คริปโตในเอเชีย 2025: เมื่อเงินดิจิทัลกลายเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่นักเก็งกำไร

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
คริปโตในเอเชีย 2025: เมื่อเงินดิจิทัลกลายเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่นักเก็งกำไร

โลกคริปโตกำลังเปลี่ยนไป และเอเชียคือศูนย์กลางใหม่

ถ้าคุณยังคิดว่าคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือเงินดิจิทัลเป็นแค่เรื่องของเหล่านักเก็งกำไรในโลกออนไลน์ พี่สยามบอกเลยว่า ความคิดนั้นอาจต้องปรับใหม่แล้วนะครับ เพราะปี 2025 นี้ ความเคลื่อนไหวในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชียมันคึกคักมากจนน่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ยักษ์ใหญ่ รวมถึงรัฐบาลหลายประเทศต่างกระโดดเข้ามาจับสัดส่วนในตลาดนี้อย่างจริงจัง

จากรายงานของสื่อการเงินระดับภูมิภาคหลายสำนัก ระบุว่าบริษัทการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง SBI และ Daiwa Securities กำลังจับมือกันสร้างแพลตฟอร์มสำหรับ Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสกุลเงินจริง) ที่อิงกับค่าเงินเยนญี่ปุ่น โดยในระยะแรกจะเปิดให้บริการกับลูกค้าในสิงคโปร์ก่อน เป้าหมายหลักคือช่วยให้บริษัทญี่ปุ่นโอนเงินระหว่างประเทศได้แบบ "ทันที" โดยไม่ต้องรอคิวผ่านระบบธนาคารแบบเดิมที่อาจใช้เวลาหลายวัน

Stablecoin คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญ

หลายคนอาจยังงงกับคำว่า Stablecoin อยู่ ให้นึกภาพง่ายๆ ว่ามันคือ "เหรียญดิจิทัลที่ผูกราคาไว้กับเงินจริง" เช่น ถ้าเป็น JPYC ก็ผูกกับเงินเยน 1 เหรียญ = 1 เยน หรือถ้าเป็น USDT ก็ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ต่างจากบิตคอยน์ที่ราคาขึ้นลงรายวันอย่างชัดเจน ข้อดีของมันคือโอนเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ และไม่ต้องกังวลเรื่องราคาผันผวน

น่าสนใจมากที่ร้านอาหาร Okonomiyaki ชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง Chibo ประกาศรับชำระเงินด้วย JPYC แล้ว และมีรายงานว่ายังมีแผนให้บริษัทต่างๆ ใช้คริปโตในการ "ทิปนักแสดง" ในอีเวนต์ออนไลน์ด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใช้งานในชีวิตประจำวันเริ่มขยายตัวจริงๆ

SBI Holdings debuted the yen-denominated stablecoin JPYSC in June. (Photo by Ryuta Minamihata)
SBI Holdings debuted the yen-denominated stablecoin JPYSC in June. (Photo by Ryuta Minamihata)

สิงคโปร์วิ่งนำหน้า ในขณะที่หลายประเทศยังลังเล

สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในฮับการเงินที่เดินหน้าเรื่องกฎระเบียบคริปโตอย่างจริงจังที่สุดในโลก โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมืองนี้ประกาศชัดว่าจะเดินหน้าออกใบอนุญาต Stablecoin อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ขณะที่สถาบันการเงินหลายแห่งในสิงคโปร์กำลังทดสอบระบบ "ชำระค่าหลักทรัพย์แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง" บน Blockchain (ระบบบันทึกข้อมูลแบบกระจายที่ไม่มีศูนย์กลาง) ซึ่งถ้าทำได้จริง จะเปลี่ยนวิธีที่นักลงทุนซื้อขายหุ้นไปอย่างสิ้นเชิง

ส่วนฮ่องกงก็ไม่น้อยหน้า มีข่าวว่าตลาดหลักทรัพย์ SGX กำลังเพิ่มเครื่องมือสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคา Spot (ราคาปัจจุบัน) กับ Futures (ราคาล่วงหน้า) ของสินทรัพย์ดิจิทัล และยังมีการรายงานว่า Exchange รายใหญ่แห่งหนึ่งวางแผนเพิ่มหุ้นจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกงเข้าสู่แพลตฟอร์มคริปโตของตนด้วย

SBI and Daiwa are also considering providing their clients with access to investing in security tokens in Singapore in the future. (Source photo by screenshot from Daiwa Securities Group's website) 
SBI and Daiwa are also considering providing their clients with access to investing in security tokens in Singapore in the future. (Source photo by screenshot from Daiwa Securities Group's website) 

จีนกับ e-CNY: เงินดิจิทัลโดยรัฐ ใครใช้บ้าง?

ในฝั่งจีน มีข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ คือการใช้งาน e-CNY หรือเงินหยวนดิจิทัลที่รัฐบาลจีนสนับสนุนนั้น พุ่งขึ้นกว่า 800% แล้ว แต่ที่น่าสังเกตคือการเติบโตส่วนใหญ่มาจากการผลักดันของภาครัฐ ไม่ใช่ความต้องการจากภาคเอกชนหรือประชาชนทั่วไปโดยสมัครใจเสียทีเดียว ขณะที่บริษัทเอกชนจีนหลายรายยังคงถอยห่างออกจากวงการคริปโตเพราะรัฐบาลปักกิ่งยังไม่มีท่าทีผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดแต่อย่างใด

เรื่องนี้สะท้อนความแตกต่างระหว่างโมเดล "เงินดิจิทัลโดยรัฐ" กับ "เงินดิจิทัลโดยเอกชน" ได้ชัดมาก ซึ่งทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน และหลายประเทศรวมถึงไทยก็กำลังศึกษาอยู่ว่าโมเดลไหนเหมาะกับบริบทของตัวเองมากกว่า

⚠️ เตือนภัย: มิจฉาชีพใช้คริปโตหลอกลวงเพิ่มขึ้น

พี่สยามต้องหยุดตรงนี้สักครู่เพื่อพูดเรื่องสำคัญมากครับ เพราะในรายงานเดียวกันนี้มีการพูดถึงกรณีที่เหยื่อถูกหลอกให้โอน Stablecoin ไปยังเว็บไซต์ลงทุนปลอม ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่กำลังระบาดหนักมากในภูมิภาคนี้

⚠️ คำเตือน: ถ้ามีคนชักชวนให้โอนเงินคริปโตไปลงทุนในเว็บที่ไม่รู้จัก อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ หรือกดดันให้ตัดสินใจเร็ว — หยุดก่อน แล้วตรวจสอบให้ดี ไม่มีการลงทุนจริงที่รีบขนาดนั้น

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเกาหลีเหนือมีสถิติขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระดานเทรดต่างๆ ทำลายสถิติในปีที่ผ่านมา โดยใช้วิธีส่งแฮกเกอร์แฝงตัวเข้าไปเป็นพนักงานไอทีของบริษัทคริปโต — ฟังดูเหมือนหนังแอคชั่น แต่มันเกิดขึ้นจริงและมูลค่าความเสียหายมหาศาลมากครับ

Stablecoin transactions, which Circle and Nomura will offer, are expected to stimulate cross-border investment and trade. (Source photos by Yutaka Miyaguchi and Reuters) 
Stablecoin transactions, which Circle and Nomura will offer, are expected to stimulate cross-border investment and trade. (Source photos by Yutaka Miyaguchi and Reuters) 

ผลกระทบต่อคนไทยและนักลงทุนไทย

พี่สยามมองว่าความเคลื่อนไหวเหล่านี้มีนัยสำคัญต่อคนไทยอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะใน 3 มิตินี้

  • นักลงทุนรายย่อย: ข่าวสถาบันการเงินใหญ่เข้ามาในตลาดคริปโตอาจทำให้หลายคนอยากลงทุนตาม แต่ต้องระลึกเสมอว่าสถาบันเหล่านั้นมีทีมวิเคราะห์ความเสี่ยงและทุนสำรองที่เราไม่มี ความผันผวนยังคงมีอยู่
  • ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับต่างประเทศ: ถ้า Stablecoin เงินเยนหรือดอลลาร์พัฒนาต่อไป อาจช่วยลดค่าธรรมเนียมและเวลาในการโอนเงินระหว่างประเทศได้จริง ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับ SME ไทยที่ส่งออกหรือนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นและเอเชีย
  • คนทั่วไปที่ใช้บริการชำระเงิน: ถ้าร้านค้าเริ่มรับคริปโตมากขึ้น ค่าธรรมเนียมอาจถูกกว่าบัตรเครดิตจริง แต่ก็ต้องมีระบบกำกับดูแลที่ดีพอด้วย
Crypto specialist Binance is expanding into stock trading as digital currencies slump.
Crypto specialist Binance is expanding into stock trading as digital currencies slump.

มุมมองพี่สยาม: ตื่นเต้นได้ แต่อย่าตื่นตูม

พูดตรงๆ ว่าพี่สยามรู้สึกทั้งตื่นเต้นและเป็นห่วงพร้อมกันเลยครับ ตื่นเต้นเพราะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินกำลังเปลี่ยนแปลงในแบบที่เมื่อ 10 ปีก่อนแทบจะจินตนาการไม่ออก ถ้าโอนเงินระหว่างประเทศได้ทันทีโดยเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง มันจะเปลี่ยนชีวิตคนทำงานต่างประเทศและผู้ประกอบการรายย่อยได้จริงๆ

แต่ก็เป็นห่วงพร้อมกัน เพราะทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใหม่มา มิจฉาชีพมักวิ่งนำหน้ากฎหมายเสมอ แล้วคนที่เสียหายจริงๆ มักเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีความรู้พอ สำหรับผมถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ คือมีคนชวนลงทุนคริปโตในช่องทางที่ไม่คุ้นเคย ผมจะหยุดก่อนและถามตัวเองว่า "เราเข้าใจสิ่งที่กำลังจะทำจริงๆ ไหม?"

สำหรับประเทศไทย ยังต้องรอดูทิศทางกฎหมายและการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนว่าจะตามทันความเปลี่ยนแปลงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้เลยคือติดตามข่าวสาร ทำความเข้าใจพื้นฐาน และอย่าตัดสินใจทางการเงินเพราะกลัวตกขบวนครับ

Criminal organizations prefer stablecoins like Tether to unpegged cryptocurrencies because they avoid volatility.
Criminal organizations prefer stablecoins like Tether to unpegged cryptocurrencies because they avoid volatility.

สรุป: คริปโตไม่ได้ไปไหน แต่ก็ยังไม่ใช่ทางลัดสู่ความรวย

จากทุกสัญญาณที่เห็น โลกคริปโตในเอเชียกำลังเติบโตอย่างมีระบบมากขึ้น มีสถาบันการเงินจริงๆ เข้ามาสร้างโครงสร้าง มีกฎหมายรองรับมากขึ้น และมีการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันกว้างขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงและมิจฉาชีพก็เติบโตตามมาด้วยเสมอ

สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้ในฐานะผู้บริโภคและนักลงทุนรายย่อยคือ ศึกษาก่อนลงทุน ไม่ตัดสินใจเพราะแรงกดดันทางสังคม และจำไว้เสมอว่า "ถ้ามันดีเกินจริง มันมักไม่จริง" — ความจริงข้อนี้ไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าแค่ไหนครับ

ขอบคุณข้อมูล: Nikkei Asia Tech

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook