ต้องบอกว่าข่าวนี้เคลื่อนไหวเร็วมากจนน่าตกใจ — โพสต์วันนี้ ยกเลิกวันนี้ เรียกได้ว่าแทบจะ real-time เลยทีเดียว เมื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาตั้งคำถามเรื่องโครงการที่จะใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กระแสตอบรับก็รวดเร็วทันใจ เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ประกาศยกเลิกแคตตาล็อกโครงการดังกล่าวในวันเดียวกัน
เกิดอะไรขึ้น กับแคตตาล็อกโครงการโซลาร์?
เรื่องนี้เริ่มต้นจากการที่พรรคประชาชนได้รับเอกสารลักษณะเป็น "แคตตาล็อก" ซึ่งดูเหมือนถูกส่งถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เพื่อให้เสนอขอรับงบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มูลค่า 4 แสนล้านบาท
แต่ปัญหาคือ โครงการในแคตตาล็อกบางส่วนที่ น.ส.ศิริกัญญา หยิบขึ้นมาตั้งข้อสังเกต ได้แก่ รถขยะ EV, ลานกีฬาโซลาร์, และ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) — ซึ่งเธอมองว่าบางโครงการเหล่านี้ไม่ได้เป็นโครงการ "เปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน" อย่างแท้จริง แต่กลับถูกสอดแทรกเข้ามาในแพ็กเกจเดียวกัน
ตามที่ น.ส.ศิริกัญญา โพสต์ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เธอได้เปิดเผยแคตตาล็อกดังกล่าวต่อสาธารณะ และในวันเดียวกันนั้นเอง กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกเลิกแคตตาล็อกนั้นแล้ว โดยเธอระบุสั้น ๆ ว่า "แคตตาล็อกที่ดิชั้นโพสต์เมื่อวาน…วันนี้มหาดไทยยกเลิกแล้วจ้า"

ทำไมถึงเรียกว่า "ยัดไส้"?
คำว่า "ยัดไส้" ในที่นี้หมายถึงการสอดแทรกโครงการที่อาจไม่ตรงวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายเข้าไปในกรอบงบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรจับตามองอย่างยิ่ง เพราะ พ.ร.ก.กู้เงิน (พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน) นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ — ในกรณีนี้คือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ถ้าโครงการที่ขอเบิกจ่ายจาก พ.ร.ก. นี้ไม่ได้อยู่ในกรอบดังกล่าวจริง ๆ ก็หมายความว่าเงินกู้สาธารณะที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันชดใช้ในอนาคต อาจถูกนำไปใช้กับโครงการที่ไม่ได้อยู่ในเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ทางพรรคประชาชนยังระบุด้วยว่า กำลังเตรียมหาทางตัดโครงการที่ไม่เข้าเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานออกจากการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการงบประมาณด้วย
กระทบคนไทยยังไงบ้าง?
พี่สยามขอพูดตรง ๆ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมืองหรือข้าราชการ แต่มันเกี่ยวกับเงินของเราทุกคนโดยตรง เพราะเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนั้น รัฐบาลจะต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ย ซึ่งแหล่งเงินก็มาจากภาษีของประชาชนนั่นเอง

- คนไทยทั่วไป — ถ้าเงินกู้ถูกใช้ไม่ตรงเป้า ประโยชน์ที่ควรได้รับจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น พลังงานสะอาด ต้นทุนไฟฟ้าที่ถูกลง ก็อาจไม่เกิดขึ้นเต็มที่
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น — อปท. หลายแห่งที่อาจกำลังจะเสนอโครงการตามแคตตาล็อกดังกล่าว ต้องหยุดรอดูแนวทางใหม่
- ภาพรวมการคลังประเทศ — หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นต้องคุ้มค่ากับโครงการที่ทำ ไม่ใช่แค่ใช้งบได้เยอะ
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้
การที่มหาดไทยยกเลิกแคตตาล็อกอย่างรวดเร็วหลังถูกตั้งคำถามนั้น อาจมองได้สองมุม — มุมหนึ่งคือระบบตรวจสอบทำงานได้ผล และอีกมุมหนึ่งคือยังต้องติดตามว่าโครงการเหล่านั้นจะถูกนำกลับมาในรูปแบบอื่นหรือไม่ หรือมีโครงการลักษณะเดียวกันอีกในท่อไปป์ไลน์ที่ยังไม่ถูกตรวจพบ
ข้อมูล ณ ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า แคตตาล็อกนั้นถูกจัดทำโดยใครเป็นคนริเริ่ม หน่วยงานไหนเป็นผู้สั่งการ และมีโครงการไหนที่ผ่านการอนุมัติไปก่อนแล้วบ้างหรือยัง ซึ่งตรงนี้ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสอบของกรรมาธิการงบประมาณต่อไป
ความรู้สึกของพี่สยาม
ถ้าพี่สยามเป็นคนที่ทำงานออฟฟิศและจ่ายภาษีทุกเดือน เห็นข่าวนี้แล้วก็รู้สึกได้ว่า การจับตามองและตั้งคำถามของผู้แทนราษฎรมันสำคัญมากแค่ไหน เพราะถ้าไม่มีใครหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา แคตตาล็อกนั้นก็อาจยังคงวนเวียนอยู่ต่อไป และงบก็อาจถูกเบิกจ่ายไปกับโครงการที่ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานอย่างแท้จริง
ในเวลาเดียวกัน ก็ยังต้องรอดูว่าการ "ยกเลิก" ในครั้งนี้จะนำไปสู่การทบทวนกรอบโครงการอย่างจริงจัง หรือแค่เป็นการเลื่อนแผนออกไปก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่
เรื่องเงินกู้สาธารณะ ไม่ว่าจะกี่แสนล้าน ถ้าใช้ไม่ตรงเป้า ในที่สุดคนที่แบกรับก็คือเราทุกคนอยู่ดี — ติดตามข่าวนี้ต่อด้วยกันนะครับ





