ทำไมค่าไฟไทยถึงไม่เคยถูกลง ทั้งที่เทคโนโลยีพลังงานโลกถูกลงทุกปี?
ถ้าพี่สยามถามคุณว่า ราคาโซลาร์เซลล์ทั่วโลกลดลงไปเท่าไหร่ในรอบสิบปีที่ผ่านมา คำตอบคือ ลดลงกว่า 90% จากข้อมูลของ International Renewable Energy Agency (IRENA) แต่ทำไมค่าไฟในบิลที่คุณรับทุกเดือนถึงไม่ได้ถูกลงตามด้วย?
คำตอบซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า "สัญญารับซื้อไฟฟ้าระยะยาว" — กลไกที่หลายคนไม่รู้ว่ามีอยู่ แต่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทุกคืนตอนที่คุณเปิดแอร์นอน
สัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชนคืออะไร และมันทำงานอย่างไร?
ในระบบไฟฟ้าไทย รัฐไม่ได้ผลิตไฟฟ้าเองทั้งหมด แต่เปิดให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าแล้ว ขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ในราคาที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ผ่านสัญญาระยะยาวที่เรียกว่า Power Purchase Agreement หรือ PPA
แบ่งเป็นหลายประเภทตามขนาด ได้แก่
- IPP (Independent Power Producer) — โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ มักเป็นก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหิน สัญญายาวนาน 25 ปีขึ้นไป
- SPP (Small Power Producer) — โรงไฟฟ้าขนาดกลาง กำลังผลิต 10-90 เมกะวัตต์
- VSPP (Very Small Power Producer) — โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น โซลาร์ฟาร์ม กังหันลม ชีวมวล
ปัญหาคือสัญญาเหล่านี้ ล็อกราคาไว้ในยุคที่เทคโนโลยีพลังงานทดแทนยังแพง บางสัญญาถึงขั้นต่ออายุอัตโนมัติโดยไม่ต้องเจรจาราคาใหม่ ซึ่ง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรียกสัญญาลักษณะนี้ว่า "สัญญาชั่วนิรันดร์"
ระบบ Adder คืออะไร ทำไมถึงทำให้ค่าไฟแพง?
ในช่วงประมาณปี 2550-2558 รัฐบาลต้องการส่งเสริมพลังงานทดแทน จึงออกนโยบาย "Adder" หรือเงินอุดหนุนพิเศษ เป็นการบวกเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้สูงกว่าราคาตลาด เพื่อจูงใจให้เอกชนลงทุน
ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาตลาดไฟฟ้าอยู่ที่ 2.50 บาทต่อหน่วย รัฐอาจรับซื้อโซลาร์เซลล์ที่ 6-8 บาทต่อหน่วย โดยส่วนต่างนั้นกลายเป็นต้นทุนที่ กฟผ. แบกรับ แล้วส่งต่อมาเป็น ค่าไฟฐาน ที่ผู้บริโภคต้องจ่าย
นโยบายนี้มีเหตุผลที่ดีในยุคนั้น เพราะต้นทุนโซลาร์เซลล์ยังสูงมาก แต่ปัญหาคือ ราคาอุปกรณ์ถูกลงไปมากแล้ว ขณะที่สัญญาเก่ายังยึดราคาสูงอยู่เหมือนเดิม
"ราคารับซื้อโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่ล่าสุดในโครงการโซลาร์ชุมชนอยู่ที่เพียง 2.16 บาทต่อหน่วย เทียบกับสัญญาเก่าบางรายที่ยังได้รับอยู่ที่ 6-8 บาทต่อหน่วย — ส่วนต่างนั้นคือเงินในกระเป๋าคนไทยทุกคน"
ภาพ: www.matichon.co.th
ค่าไฟที่เราจ่ายทุกเดือน มันมาจากไหนบ้าง?
พี่สยามอยากให้เข้าใจโครงสร้างค่าไฟฟ้าไทยแบบง่าย ๆ ก่อน เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่าค่าไฟ = ค่าไฟที่ใช้จริง แต่จริง ๆ แล้วมันซับซ้อนกว่านั้น
- ค่าไฟฐาน (Base Tariff) — คำนวณจากต้นทุนการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า รวมถึงราคาที่รัฐรับซื้อจากโรงไฟฟ้าเอกชน
- ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge) — ปรับทุก 4 เดือนตามราคาเชื้อเพลิงและต้นทุนจริง
- ค่าบริการ — ค่าใช้จ่ายคงที่ในการส่งและจ่ายกระแสไฟฟ้า
ปัญหาคือ ค่าไฟฐาน นี่แหละที่ถูกโต้แย้งว่าสูงเกินจริงเพราะยังแบกต้นทุนสัญญาซื้อไฟฟ้าเก่าราคาแพงเอาไว้ ตามข้อมูลจาก สศช. มีสัญญาที่อยู่ในกลุ่มนี้รวมกันกว่า 561 สัญญา
ถ้าแก้สัญญาเก่าได้ คนไทยจะได้อะไร?
การปรับราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนลงมาให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน ในทางทฤษฎีจะส่งผลดีในหลายมิติ
- ค่าไฟฐานลดลง — เมื่อต้นทุนซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าถูกลง ค่าไฟที่ส่งต่อถึงประชาชนก็ควรถูกลงตาม
- ลดภาระหนี้ กฟผ. — ในช่วงที่ผ่านมา กฟผ. แบกหนี้จากการตรึงค่าไฟไว้ก่อนแล้วมาเก็บทีหลัง ถ้าต้นทุนลด ภาระนี้ก็เบาลง
- ต้นทุนธุรกิจลดลง — ค่าไฟเป็นต้นทุนสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ถ้าถูกลงก็ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามว่าการลดต้นทุนตรงนี้จะส่งผ่านมาถึงมือผู้บริโภคจริงแค่ไหน เพราะยังมีตัวแปรอื่นอีกมาก
เศรษฐกิจโต แต่ทำไมรู้สึกว่าตัวเองไม่โต?
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมิน GDP ปี 2569 ไว้ที่ 2.3% และอาจชะลอลงเหลือ 1.8% ในปี 2570 ตัวเลขนี้ฟังดูเป็นบวก แต่มีคำสำคัญที่ซ่อนอยู่คือ "กระจุกตัว"
หมายความว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้กระจายไปทุกกลุ่ม ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI, Data Center, และการลงทุนจากต่างชาติอาจโตดี แต่คนทำงานรายได้ปานกลาง ธุรกิจ SME และผู้บริโภคทั่วไปอาจยังรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ดีขึ้น นี่คือปรากฏการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า K-shaped recovery — คนข้างบนขึ้น คนข้างล่างย่ำอยู่กับที่หรือลง
มุมมองพี่สยาม: เรื่องนี้สำคัญกับกระเป๋าสตางค์คุณมากกว่าที่คิด
พี่สยามเองก็เป็นคนจ่ายค่าไฟเหมือนกัน และทุกครั้งที่เห็นตัวเลขในบิล ก็เคยแค่บ่นแล้วก็จ่ายไป แต่พอได้ศึกษาโครงสร้างตรงนี้จริง ๆ ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลย
ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนที่ส่งผ่านไปทุกอย่างในชีวิต ทั้งค่าอาหาร ค่าสินค้า ค่าบริการ ถ้าต้นทุนพลังงานของประเทศลดลงได้จริง ผลที่ตามมาจะไม่ใช่แค่บิลค่าไฟที่บ้านถูกลง แต่หมายถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่น้อยลงด้วย
สิ่งที่พี่สยามอยากแนะนำตอนนี้ไม่ใช่ให้ไปฟ้องใคร แต่คือ ติดตามข่าวสารและตรวจสอบบิลค่าไฟของตัวเองสม่ำเสมอ เมื่อมีการปรับโครงสร้างราคา ผู้บริโภคที่รู้เท่าทันจะสังเกตได้ว่าค่าใช้จ่ายจริงเปลี่ยนแปลงอย่างไร และถ้าวันหนึ่งค่าไฟฐานถูกปรับลง คุณจะรู้ว่ามันมาจากอะไร ไม่ใช่แค่รู้สึกดีใจโดยไม่รู้เหตุผล
ในช่วงที่เศรษฐกิจโตแบบกระจุกตัว สิ่งที่คนธรรมดาทำได้คือ ดูแลต้นทุนชีวิตของตัวเองให้ดี เข้าใจว่าค่าใช้จ่ายประจำแต่ละรายการมาจากไหน และติดตามนโยบายที่กระทบกระเป๋าสตางค์โดยตรง เพราะบางทีข่าวที่ดูเป็นเรื่องเทคนิคนโยบายพลังงาน มันคือเรื่องของเงินในกระเป๋าคุณโดยตรงนั่นเอง



