไทยเริ่มมองไปข้างหน้าอย่างจริงจัง แต่ก้าวแรกสวยงามแค่ไหน ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการเดินหน้าต่อครับ

คำถามที่ทิ้งไว้ให้คิดคือ — ในยุคที่ประเทศอื่นเขาวิ่งนำหน้าเราในเรื่องเทคโนโลยีมาสักพักแล้ว เราจะพอใจแค่ "ไม่ตกขบวน" หรือมีความกล้าพอที่จะพยายาม "วิ่งแซง" บ้างไหม?

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook