ถ้าวันนี้คุณเปิดแอปหมอพร้อมขึ้นมาแล้วเห็นข้อมูลสุขภาพของตัวเองผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง คุณจะรู้สึกยังไง? พี่สยามว่าคงไม่ต่างจากความรู้สึกของคนกว่า 30 รายที่ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ในกรณีนี้ — นั่นคือ "กังวล" และ "ไม่ไว้วางใจ" ข้อมูลที่ควรจะเป็นของตัวเองมากที่สุด
เกิดอะไรขึ้นกับระบบหมอพร้อม?
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สคส. ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 30 รายเกี่ยวกับระบบ "หมอพร้อม" ซึ่งเป็นระบบบริการสุขภาพและสิทธิการรักษาพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยผู้ร้องเรียนกังวลว่าข้อมูลสุขภาพของตนเองที่ปรากฏในระบบ "ไม่ตรงตามความเป็นจริง" และอาจมีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิชอบ
สคส. จึงได้ประสานงานไปยังกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง เพื่อให้เร่งตรวจสอบสองเรื่องหลัก ได้แก่ หนึ่ง — แหล่งที่มาของข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเหล่านั้น และสอง — จำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบที่แท้จริง ซึ่งยังไม่มีตัวเลขชัดเจนออกมา ณ ขณะนี้
นอกจากนี้ สคส. ยังสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ มาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบ, การอุดช่องโหว่ที่พบ, แนวทางจำกัดความเสียหาย รวมถึงตรวจสอบว่าได้ดำเนินการ "แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล" ตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดไว้ครบถ้วนแล้วหรือยัง
อีกเรื่องที่ต้องรู้ — ข้อมูล TSD รั่วกว่า 2 แสนราย
ในการแถลงการณ์ชุดเดียวกัน สคส. ยังได้เปิดเผยถึงอีกกรณีหนึ่งที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน นั่นคือกรณีของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ซึ่งตรวจพบว่ามีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ TSD Investor Portal (พอร์ทัลสำหรับนักลงทุน) โดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อมูลที่รั่วไหลออกไปประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัวพื้นฐาน, เลขบัตรประชาชน, ข้อมูลบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้บริการ และข้อมูลบัญชีธนาคารบางส่วน โดยคาดว่ากระทบต่อผู้ใช้บริการประมาณ 200,000 ราย จากฐานผู้ใช้ทั้งระบบที่มีอยู่ราว 5 ล้านบัญชี
TSD ยืนยันว่าระบบที่ถูกเจาะเป็นระบบแยกออกจากระบบหลัก จึงไม่กระทบต่อข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์หรือการซื้อขายหุ้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายทางการเงินของผู้ใช้บริการที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์นี้ โดย TSD ได้ดำเนินการปิดกั้นช่องโหว่แล้ว แจ้งความต่อตำรวจไซเบอร์ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนผู้ได้รับผลกระทบเป็นรายบุคคลแล้ว
ทำไมเรื่องนี้ถึงกระทบกับคนไทยโดยตรง
พี่สยามอยากให้ลองคิดดูว่า "ข้อมูลสุขภาพ" นั้นไม่ใช่ข้อมูลธรรมดา มันคือสิ่งที่อ่อนไหวที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นประวัติโรคประจำตัว ประวัติการรักษา สิทธิการเบิกจ่าย หากข้อมูลเหล่านี้ผิดพลาดหรือถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ผลกระทบอาจร้ายแรงมากกว่าที่คิด เช่น การถูกปฏิเสธสิทธิรักษา หรือถูกนำข้อมูลไปใช้แอบอ้างในทางใดทางหนึ่ง
สำหรับกรณี TSD เองก็เช่นกัน เลขบัตรประชาชนบวกข้อมูลบัญชีธนาคารที่รั่วออกไป คือชุดข้อมูลที่มิจฉาชีพสามารถนำไปใช้ "ปั้นตัวตนปลอม" หรือ "โทรหลอกลวง" ได้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
สิ่งที่ควรทำตอนนี้ — อย่าชะล่าใจ
สคส. ได้ออกคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับการแจ้งเตือนจาก TSD หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- เพิ่มความระมัดระวังต่ออีเมล, ข้อความ SMS และการโทรศัพท์ที่แอบอ้างเป็นตลาดหลักทรัพย์, บริษัทหลักทรัพย์, ธนาคาร หรือหน่วยงานภาครัฐ
- ห้ามคลิกลิงก์ที่ส่งมาทางข้อความหรืออีเมลโดยเด็ดขาด หากไม่แน่ใจว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
- ห้ามดาวน์โหลดไฟล์แนบจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
- ห้ามเปิดเผยรหัสผ่านหรือรหัส OTP ให้ใครทั้งนั้น แม้จะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือรัฐบาล
- หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเอง สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคส. ได้โดยตรงผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ
ความรู้สึกของพี่สยาม
พูดตรง ๆ เลยนะ พี่สยามคิดว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ข้อมูลดิจิทัล" ของคนไทยยังขาดการปกป้องที่แน่นหนาพอ ทั้งในระดับหน่วยงานรัฐและเอกชน ทุกครั้งที่มีข่าวแบบนี้ เราก็มักได้ยินว่า "ปิดช่องโหว่แล้ว" "ไม่กระทบระบบหลัก" "ยังไม่มีความเสียหายทางการเงิน" แต่สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ ความวิตกกังวลและความไม่ไว้วางใจที่เกิดขึ้นในใจประชาชนนั้นเยียวยาได้ยากกว่ามาก
และถ้าเป็นพี่สยามเองเจอแบบนี้ คงกังวลไม่แพ้กัน โดยเฉพาะถ้าเป็นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งมันส่งผลต่อชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในระบบ
ยังต้องติดตามกันต่อว่ากระทรวงสาธารณสุขจะชี้แจงแหล่งที่มาของข้อมูลผิดพลาดในระบบหมอพร้อมได้อย่างไร และจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจริง ๆ นั้นมากแค่ไหน สิ่งที่ทุกคนทำได้ตอนนี้คือเปิดดูข้อมูลสุขภาพของตัวเองในแอปหมอพร้อม แล้วลองตรวจสอบว่าตรงกับความเป็นจริงไหม เพราะสิทธิในข้อมูลของเราเอง — เป็นสิทธิที่เราควรปกป้องก่อนใคร




