สูตรแบ่งเงิน 50/30/20 วิธีจัดการรายรับ-รายจ่าย ฉบับมือใหม่ แก้ปัญหาเงินเดือนชนเดือน

พี่สยาม
พี่สยาม
การเงิน
ขนาดตัวอักษร
สูตรแบ่งเงิน 50/30/20 วิธีจัดการรายรับ-รายจ่าย ฉบับมือใหม่ แก้ปัญหาเงินเดือนชนเดือน

ถ้าพี่สยามจะพูดตรงๆ เลย ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็เคยงงเหมือนกันว่าเงินเดือนหายไปไหนหมด จ่ายค่าหอ ค่าข้าว ค่าเดินทาง แค่นั้นก็เกือบหมดแล้ว แล้วเงินออมจะมาจากไหน? จนกระทั่งได้รู้จักสูตรที่ชื่อว่า 50/30/20 นี่แหละ ที่ทำให้รู้สึกว่าการวางแผนการเงินมันไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ต้นกำเนิดของสูตรนี้มาจากไหน?

สูตร 50/30/20 ไม่ได้เกิดจากกูรูการเงินสายขายคอร์สออนไลน์นะครับ แต่ถูกคิดค้นโดย อลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินและอดีตสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ร่วมกับ อมิเลีย วอร์เรน ไทอากิ (Amelia Warren Tyagi) และเผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือชื่อ All Your Worth: The Ultimate Lifetime Money Plan เมื่อปี 2005 ตามรายงานของไทยรัฐออนไลน์

แนวคิดหลักของสูตรนี้คือการทำให้เรื่องการเงินที่ดูซับซ้อน กลายเป็นโครงสร้างที่ทำตามได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องนั่งจดบัญชีรายรับ-รายจ่ายทุกบาททุกสตางค์จนเครียด

สูตร 50/30/20 แบ่งยังไง?

หลักการง่ายมากครับ ให้เอา รายได้สุทธิหลังหักภาษีและประกันสังคม (Net Income) หรือก็คือเงินที่โอนเข้าบัญชีจริงๆ แต่ละเดือน มาแบ่งออกเป็น 3 ส่วน

ภาพจาก iStock
ภาพ: www.thairath.co.th

50% — ค่าใช้จ่ายจำเป็น (Needs)

ครึ่งหนึ่งของรายได้สุทธิสำหรับ "ของที่ต้องจ่าย" ไม่มีไม่ได้ ได้แก่ ค่าเช่าห้องหรือผ่อนบ้าน ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าอาหารพื้นฐาน ค่าเบี้ยประกัน รวมถึงการชำระหนี้ขั้นต่ำ สิ่งเหล่านี้คือ "ค่าใช้จ่ายบังคับ" ที่ถ้าไม่จ่ายจะกระทบการดำรงชีวิตโดยตรง

30% — ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (Wants)

ส่วนนี้คือ "ของที่อยากได้" ไม่ใช่ความจำเป็น แต่ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น เช่น กาแฟสเปเชียลตี้, ทานข้าวนอกบ้านกับเพื่อน, ค่าบริการสตรีมมิง, งานอดิเรก และการเดินทางท่องเที่ยว พี่สยามว่าส่วนนี้สำคัญมากนะ เพราะถ้าตัดความสุขออกหมดเลย สุดท้ายก็ทนไม่ได้แล้วก็ล้มแผนกลางคัน

20% — เงินออมและการลงทุน (Savings)

ส่วนสุดท้ายคือเงินที่ "ทำงานแทนเรา" ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เงินออมเพื่อเกษียณ การลงทุนในกองทุนรวม หรือการเร่งโปะหนี้ให้หมดเร็วขึ้น สิ่งนี้คือหัวใจของการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ลองคำนวณดูกัน: รายได้สุทธิ 20,000 บาท

ลองจำลองตัวเลขให้เห็นภาพชัดขึ้น สมมติว่ารายได้สุทธิหลังหักภาษีและกองทุนบังคับต่างๆ อยู่ที่ 20,000 บาทต่อเดือน การแบ่งเงินตามสูตรจะออกมาแบบนี้

ภาพ: www.thairath.co.th
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็น (50%) = 10,000 บาท → ค่าหอพัก ค่าเดินทาง ค่าน้ำไฟ อาหารหลัก
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว (30%) = 6,000 บาท → ช้อปปิ้ง กินบุฟเฟต์ ชาไทย กาแฟ ความบันเทิง
  • เงินออมและลงทุน (20%) = 4,000 บาท → เงินสำรองฉุกเฉิน กองทุน RMF/SSF ออมเกษียณ

แค่นี้เองครับ ไม่ต้องมีสูตรคณิตศาสตร์ซับซ้อน แค่รู้รายได้สุทธิจริงๆ แล้วคูณด้วยสัดส่วนที่ต้องการก็ได้ตัวเลขเป้าหมายในแต่ละก้อนแล้ว

เริ่มใช้จริงยังไง ไม่ให้ล้มกลางคัน?

พี่สยามอยากแนะนำวิธีเริ่มต้นที่ทำได้เลยโดยไม่ต้องรอ

  • คำนวณรายได้สุทธิที่แท้จริงก่อน — ดูจากยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีจริงๆ หลังหักภาษี ณ ที่จ่ายและเงินสะสมสมทบประกันสังคมแล้ว ไม่ใช่เงินเดือนตัวเลขบนสัญญาจ้าง
  • แยกบัญชีตามวัตถุประสงค์ — เปิดบัญชีอย่างน้อย 2-3 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีค่าใช้จ่าย บัญชีออม และบัญชีสำหรับใช้สนุก วิธีนี้ช่วยให้ไม่หยิบเงินออมมาใช้โดยไม่รู้ตัว
  • โอนเงินออมก่อนเลย — พอเงินเดือนเข้า ให้โอน 20% ไปบัญชีออมทันที อย่ารอว่าจะเหลือแล้วค่อยออม เพราะส่วนใหญ่ไม่เหลือหรอก
  • ทบทวนทุก 1-2 เดือน — ดูว่าค่าใช้จ่ายจำเป็นของเราเกิน 50% ไหม ถ้าเกินมาก ลองหาทางลดรายจ่ายในหมวดนั้นก่อน

สิ่งที่ต้องระวังก่อนใช้สูตรนี้

พี่สยามต้องพูดตรงๆ ว่าสูตร 50/30/20 ไม่ใช่สูตรสากลที่เหมาะกับทุกคนเท่ากัน มีบางกรณีที่ต้องปรับตัวเลข เช่น

  • ถ้ารายได้ต่ำมาก ค่าใช้จ่ายจำเป็นอาจเกิน 50% โดยธรรมชาติ ในกรณีนี้ต้องลองปรับสัดส่วนให้สอดคล้องกับความจริง ไม่ใช่ฝืนทำตามตัวเลข
  • ถ้ามีหนี้สินสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้นอกระบบ ควรเพิ่มสัดส่วนการโปะหนี้จาก 20% ให้มากขึ้น แล้วค่อยลดงบสนุกชั่วคราว
  • อย่าลืมว่า "ค่าใช้จ่ายจำเป็น" ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช่ทุกอย่างที่ "รู้สึก" ว่าจำเป็น เช่น ค่าผ่อนมือถือรุ่นท็อปอาจไม่ได้อยู่ในหมวดนี้เสมอไป
ถ้าเป็นพี่สยามเจอแบบนี้ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ คงดีมากเลยนะ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ของมือใหม่ไม่ใช่ "รายได้น้อยเกินไป" แต่คือ "ไม่รู้ว่าเงินหายไปไหน" สูตรนี้มันช่วยให้มองเห็นภาพรวมได้ชัดขึ้นจริงๆ

สรุปให้คิด

ปัญหาเงินเดือนชนเดือนไม่ได้เกิดเพราะรายได้น้อยเสมอไปครับ หลายครั้งมันเกิดจากการที่เราไม่มีโครงสร้างการใช้จ่ายที่ชัดเจน สูตร 50/30/20 ที่อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์วันนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เปลี่ยนนิสัยการเงินในระยะยาวได้

ไม่ต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่เดือนแรก แค่เริ่มต้นสักก้าว แล้วค่อยๆ ปรับให้เข้ากับชีวิตจริงของเรา ทุกคนมีจุดเริ่มต้น และจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือวันนี้เลยครับ

พี่สยาม
พี่สยาม

คอลัมนิสต์ประจำ ViralSiam

คนไทยวัยทำงาน เล่าข่าว วิเคราะห์เรื่องราว ด้วยมุมมองที่เข้าใจชีวิตคนธรรมดา ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนอ่านด้วยนะครับ

แชร์บทความนี้

LINE X Facebook