ต้องบอกว่าพี่อ่านข่าวนี้แล้วรู้สึกดีใจแทนวงการสื่อสารสุขภาพไทยจริง ๆ เพราะปกติเวลาพูดถึงรางวัลด้านสุขภาพจิต เรามักนึกถึงหมอหรือนักวิชาการ แต่คราวนี้คนที่ได้รับการยกย่องคือ สำนักข่าวออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมเริ่มตระหนักแล้วว่า "สื่อ" ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพจิตของประเทศเหมือนกัน
Hfocus คว้ารางวัลในงานประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 25
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดงาน ประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "Innovative Mental Health Solutions for the Global Crisis" หรือ "นวัตกรรมสุขภาพจิตเพื่อรับมือวิกฤตโลก" โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต
ภายในงานมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ พิธีมอบรางวัลเกียรติยศศาสตราจารย์นายแพทย์ประสพ รัตนากร ซึ่ง Hfocus สำนักข่าวออนไลน์ด้านสาธารณสุข ได้รับรางวัลนี้ในสาขาด้านสังคม ประเภทองค์กร ประจำปี 2569 โดยมี น.ส.วารุณี สิทธิรังสรรค์ ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว Hfocus เป็นผู้แทนรับรางวัล
ทำอะไรจนได้รางวัลนี้?
รางวัลนี้ไม่ได้มอบให้แบบมั่ว ๆ ครับ ตามข้อมูลจาก Hfocus กรมสุขภาพจิตยกย่องสำนักข่าวแห่งนี้ในฐานะ องค์กรที่ทุ่มเทขับเคลื่อนงานสื่อสารด้านสุขภาพจิตของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านผลงานการเผยแพร่ข่าวสาระสุขภาพจิตที่ครอบคลุมหลายมิติ ได้แก่
- การสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication) — นำเสนอแนวทางการกระจายข่าวสารที่ถูกต้องในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการประเมินความเสี่ยง และเทคนิคการให้ข้อมูลเพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพจิตในระยะยาว เช่น บทความที่แนะนำว่าสื่อและประชาชนควรสื่อสารข่าววิกฤตอย่างไร ไม่เชื่อข้อมูลง่าย และไม่เผยแพร่ภาพที่สร้างความสะเทือนใจ
- การสังเกตและคัดกรองพฤติกรรม — รายงานเรื่องการใช้เครื่องมือประเมินสุขภาพจิต อาทิ School Health HERO สำหรับครูและผู้ปกครองในการเฝ้าระวังเด็กและเยาวชนที่มีภาวะสมาธิสั้น ซึมเศร้า หรือถูกบูลลี่ รวมทั้งให้ความรู้ด้านมาตรการทางกฎหมาย เช่น การทำความเข้าใจ 5 อาการเข้าข่ายผิดปกติทางจิตที่สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต
- การเสริมสร้างเครือข่ายนักสื่อสารสุขภาพจิต — รายงานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตในการขับเคลื่อนเครือข่าย MIT (Mental Influence Team) หรือ "นักสื่อสารสุขภาพจิต" เพื่อสร้างกลไกเฝ้าระวังและเยียวยาจิตใจในชุมชนและสถานศึกษา
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนไทย?
พี่มองว่านี่ไม่ใช่แค่ข่าวรางวัลของสำนักข่าวหนึ่ง แต่มันพูดถึงอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือ บทบาทของสื่อในระบบสุขภาพจิตของประเทศ
ลองนึกดูครับ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รับข้อมูลเรื่องสุขภาพจิตจากหมอโดยตรง แต่รับมาจากสื่อ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย เว็บข่าว หรือการแชร์ในกลุ่มไลน์ครอบครัว ถ้าสื่อที่คนอ่านอยู่ทุกวันนำเสนอข้อมูลสุขภาพจิตแบบผิด ๆ หรือซ้ำเติมความเข้าใจผิดเดิม ผลกระทบมันกว้างมาก ทั้งเรื่องการตีตราผู้ป่วยจิตเวช การไม่กล้าขอความช่วยเหลือ หรือแม้แต่การรับมือกับวิกฤตในชีวิตที่ผิดวิธี
การที่กรมสุขภาพจิตยกย่องสื่อออนไลน์ในงานระดับนานาชาติแบบนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่า ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญกับ "คุณภาพของสื่อสุขภาพ" มากขึ้น ซึ่งผลดีตกถึงคนอ่านอย่างเราโดยตรง
ถ้าเราเจอแบบนี้ในชีวิตจริง จะใช้ประโยชน์ยังไง?
พี่คิดว่าข่าวนี้เป็นโอกาสดีที่จะแนะนำวิธีใช้สื่อสุขภาพจิตให้เป็นประโยชน์กับตัวเองและคนรอบข้างครับ
- ติดตามแหล่งข้อมูลสุขภาพจิตที่เชื่อถือได้ — ไม่ใช่แค่อ่านโพสต์ไวรัลในโซเชียล แต่เลือกอ่านสื่อที่มีการอ้างอิงข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เชื่อถือได้
- ถ้ามีคนรอบข้างที่เป็นห่วง — ลองหาข้อมูลเรื่องการสังเกตพฤติกรรม หรือเครื่องมือประเมินสุขภาพจิตที่มีให้ใช้ฟรี อย่าง School Health HERO สำหรับพ่อแม่และครูที่ดูแลเด็ก
- ระวังการแชร์ข่าวโศกนาฏกรรม — โดยเฉพาะข่าวที่มีภาพรุนแรงหรือวิธีการ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้รับข่าวสารโดยไม่รู้ตัว สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ Hfocus พยายามรณรงค์อยู่เช่นกัน
- หากต้องการความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต — สามารถโทรหาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทิ้งท้าย: สื่อดี คนอ่านก็ได้ประโยชน์
พี่ดีใจที่เห็นสื่อออนไลน์ด้านสุขภาพได้รับการยอมรับในระดับที่จริงจังแบบนี้ เพราะในยุคที่ข้อมูลท่วมหัว สิ่งที่คนไทยต้องการไม่ใช่แค่ข้อมูลเยอะ แต่คือข้อมูลที่ถูกต้อง และส่งต่อได้อย่างรับผิดชอบ
ถ้าเราทุกคนช่วยกันเลือกอ่าน เลือกแชร์ และเลือกสนับสนุนสื่อที่ทำงานด้วยความรับผิดชอบ วงการสื่อสารสุขภาพจิตไทยก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
ขอแสดงความยินดีกับทีมงาน Hfocus ทุกคนด้วยนะครับ — นี่คือรางวัลของคนทำงานเพื่อสังคมจริง ๆ





